สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๖

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากประชาชน และเรียกร้องการประชามติในการร่างรัฐธรรมนูญ

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง ก่อนที่ผมจะเริ่มอภิปรายในวันนี้ผมขอฝากคำถามไว้ก่อนว่าทำไม รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน เราพักคำถามนี้ไว้แล้วมาดูหลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ฉบับที่ถูกขีดเขียนโดยกลุ่มบุคคลที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ หรือที่เราหลาย ๆ คนรู้จักกันดีว่าคณะรัฐประหารนั่นเองครับ เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันไม่ได้เริ่มต้นมาจากประชาชนมันจึงไม่มีอะไรที่เชื่อมโยงกับประชาชนเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากเราจะมี สว. ๒๕๐ คนที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมดแล้วมาเลือกนายกรัฐมนตรี กับพวกเราแล้ว ท่านประธานทราบไหมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่มีคำว่ากระจายอำนาจเลย แม้แต่คำเดียว ท่านประธานนั่งฟังเพื่อนสมาชิกปรึกษาหารือก่อนเข้าวาระการประชุม ในทุก ๆ เช้า ผมเชื่อว่าท่านประธานทราบดีว่าปัญหากว่าครึ่งที่เพื่อนสมาชิกของพวกเรา ปรึกษาหารือกันมันควรที่จะได้รับการแก้ไขโดยผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชน แต่พวกเขากลับไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะแก้ไขได้ หากเรามีรัฐธรรมนูญที่ระบุ ให้ชัดเจนในด้านอำนาจหน้าที่ ท้องถิ่นสามารถจัดทำบริการสาธารณะในท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ทั้งหมด ยกเว้นการต่างประเทศ ความมั่นคง การทหาร ระบบเงินตรา ชัดเจนด้านหน้าที่ เพื่อปกป้องท้องถิ่นจากการถูกร้องเรียนและตรวจสอบอย่างไม่เป็นธรรม และชัดเจนในด้าน งบประมาณระบุให้ชัดไปเลยถึงอัตราส่วน รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิ ของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ในกี่ปีเอาให้มันชัดทั้งด้านภารกิจและด้านงบประมาณ เพื่อให้เพื่อนสมาชิกของพวกเราจะได้นำปัญหาที่มันใหญ่ ปัญหาที่เรื้อรัง แล้วแก้ไขไม่ได้ จริง ๆ สักทีมาเข้าสภากันมากขึ้น และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหานักการเมืองที่ก่อนเลือกตั้ง พูดอย่างหนึ่ง แต่หลังเลือกตั้งกลับทำอีกอย่างหนึ่ง เราต้องนำประชาชนกลับเข้ามาในสมการ ของรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้ตัดสินใจเองว่าพวกเขาต้องการมีสิทธิที่จะถอดถอน สส. ที่มาจากการเลือกตั้งของพวกเขาหรือไม่ และทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นจากการทำประชามติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมเคยได้ยินบางคนพูดว่าทำไมต้องร่างใหม่ทั้งหมด แก้บางข้อ ก็พอแล้ว ผมงงเลยนะครับ เพราะการแก้มันยากยิ่งกว่าเยอะ จะแก้ครั้งหนึ่งต้องทำอย่างไรบ้าง ข้อแรกเลยเราต้องมีเสียง สส. บวกกับ สว. มากกว่า ๓๗๖ เสียง ข้อแรกอาจจะดูไม่ยากเท่าไร มาดูข้อ ๒ เราต้องมีเสียง สว. เห็นชอบมากกว่า ๑ ใน ๓ หรือว่ามากกว่า ๘๔ เสียง ซึ่ง สว. ๒๔๔ คน จาก ๒๕๐ คน มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหารซึ่งก็คือคนที่เขียน รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั่นเอง แล้วท่านประธานคิดว่าคนที่เขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาเขาจะ ยอมให้ผู้แทนราษฎรมาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มันเอื้อประโยชน์กับพวกเขาไหมครับ เห็นกันชัด ๆ กับการเสนอแก้มติมาตรา ๒๗๒ ตัดอำนาจ สว. เลือกนายกรัฐมนตรี ที่หลายต่อหลายครั้ง เสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราเห็นชอบกันท่วมท้นมากกว่า ๓๗๖ เสียง แต่ก็กลับไม่เคยที่จะผ่านเสียงของ สว. แม้แต่ครั้งเดียว เอากันอีกสักตัวอย่างหนึ่ง การเสนอ แก้รัฐธรรมนูญหมวด ๑๔ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกของพวกเราไม่เห็นชอบเพียงแค่ ๕๖ เสียง ก็เทียบเป็นประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเอง แต่ก็อีกนั่นละไม่ผ่าน สว. อีกเช่นเคย นับครั้งไม่ถ้วนที่เสียงของประชาชนนั้นชนะ แต่เสียงของผู้มีอำนาจกลับไม่ยอมรับ เรามาดู ความเคลื่อนไหวในภาคประชาชนกัน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีการลงรายชื่อเสนอ การจัดทำประชามติเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชนใช้เวลาแค่ ๓ วัน ได้รายชื่อทั้งหมดกว่า ๒๐๐,๐๐๐ รายชื่อ แล้วรายชื่อทั้งหมดเป็นการลงแบบ Offline ไม่ใช่ ลงแบบ Online ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านในห้องประชุมวันนี้ กลับมาฟังเสียงของประชาชนครับ แล้วร่วมกันขับเคลื่อนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มัน เริ่มต้นที่ประชาชน เพราะการที่เราทำประชามติมันไม่ใช่การข้ามหัวรัฐบาล แต่ในทางกลับกัน มันเป็นการที่ทำให้รัฐบาลมีเกราะป้องกันฉันทานุมัติจากประชาชนที่จะป้องกันไม่ให้ กลุ่มอำนาจเก่าเข้ามาแทรกแซงจากการกระทำของพวกเราในวันนี้ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญจะเอื้อประโยชน์กับใครขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น เพราะฉะนั้น ถึงเวลาที่เราจะคืนอำนาจให้กับประชาชน ให้ประชาชนได้ตัดสินใจผ่านการทำประชามติว่า พวกเขาอยากที่จะเลือกตั้งคนที่มาเขียนรัฐธรรมนูญของพวกเขาหรือเปล่า ให้เจตนารมณ์ ของประชาชนถูกแปลออกมาเป็นอักษรในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประเทศไทย ให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