อนุสรณ์ ย้อนประวัติการทำไม้ไทย ชี้ระบบสมัยก่อนมาตรฐานสากล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด อภิปรายปัญหาการลักลอบตัดไม้หวงห้าม โดยย้อนประวัติศาสตร์การจัดการป่าไม้ของไทยตั้งแต่ยุคสมัย Mr. H. Slade ที่วางระบบการสัมปทานไม้แบบมีระเบียบเป็นมาตรฐานสากล จนถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่นครศรีธรรมราชในปี 2531 ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกสัมปทานป่าไม้ทั้งระบบในปี 2532 และทำให้เกิดช่องว่างในการจัดการ จนกลายเป็นปัญหาการบุกรุกป่าและการลักลอบตัดไม้ โดยเฉพาะไม้พะยูงที่มีมูลค่าสูงและมีตลาดต้องการจากจีน ส่งผลให้ปัญหานี้ยืดเยื้อเรื้อรัง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อญัตติ เรื่อง ปัญหาการลักลอบตัดไม้หวงห้ามในเขตพื้นที่ส่วนราชการ จากญัตติคำถาม สำคัญคือว่าทำไมต้องลักลอบตัด ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินก็ต้องบอกว่าถ้าไม่ลักลอบ ไปตัดเลยถูกจับครับ แต่การอภิปรายของผม ๗ นาที ผมจะนำย้อนกลับไปว่าในอดีตสยาม ประเทศของเรานั้นเป็น Destination เป็นจุดหมายปลายทางของนักค้าไม้ระดับโลกครับ ไม้ดี ๆ ไม้แพง ๆ ต้องมาที่ประเทศไทย ใครใคร่ค้าไม้ค้า ใครใคร่ตัดไม้ตัด แต่เพื่อให้มีการตัดไม้ และยกระดับเพื่อการพาณิชย์เป็นมาตรฐานสากล ประเทศไทยได้เชิญ Mr. H. Slade Mr. H. Slade เป็นใครครับ เป็นชาวอังกฤษ แต่มีประสบการณ์ในการทำไม้ระดับโลก โดยเฉพาะที่อินเดีย Mr. H. Slade มาวางระบบให้การทำไม้ของไทยนั้นเป็นมาตรฐาน ต่อมา ในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๔๙๓ ได้โปรดเกล้าฯ สถาปนากรมป่าไม้ขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้น ๑๖ ตุลาคม ๒๔๓๙ Mr. H. Slade ได้ขึ้นเป็นอธิบดีกรมป่าไม้หรือในขณะนั้นเรียกว่า เจ้ากรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงมหาดไทยเป็นคนแรก ซึ่งมีที่ทำการกรมแห่งแรกอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ การทำไม้ที่ Mr. H. Slade ได้วางไว้นั้นถือว่า World Class ครับ จะมีพื้นที่ ได้รับสัมปทานเท่าไรก็ตาม ต้องแบ่งออกเป็นตอน ๆ ตอนละเท่า ๆ กัน เช่นมี ๓๐ ไร่ แบ่งเป็น ๓ ตอน ตอนละ ๑๐ แปลง ให้ทำแปลงละ ๓ ปี ทำไมต้องทำ ๓ ปี เพราะพอครบ ๓๐ ปี ขึ้นปีที่ ๓๑ ก็จะไปเริ่มตอนใหม่ ในระหว่างนั้นก็จะทำนุบำรุงดูแลเพื่อให้ไม้สามารถ ตัดได้ในปีที่ ๓๑ และระหว่างนั้นหากปล่อยให้มีการลักลอบไปตัดไม้เจ้าของสัมปทานถือว่า มีความผิดอาจจะต้องถูกเพิกถอนใบสัมปทานนั้นด้วย กระบวนการในการทำไม้ที่ Mr. H. Slade วางไว้ก็คือ ๑. คัดเลือก ๒. ชักลาก ๓. ตีค่าภาคหลวง ๔. ออกใบเบิกทาง นำเคลื่อนที่ เห็นไหมครับว่าเป็นระบบ พอครบ ๓๐ ปี ขึ้นปี ๓๑ ก็วนไปตัดในตอนแรกใหม่ ถ้าสมัยนั้นมี ISO ก็ต้องยอมรับนะครับว่าต้องได้ ISO ในทุกขั้นตอน ท่านลองนึกภาพตาม มีบริษัทได้รับสัมปทานทำไม้ ๔๐๐ บริษัท แต่ละบริษัทมีคนงาน ๕๐๐ คน จะมีคนไปอยู่ ในป่า ๒๐,๐๐๐ คนครับ แต่ละป่าจะคึกคักขนาดไหน ๒๐,๐๐๐ คนทำอะไร คัดเลือก ชักลาก ตีค่าภาคหลวง ออกใบเบิกทางนำเคลื่อนที่ แต่น่าเสียดายครับยุคทองของการทำ อุตสาหกรรมป่าไม้ก็มาสะดุดหยุดลงจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่พิปูน จังหวัด นครศรีธรรมราช เหตุการณ์นั้นเกิดปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๑ เกิดฝนตกหนัก ๓ วัน ๓ คืน นอกจากน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ก้อนหินขนาดใหญ่ ยังมีท่อนซุงครับ ท่อนซุง ที่ไหลมานั้นเป็นไม้ที่ล้มขอนนอนไพร ไหลมาชนิดที่เรียกว่าราวกับลาวาป่าไม้ ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงครับหมู่บ้านที่เคยมีผู้คนอยู่อาศัยทั้งหมู่บ้านหายวับไปกับตา เหตุการณ์ ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต ๙๐ ศพ สูญหาย ๑๐๒ คน ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในสมัยนั้นเห็นถึงความจำเป็นว่าต้องไปตรวจสอบการได้รับสัมปทานป่าไม้ ไปตัด อย่างไรถึงมีไม้ล้มขอนนอนไพรไหลกันมาราวกับลาวาไม้ขณะนั้น ในยุคนั้นมาตรฐาน การตรวจสอบอาจไม่เข้มข้นเหมือนทุกวันนี้ มีกระแสข่าวว่าการตรวจสอบใบสัมปทานนั้น อาจจะมีการเปิดช่องหรือเอื้อให้มีการทุจริต หลายมาตรฐานบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม เดือดร้อนถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ไม่ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้มีคำสั่งประกาศยกเลิก การให้สัมปทานป่าไม้ทั้งระบบ บางส่วนบอกว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบกำปั้นทุบดิน บางส่วน บอกยอมหักไม่ยอมงอ ทำให้ในวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๓๒ หลังจากยกเลิกทำให้ ๑๔ มกราคม ของทุกปีเป็นวันทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ หลังยกเลิกสัมปทาน ป่าไม้ ท่านประธานจำคน ๒๐,๐๐๐ คน ที่ผมเล่าได้นะครับ เกิดความไม่พอใจครับ เมื่อพวก เขาไม่ได้ประโยชน์จากการทำไม้เขาก็ไม่คืนป่า มีการลักลอบตัด มีการเผาทิ้งไปเฉย ๆ ในภาวะสุญญากาศนั้นประเทศไทยเสียโอกาสไปมาก และเมื่อเสียโอกาสทำให้รัฐบาลต่อมา ต้องมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ๓๐ ปีที่แล้ว ให้ผู้บุกรุกตามพื้นที่ป่ากลับมา เป็นของรัฐบาล ตั้งเป้าครับจะทวงคืนให้ได้ ๔๔ ล้านไร่ แต่ทวงไปทวงมาจากเป้า ๔๔ ล้านไร่ เหลือแค่ ๘ ล้านไร่ จุดเปลี่ยนสำคัญก็คือการยกเลิกสัมปทานป่าไม้ ทำให้มาตรฐานระดับ World Class ที่เราเคยปฏิบัติที่ Mr. H. Slade ได้วางไว้ ถ้า Mr. H. Slade มองกลับมาก็คง รู้สึกว่าเสียดายวันเวลากว่าจะรวบรวมกฎ กติกา มารยาทในการปฏิบัติเรื่องการสัมปทาน ป่าไม้สุดท้ายกลายเป็นประสาททรายไม่เหลืออะไรเลย มันจึงเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมาจนถึง การตัดไม้พะยูงแบบลักลอบตัด คำถามคือแล้วไม่ลักลอบตัดไม้อื่นหรือ ตัดเหมือนกัน แต่ว่า ไม้พะยูงเป็นไม้ในวงศ์ศักดิ์สูง เป็นไม้ชั้นสูงที่ประเทศจีนเวลาเขาได้ไม้พะยูงไปเขาเอาไป ทำนุบำรุงวัดวาอาราม วังหลวง ถามว่าเอาไปทำโต๊ะ เตียง ตั่งไหม มีครับ แต่ว่าโต๊ะ เตียง ตั่ง ของบุคคลระดับ VIP ดังนั้นเมื่อตลาดเปิดกว้างที่ประเทศจีนรู้ว่าเสี่ยงอย่างไรก็ต้องขอลอง จึงมีความพยายามในการลักลอบตัดไม้พะยูง ผมจะไม่บอกว่าแนวทางการแก้ต้องสร้าง จิตสำนึก ผมไปอีกทางหนึ่งครับ ผมอยากเสนอว่าเราอาจจะต้องกลับมาทบทวนว่าเราจะ กลับไปรื้อฟื้นหรือกลับมาให้มีการอนุญาตให้เกิดสัมปทานป่าไม้ได้อย่างไร โดยยึดประโยชน์ ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ไม่เช่นนั้นเราจะเสียประโยชน์โดยไม่ได้อะไรเลย ขอบคุณครับ