วิรัช ชี้ป่าเสียหายหนักใน 5 ปี แจงญัตติคุ้มครองไม้หวงห้าม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖

วิรัช พิมพะนิตย์ หารือปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ที่ลดลงอย่างรุนแรงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จาก 194 ล้านไร่ เหลือเพียง 104 ล้านไร่ พร้อมเปิดประเด็นการตัดไม้พะยูงและไม้หวงห้ามอื่น ๆ อย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ป่าและโรงเรียน ทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึงการประมูลไม้ที่มีราคาต่ำผิดปกติและมีพิรุธทางการเงิน เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบทั้งกระบวนการประเมินราคา การใช้จ่ายรายได้ และยุติการตัดไม้ในพื้นที่ราชการเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้คนรุ่นหลัง

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สส. จากจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ต้นไม้คือชีวิต วันนี้ประเทศไทยจากปี ๒๕๕๙ ต้นไม้มีทั้งหมด ๑๙๔ ล้านไร่ ตอนปี ๒๕๖๔ เหลืออยู่แค่ ๑๐๔ ล้านไร่ หายไปจากปี ๒๕๕๙ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๔ เหลืออยู่แค่ ๓๑.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่กระผม ขอโอกาสจากท่านประธาน จากท่านสมาชิกเสนอญัตติที่ท่านประธานได้ให้โอกาสรวมญัตติ ๒ ญัตติเป็นอันเดียวกัน ไม้หวงห้ามของพวกเราอันดับ ๑ คือไม้พะยูง ก็จะมีไม้ตะเคียน มีไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้สัก ไม้ยางป่า พวกนี้เป็นไม้หวงห้าม ขอ Slide ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาท่านรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรีไปที่ไหนก็ช่าง สิ่งหนึ่งที่ประธานในพิธีจะต้องทำก็คือปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นเกียรติ แต่วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่ที่มีไม้มากที่สุดคือพื้นที่ของกรมธนารักษ์ เพราะว่ากรมธนารักษ์ควบคุมพื้นที่ส่วนราชการทั้งหมด คุมพื้นที่โรงเรียนทั้งหมด คุมพื้นที่ หลาย ๆ แห่ง รอบเขื่อนรอบอะไรทั้งหมด วันนี้ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพว่า สิ่งหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์ในบ้านเมืองตอนนี้คือทุกจังหวัดนะครับ เหตุการณ์แรกก็คือ ต่างประเทศใช้คนเข้ามาบุกรุกตัดไม้พะยูงในเทือกเขาต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา ในจังหวัดอะไรที่มีพื้นที่ติดเขาทั่วประเทศแล้วเอาไปขาย ไม้พะยูงเป็นไม้ที่ทุกคนคิดว่าเป็นไม้ดี ชื่อดี คือคำว่า พยุงก็คือพยุงทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ให้จน แล้วพอเลื่อยออกมาเนื้อไม้ก็จะเป็น สีแดง ทำให้หลายคนในต่างประเทศเชื่อว่าเป็นไม้ที่มีประโยชน์และศักดิ์สิทธิ์ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีอยู่ ๒ แบบ อันแรก คือให้คนเข้าไปตัดก่อน ตัดเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้เพื่อว่าให้เจ้าพนักสอบสวนหรือตำรวจเข้าไปจับแล้วก็ขนไม้ไปไว้ที่ ส่วนกลาง เสร็จแล้วก็ให้ขายเป็นประมูลขายไป ซึ่งขายในราคาจากที่ตัดแล้วเจอที่สวนป่า เอาไปไว้ที่เทศบาลอิตื้อในอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ มีรายได้ตอนแรกประมูลไป ๑๙๐,๐๐๐ บาท คนแรกให้ ๑๕๐,๐๐๐ บาท คนที่ ๒ ให้ ๑๙๐,๐๐๐ บาท แต่ไม้พะยูงชิ้นนี้ ราคาถึง ๒-๓ ล้านบาท และอีกที่หนึ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือที่โรงเรียนบ้านคำไฮ อำเภอหนองกุงศรี เขตท่านอนุญาตให้ตัด พอตัดเสร็จไม้ทั้งหมด ๒๒ ท่อน แล้วประมูลขายทอดตลาดไปด้วย ราคาแค่ ๑๕๓,๐๐๐ บาท จากไม้พะยูง ๒๒ ต้น ซึ่งมันมีลับลมคมในคือเจ้าหน้าที่เขาดู เส้นสายทางการเงิน มีเงินโอนเข้าบัญชีถึง ๔ ล้านบาท วันนี้ที่ขายขายในราคาลูกบาศก์คิวละ แค่ ๑๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ราคาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเมินไว้คือลูกบาศก์คิวละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยชีวิตพวกเรา อยากจะหวงแหนไว้ให้ลูกดู ไม้ที่ถูกตัดอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียน เป็นสวนป่าของโรงเรียน ที่เด็กนักเรียนได้มีโอกาสไปดูไปมอง พักเที่ยงเข้าไปดูครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับว่าผมอยากให้ดู Clip หนึ่งครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพและเสียง)

