อนุสรณ์ ชี้หนี้ครัวเรือนพุ่ง หนุน Digital Wallet พักหนี้เกษตรกร-SMEs

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต พร้อมเสนอมาตรการเร่งด่วนให้รัฐและภาคการเงินร่วมกันแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งการดำเนินโครงการ Digital Wallet กระตุ้นเศรษฐกิจ พักหนี้เกษตรกรและผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม รวมถึงส่งเสริมวินัยการเงินและการออมภายใต้กรอบวินัยการคลัง อภิปรายเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ ส่งเสริมการออม สร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของคนไทย พร้อมเรียกร้องให้ใช้หนี้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการลงทุน และผลักดันความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มีคำกล่าวว่า ถ้าคุณเกิดมาจน นั่นไม่ใช่ความผิดคุณ แต่ถ้าคุณตายจน อันนั้นละความผิดคุณเติม ๆ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ไม่ได้ Said that กล่าวคำนี้ด้วยตัวเอง แต่กล่าวตามบิลล์ เกตส์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามถึงบิลล์ เกตส์ แต่ถ้าจะให้สอดคล้อง สอดรับ กับญัตติในวันนี้ต้องบอกว่า ถ้าคุณเกิดมาพร้อมหนี้ อาจไม่ใช่ความผิดคุณ แต่ถ้าคุณตายไป แต่หนี้ยังคงอยู่หนี้ไม่หมด นั่นละความผิดคุณ ผมคิดว่ามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการออกแบบนโยบายโครงการมาตรการที่จะช่วยประชาชนในการปลดหนี้ หรือลดหนี้ ให้ประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่ภาครัฐ ภาคสถาบันการเงิน จะแบงก์ Non-Bank ต้องร่วมด้วย ช่วยกันทำ เพราะถ้าภาครัฐขยับ และได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนปัญหาหนี้สิน จะกลายเป็นปัญหาที่จากหนักเป็นเบา ทุเลาเป็นหาย ดังนั้นผมเชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายาม ดำเนินการมาแม้ว่าจะใช้เวลาเดือนเศษแต่ก็ต้องยอมรับว่าเราเห็นสัญญาณที่ดี และอีกมิติหนึ่งเราก็เห็นครับว่าปัญหาการแก้หนี้สินให้กับพี่น้องประชาชนแม้จะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการมาหลายคณะ แต่การแก้ปัญหาหนี้สินไม่ใช่เรื่องง่ายครับ หลายคณะกรรมาธิการพ้นวาระแต่หนี้ประชาชนก็ไม่ยอมลดละ เพราะถ้าแก้ง่ายก็คง สำเร็จไปแล้ว เราตามตอบว่าคนไทยเป็นหนี้อะไรมากที่สุด หลายท่านอาจจะตอบว่าคนไทย เป็นหนี้จากการซื้อบ้าน เป็นหนี้จากการซื้อรถ แต่ความจริงคนไทยเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล มีสัดส่วน ๓๙ เปอร์เซ็นต์ของหนี้ครัวเรือน และคนไทยก็เป็นหนี้บัตรเครดิต ซึ่งคิดเป็น ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ย้อนกลับไป ๑๐ ปีไปเดินห้างสรรพสินค้าเผลอไม่ได้พวกจะยื่น Application กรอกใบสมัครบัตรเครดิตอยู่เรื่อย แต่เราได้องค์ความรู้แบบนี้ครับว่าไม่ใช่ว่าจะมีคนหนึ่ง ๕ ใบ ๑๐ ใบ เราก็พยายามที่จะจัดระเบียบในการถือครองบัตรเครดิตแต่ก็ต้องยอมรับว่า หนี้มันมาจากตรงนี้ครับ เราไปดูตัวเลขคนไทย ๒๕ ล้านคน หรือ ๑ ใน ๓ มีหนี้สินเฉลี่ย มากถึง ๕๒๐,๐๐๐ บาท โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อธิบายให้เห็นภาพก็คือ ซื้อมาจับจ่ายใช้สอยเพื่อการอุปโภคบริโภคใช้แล้วก็หมดไป หนี้ส่วนนี้มีสัดส่วนถึง ๙ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน แต่เราก็ต้องยอมรับทุกรัฐบาลนั้นมีความตั้งจิตตั้งใจดีในการแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาทั้งวิกฤติโควิด วิกฤติน้ำท่วม ภัยแล้ง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเติบโตของเศรษฐกิจบ้านเราที่ช้ากว่าเพื่อนบ้าน สงครามจาก ๑ คู่ กลายเป็น ๒ คู่ เราไม่ต้องไปลงลึกครับว่าคู่ใดบ้าง แต่ ๒ คู่ ๔ ทีม ๔ ประเทศนี้เขาก็ นกมีขน คนมีเพื่อน พอเกิดสภาวะสงครามขึ้นมาในขณะที่หลายปัญหาที่รุมเร้าหมักหมม มาก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการแก้ไข เราก็ว้าวุ่นเลยครับทีนี้ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องขับเคลื่อน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน ผมมีข้อเสนอ ๕ มาตรการด้วยกัน

