ศุภณัฐ มีนชัยนันทัน ขออนุญาตเปิดคลิปประกอบการอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของโครงการแลนด์บริดจ์ที่เชื่อมท่าเรือสองฝั่งทะเลด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางบก ซึ่งมีเป้าหมายลดเวลาเดินเรือและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่า ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม การจ้างงาน และภาระหนี้สาธารณะที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากโครงการดังกล่าวรวมถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงต่อฐานะการคลัง สถานะเครดิตประเทศ และการสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจหากต้องพึ่งพานักลงทุนต่างชาติในรูปแบบพีพีพี โดยเสนอให้เจรจากับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ล่วงหน้าเพื่อประกันรายได้ และเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เป็นกลางเพื่อศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจดำเนินโครงการต่อไป
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ เขตบางเขน เขตจตุจักร เขตหลักสี่ จากพรรคก้าวไกลครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ต้องบอกว่าการขนส่งทางเรือนั้น เป็นวิธีการขนส่งที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด แล้วก็ครองสัดส่วนการขนส่งมากกว่ากับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของการขนส่งสินค้าของโลก เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งในรูปแบบ อื่น ๆ เส้นทางเดินเรือที่เป็นเส้นทางหลัก ๆ ก็คือการข้ามทวีปครับท่านประธาน จากฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ในธุรกิจขนส่งนั้นเวลาย่อมมีมูลค่า แล้วก็การประหยัด ต้นทุนได้มากก็ยิ่งดี คลองหรือช่องแคบจึงกลายมาเป็นทางลัดของหลาย ๆ เส้นทาง การเกิดของคลองสุเอซอียิปต์ คือการที่เราไม่ต้องไปอ้อมที่แหลมกู๊ดโฮปที่แอฟริกาใต้เสี่ยง โดนโจรสลัดปล้น แล้วก็ใช้เวลาในการแล่นเรือนาน ช่วยลดเวลาได้ถึง ๙ วัน แล้วก็มีตู้ Container ๒๐ ฟุตผ่านกว่า ๓๕ ล้านตู้ต่อปี รวมถึงช่องแคบมะละกาเองก็มีตู้ Container ผ่านกว่า ๕๔ ล้านตู้ต่อปี แน่นอนรายได้จากการเก็บค่าผ่านทาง รวมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกมากมายจึงมีรายได้มหาศาล นี่เป็นแนวคิดที่ว่าไทยเราที่ได้เปรียบเรื่องของภูมิศาสตร์ สามารถที่จะสร้างทางผ่านหรือทางลัดเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดของช่องแคบมะละกา ของอินโดนีเซีย ของมาเลเซีย ของสิงคโปร์ ที่เขาแชร์ร่วมกันได้ เราจึงมีความคิดทั้งเรื่อง ของการขุดคลองไทย จนมาถึงการเป็น Landbridge ถามว่า Landbridge คืออะไร Landbridge คือการเปลี่ยนแนวคิดจากการขุดคลองไทยที่ใช้งบประมาณ ๓-๔ ล้านล้านบาท ทำลายธรรมชาติ รวมถึงมีประเด็นเรื่องของการแบ่งแยกดินแดน เปลี่ยนมาเป็นทางลัด ทางบกเพื่อช่วยลดเรื่องของระยะเวลา ซึ่งจะทำให้การเดินเรือสั้นลงได้ถึง ๔ วัน โดยใช้เงิน ลงทุนกว่า ๑ ล้านล้านบาท โครงการนี้ประกอบด้วยท่าเรือ ๒ ฝั่ง ฝั่งตะวันออกที่แหลมริ่ว จังหวัดชุมพร กว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ฝั่งตะวันตกที่แหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง อีก ๓๓๐,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมระบบยกตู้ Container ขึ้นลงอีก ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท และเชื่อมท่าเรือ ๒ ฝั่ง กว่า ๙๐ กว่ากิโลเมตร ด้วยรถไฟทางคู่และ Motorway กว่าอีก ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยเงินกว่า ๑ ล้านล้านบาทนี่ละครับ เลยเกิดคำถามขึ้นในหัวผมครับ
๑. ด้วยเส้นทางที่ยาวกว่า ๙๐ กว่ากิโลเมตร กว้างกว่า ๑๖๐ เมตร ใช้ที่ดิน เกือบ ๆ ๙,๐๐๐ ไร่ แน่นอนต้องกระทบกับที่อยู่อาศัย ต้องมีคนโดนเวนคืนที่ดิน และหลายท่าน คงได้ต่ำกว่าราคาตลาด รัฐจะดูแลคนเหล่านี้อย่างไรครับ
๒. คือรายได้ที่เสียไปจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย เรื่องของ Carbon Credit ก็ดี เรื่องของการท่องเที่ยวก็ดี บริเวณท่าเรือชุมพร ท่าเรือระนอง ก็ดี รวมแล้วควรจะบวกเข้าไปในต้นทุนที่เราต้องเสียด้วยครับ
๓. คือเรื่องของการคมนาคม การเชื่อมโยงพื้นที่ เนื่องจาก Landbridge ตัดทั้งประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นการขึ้นลงระหว่างเหนือ Landbridge กับใต้ Landbridge จะทำอย่างไร
