รอมฎอน สนับสนุนตั้งกรรมาธิการพิจารณาเมกะโปรเจกต์อย่างรอบด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖

รอมฎอน ปันจอร์ หารือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการใหญ่ระดับชาติ โดยเน้นย้ำความจำเป็นของมิติการเมือง ความชอบธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ความขัดแย้งภาคใต้ เพื่อให้การพัฒนาเกิดจากข้อตกลงร่วมและไม่ละเลยเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น เพิ่มเติมจากบทสนทนาของเพื่อน ๆ สมาชิก ผมนั่งฟังมาหลายท่านแล้วก็ตัดสินใจขออนุญาต ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ ครับ ฟังจากหลายท่าน ที่อภิปรายมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ ผมพบว่าอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมพบว่าโครงการที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้การเสนอให้มีการพิจารณารายละเอียดนี้ เป็นสิ่งจำเป็น จริง ๆ โดยจุดยืนตั้งแต่เบื้องต้นผมต้องกล่าวก่อนว่าผมสนับสนุนให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง เพราะว่าถ้าฟังดี ๆ ถ้าท่านพี่น้อง ที่ติดตามการรับฟังการอภิปรายในครั้งนี้ก็จะเห็นว่าเราเต็มไปด้วยความหวัง ความคาดหวังว่า โครงการ Megaproject อย่างนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าของภาคใต้ จะเปลี่ยนโฉมหน้าของ ประเทศไทยไปอีกทางหนึ่งเลย ผมเข้าใจว่าความคาดหวังแบบนี้คงคล้าย ๆ กับการอภิปราย เมื่อปีที่แล้วในเรื่องของคลองไทยด้วย แต่นอกเหนือจากความคาดหวังแล้วยังมี ความหวาดเสียวด้วย มันมีความหวาดเสียวจากประสบการณ์ของการพัฒนาใน โครงการขนาดใหญ่ในลักษณะเช่นนี้ อย่างเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายบทเรียนจาก ภาคตะวันออกไป มีการตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจจะถูกให้ค่าน้อยไป เมื่อพิจารณาจากความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ อภิปรายไปด้วยว่าแม้ว่าจะมาพิจารณาดูผลการศึกษาความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจเอง ก็อาจจะเจอปัญหา ซ้ำร้ายยังมีมิติมุมมองจากในทางภูมิศาสตร์ ในทางวิทยาศาสตร์ ในทางคณิตศาสตร์ที่น่าสนใจด้วย แต่ผมอยากจะย้ำประเด็นที่ผมสนใจที่อาจจะฉีกไป เพื่อเพิ่มเติม แล้วก็ขออนุญาตฝากให้กับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นได้พิจารณาด้วย คือมิติในทางการเมืองครับท่านประธาน มิติในทางการเมืองในความหมายที่ว่าโครงการ ขนาดนี้มันเป็นโครงการที่จะชี้ขาดว่าอนาคตของภาคใต้และประเทศนี้จะไปทางไหน เดิมพันมันสูงจริง ๆ ครับ และเพราะเหตุนี้นี่เองจึงจำเป็นที่ว่าต้องมีกระบวนการในทาง การเมืองที่มีส่วนร่วมที่มากพอ รับฟังความคิดเห็นที่มากพอ ปัญหาก็คือเรายังอยู่ในประเทศ ที่การรวมศูนย์อำนาจสูงอยู่มากครับ และการคิด Megaproject ในลักษณะนี้ก็เป็นการคิด จากศูนย์กลางเป็นหลัก ผมไม่แน่ใจว่าเสียงของผู้คนในพื้นที่จะได้รับการรับฟัง และให้คุณค่า ให้น้ำหนักมากขนาดไหน ที่ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ก็เพราะเห็นว่ามีบทเรียนครับ มันมีประสบการณ์ที่ผ่านมาว่าโครงการ Megaproject หลายครั้งที่ผ่านมาเสียงของ ผู้คนจริง ๆ อาจจะถูกบังไม่ให้ได้ยินเท่าไรนัก ผมเลยคิดว่าโดยกระบวนการผมเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกท่านพงศธรเมื่อสักครู่ว่าตรงกระบวนการมีส่วนร่วมสำคัญมาก ๆ ที่ผม อยากจะย้ำตรงนี้ก็เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่านอกเหนือจากเขตพื้นที่โครงการ ในระยะหลังนี้เรากลับมาดูที่เขตรอยต่อระหว่างชุมพรกับระนอง แต่เมื่อสักครู่นี้ก็มี เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเพื่อสนับสนุนให้มีการพิจารณาการเชื่อมโยงจาก Zone สงขลา แล้วก็จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย แล้วก็ประกบไปกับความคิดเกี่ยวกับการพัฒนา เขตเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเหมือนกันก็มีหลายท่านพูดถึง ผมก็ขออนุญาต รบกวนชี้แจงเหตุผลอันหนึ่งที่อยากจะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณา ก็คืออย่าลืมว่า อนาคตเหล่านี้ผู้คนในพื้นที่ก็ควรต้องกำหนดด้วย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มันมี ความคิดชนิดหนึ่งเป็นมโนทัศน์อันหนึ่งที่พูดถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้คน คือสิทธิความเป็นเจ้าของ คือการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ที่กำหนดจากส่วนกลาง อาจกลายเป็นปัญหาในทางการเมืองได้ถ้าผู้คนในพื้นที่ไม่ได้รับการยอมรับ แล้วผมก็ต้อง เน้นย้ำให้ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกทราบด้วยว่าเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้เอง ก็ยังมีข้อพิพาท มีความขัดแย้งอยู่ และที่สำคัญคือเรามีกระบวนการสันติภาพอยู่ที่พยายาม จะแสวงหาข้อตกลงที่เห็นพ้องต้องกันระหว่างตัวแสดงต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการตัดสินใจ จะชี้ว่าพื้นที่จะไปทางซ้าย หรือว่าจะไปทางขวา ในกรณีภาคใต้ตอนบนก็อาจจำเป็นที่จะต้อง พิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ทุกคนรอบข้างโครงการในโครงการเหล่านั้นอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันในพื้นที่เป็นพื้นที่ความขัดแย้งก็ต้องยิ่งระมัดระวังอย่างยิ่งเลยครับ ต้องพิจารณาอย่างยิ่งเลยครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะการพัฒนาเหล่านี้จะงดงาม จะมี ความชอบธรรมในทางการเมืองมาก ถ้าที่มาของมันมาจากการเห็นพ้องต้องกัน มาจาก ข้อตกลง มาจากข้อตกลงสันติภาพ ทั้งหมดนี้ผมก็คงฝากประเด็นมิติในทางการเมือง มิติในทางความชอบธรรมในทางการเมือง ไม่ใช่แค่เรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ เรื่องผลกระทบของสิ่งแวดล้อมเท่านั้นที่เราต้องให้ความสำคัญ แต่ยังต้องคิดด้วยว่า กระบวนการและที่มาของมันมีความชอบธรรมในทางการเมืองมากน้อยเพียงใด ก็คงจะฝาก ประเด็นให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาไตร่ตรองในรายละเอียดต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