มาตรการที่ ๑ รัฐนั้นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ถ้าเปรียบเป็นการรักษาต้องไม่ใช่แบบหยอดน้ำข้าวต้ม หรือให้น้ำเกลือหมด ๑ ขวด ๒ ขวด แล้วกลับบ้าน ต้องเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ นั่นก็คือโครงการ Digital Wallet ซึ่งถือว่ามาได้ถูกที่ ถูกเวลา มาแก้ปัญหาในเวลาที่ใช่ โครงการนี้ถ้าเกิดขึ้นจะเป็นมิติ ทั้งการเพิ่มทุนให้กับพี่น้องประชาชน ในมิติของการกระตุ้นการลงทุนให้กับพี่น้องประชาชน ถ้า ๑๖ ปีขึ้นไปจะได้รับคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าคิดแบบ ๑๐,๐๐๐ ต่อ ๑ คน อาจไม่ใช่ เรื่องที่จะต้องตกใจ แต่ถ้าคิดว่าในครัวเรือนของท่าน สมาชิกในบ้านของท่าน มี ๔ คน ๔๐,๐๐๐ บาท ๕ คน ๕๐,๐๐๐ บาท นี่เรื่องใหญ่นะครับ ดังนั้นโครงการ Digital Wallet หรือเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลนี้ มีคำกล่าวว่าน้ำที่อุ้มเรือได้เช่นไร น้ำก็สามารถคว่ำเรือ ได้เช่นนั้น ผมไม่อยากให้เกิดบรรยากาศแบบนั้นสวนทางกับความต้องการและการรอคอย ของพี่น้องประชาชน ทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกันว่าจะผลักดันโครงการนี้ให้เกิดอย่างไร บนพื้นฐานของกรอบวินัยการเงินการคลัง ห่วงใยได้ ตั้งข้อสังเกตได้ แต่ต้องยึดประโยชน์ว่า สุดท้ายถ้าเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมว่าโครงการนี้ ต้องเกิดครับ

มาตรการที่ ๒ รัฐบาลต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน ต้องลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อย

มาตรการที่ ๓ การพักหนี้เท่ากับการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร นโยบายของรัฐบาลพักชำระหนี้เกษตรกร ๓ ปี ก็เป็นหนึ่งในเรือธงที่รัฐบาลชุดนี้พยายาม เดินหน้า มีการขยายไปพักหนี้ในกลุ่ม SMEs และจะขยายไปกลุ่มวิชาชีพอื่น ๆ ย้ำว่า มาตรการพักหนี้ต้องทำพร้อมรักษาและยึดมั่นในกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด

มาตรการที่ ๔ ต้องให้ความรู้ทางการเงิน ส่งเสริมวินัยการออมให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างเคร่งครัด

มาตรการที่ ๕ ต้องพัฒนาทุนมนุษย์ ส่งเสริมการออม เสริมสร้างศักยภาพ การแข่งขันของคนไทย ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อจะทำให้การลงทุนของไทยเข้มแข็ง เพื่อรองรับการขยายงานตามนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับการเป็นหนี้ไม่ได้น่ากลัว เลยครับ ตราบเท่าที่เรามีศักยภาพในการใช้หนี้ มีเงิน ๑๐ บาทในกระเป๋าไม่กล้าพาเพื่อน ไปกินก๋วยเตี๋ยว แต่ถ้ามี ๕๐ บาท มีศักยภาพ เรากล้าและมีความเชื่อมั่น ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้ ต้องถือธงนำ และขอรับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างศักยภาพของคนไทย ให้แก้ปัญหาหนี้ได้อย่างยั่งยืน ปัญหาหนี้ประชาชนควรต้องจบในรุ่นเรา ขอบพระคุณครับ