๔. รัฐอ้างว่าจะมีการจ้างงานถึง ๒๘๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ไปเอาตัวเลข มาจากไหนครับ จ้างงานคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ เป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ระยะเวลา ที่จ้างนั้นจะอยู่ระยะสั้นหรือระยะยาว อย่าลืมนะครับว่าการก่อสร้างมันสร้างระยะสั้น ไม่กี่ปีก็จบ แล้วคนงานเหล่านี้จะไปอย่างไรต่อครับ จะตกงานหรือครับ แล้วการสร้างท่าเรือ จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ใช้คนงานเยอะขนาดนั้น ส่วนใหญ่เป็นการใช้เครื่องจักรเสียมากกว่า อัตราการจ้างขนาดนี้ตัวเลขมาจากไหน
๕. คือโครงการนั้นจะต่อยอดในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ สร้างเศรษฐกิจใหม่ ในพื้นที่ได้จริงหรือครับ
๖. คือรัฐอ้างว่า Landbridge จะช่วยเพิ่ม GDP ได้ถึง ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๔ เปอร์เซ็นต์ ไปเป็น ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ แลกกับการลงทุน ๑ ล้านล้านบาท คิดอย่างไร ตัวเลขนี้มาจากไหน
๗. คือปัญหาเรื่องของภาระทางการคลัง ณ เวลานี้หนี้สาธารณะเราอยู่ที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าบวกกับ Digital Wallet กว่า ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทของรัฐบาลเข้าไป ก็จะอยู่ที่ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ บวก Landbridge อีก ๑ ล้านล้านบาทเข้าไป จะอยู่ที่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าสมัยต้มยำกุ้ง เราจะไม่เหลือพื้นที่การคลังหรือ Physical space ไว้ สำหรับรับความเสี่ยงในการลงทุนในการแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ได้อีกเลยนะครับ แล้วข้อมูล จากแบงก์ชาติครับ รายได้ในการจ่ายดอกเบี้ย ณ ตอนนี้อยู่ที่ ๙ เปอร์เซ็นต์ ถ้าบวกอีก ๑.๖ ล้านล้านบาทเข้าไปของ Digital และ Landbridge รายได้จ่ายดอกเบี้ยจะอยู่ที่เกินกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์แน่นอน หมายความว่ามีงบประมาณ ๑๐๐ บาท จ่ายดอกเบี้ยแล้ว ๑๒ บาท เหลือเงินไว้ใช้จริงแค่ ๘๘ บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผลกระทบ ต่อ Credit Rating สถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างเสี่ยงสำหรับเศรษฐกิจไทย ถ้าเกิดเครดิตลดลง นักลงทุนหนี เงินทุนไหลออกนะครับท่านประธาน แล้วถ้าเกิดรัฐจะใช้ ระบบ PPP มอบสัมปทานให้เขา เราจะเป็นแบบลาว แบบพม่า แบบศรีลังกา ที่จีนไปลงทุน หรือไม่
๘. คือเราจะคืนทุนเมื่อไร จากรายงานบอกว่า ๔๐-๔๙ ปี ตัวเลขที่สำคัญคือ เรื่องของรายรับ คำถามง่าย ๆ เลยครับ เราจะสามารถแย่งลูกค้าจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่ใช้บริการอยู่แล้วย้ายมาอยู่ที่ไทยได้จริงหรือครับ อย่าลืมนะครับว่าเขาคืนทุนกันหมดแล้ว เขาสามารถ Dump ราคาแข่งกับไทยได้ แล้วเขามีอุตสาหกรรมทั้งเรื่องของท่อส่งแก๊ส มีเรื่อง ของท่อส่งน้ำมัน มีเรื่องของโรงกลั่นน้ำมันอยู่ในนั้นอีก มีจุดกระจายสินค้าอีก ในประเทศ อื่น ๆ เขามี Ecosystem ที่ครบ Loop ซึ่งของเราไม่ได้อยู่ในนโยบายนี้ ไม่อยู่ในแผนนี้ เราจะแข่งกับเขาได้หรือครับ จะมีตู้ Container กว่า ๒๐ ล้านทียู หรือ ๒๐ ล้านตู้ ผ่าน Landbridge จริง ๆ ได้หรือ ผมคิดว่าเราควรไป Deal กับเขาก่อนไหมครับ Deal กับบริษัทเดินเรือ บริษัท Logistics ให้เขาร่วมลงทุนกับเรา หรือมาเซ็นสัญญากับเราว่าถ้าเรา สร้างโครงการนี้เขามาทำกับเรา Sure เขาย้ายมาผ่านเรา Sure เพื่อเป็นการ Secure contract ไว้ก่อน เป็นการ Guarantee contract ไว้ก่อนว่าเราจะได้รายได้ Sure ดีกว่าไหมครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน คือผมคิดว่าความซับซ้อนของโครงการ มีความจำเป็นที่เราจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา รวมถึงเรื่องของ ความขัดแย้งในเรื่องของรายงานระหว่างสภาพัฒน์กับ สนข. ก็ดีที่ออกมาแล้วไม่ตรงกัน แต่อย่างไรก็ดีผมอยากจะฝากทางกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านด้วยว่าจุดยืนของกรรมาธิการ คือมีความเป็นกลางนะครับท่านประธาน เราไม่ควรจะมีธงว่าจะเห็นด้วยอยู่แล้ว หรือไม่ เห็นด้วยอยู่แล้วกับสิ่งที่รัฐบาลจะทำ และเราไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงตรายาง ประทับสร้างความชอบธรรม ให้กับรัฐบาลที่จะทำโครงการที่ยังไม่มีการศึกษาออกมาอย่างถ่องแท้แน่นอนไว้ก่อน หน้าที่ ของคณะกรรมาธิการคือหาคำตอบให้กับประชาชนครับท่านประธานว่าจริง ๆ แล้ว Landbridge ที่เราจะสร้างนี่มันคุ้มค่ากับการลงทุนจริง ๆ หรือไม่ และมันมีโครงการอื่น ที่ดีกว่านี้ให้กับพี่น้องชาวภาคใต้และพี่น้องคนไทยทั้งประเทศหรือไม่นะครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