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ที่เอามาให้ดูไม่ใช่อะไรหรอกครับ มันเกิดทั่วประเทศ ผมเรียนกับท่านประธานว่าวันนี้ ด้วยความที่เป็นคนไทย และอยากจะรักษาทรัพย์สินของต้นพะยูงให้เด็กได้ดูบ้าง วันนี้เราจะ ได้ให้ลูกหลานดูว่าต้นนี้ ๕๐ ปี ๓๐ ปี ๒๐ ปี เพราะว่าถ้าวันหนึ่งเราตัดทั้งหมด เมื่อปี ๒๕๖๒ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุญาตให้ตัดในที่ส่วนตัว หรือส่วนราชการ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าหยุดเถอะครับ ขออำนาจจากท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีขอให้หยุดภารกิจตัวนี้เสีย อย่าให้ทำเถอะครับต้นไม้ที่อยู่ในพื้นที่ของ ส่วนราชการ สงสารลูกหลานของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้ดู Clip สั้น ๆ อีก Clip หนึ่ง ขอท่านเปิด Clip ให้หน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพและเสียง)

กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ เอาละครับผมก็จะไม่ใช้เวลานานในเมื่อทุกอย่างก็บรรยายโดยภาพและเสียงแล้ว ผมมีคำถาม ที่จะถามไปส่วนที่เกี่ยวข้องถึงกระทรวงการคลัง ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง ทำไมภาครัฐเงินไม่มีถึงขนาดที่จะต้องตัดไม้พะยูงในที่ราชพัสดุไปขาย ให้พ่อค้า ชาวบ้านอยากรู้ว่าเงินที่ได้จากการขายไม้จะไปอยู่ส่วนไหน ใช้ทำอะไร กรมธนารักษ์ ควรจะมาชี้แจง และอยากจะให้ตรวจสอบว่าพื้นที่ทั้งประเทศ เจ้าหน้าที่ธนารักษ์แต่ละ จังหวัดอนุญาตตัดไม้ลักษณะนี้มากน้อยเพียงใด

ส่วนอันที่ ๒ คำถามถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขอให้ ตรวจสอบการประเมินราคาไม้พะยูงของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร ในเมื่อตั้งไว้ ลูกบาศก์คิวละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ทำไมไปตั้งราคาขาย ๑๐,๐๐๐ บาทได้

คำถามที่ ๓ ไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการเห็นดี เห็นงามให้สถาบันการศึกษาตัดไม้พะยูงหรือไม้หวงห้ามขายเพื่อหาเงินเข้าโรงเรียนจริง ๆ หรือเปล่าครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอบคุณท่านประธานที่เคารพ แล้วก็เพื่อนสมาชิก และทุกท่านที่ให้เกียรติได้ยื่นญัตติทั้ง ๒-๓ ญัตตินี้ ก็ขอบคุณแล้วก็ขอให้ท่านประธานปฏิบัติ ต่อไป ขอบคุณครับ