สุวรรณา สนับสนุนตั้งกรรมาธิการแก้หนี้ครัวเรือน หลังชี้วิกฤตบึงกาฬ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖

สุวรรณา กุมภิโร อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รุนแรงจากผลกระทบเศรษฐกิจและโควิด โดยยกตัวอย่างปัญหาในจังหวัดบึงกาฬที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ราคาผลผลิตตกต่ำ และการขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน จนประชาชนต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งออกโฉนดที่ดิน จัดตั้งกองทุนปลอดดอกเบี้ย และส่งเสริมการสร้างรายได้เสริมเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

นายสุวรรณา กุมภิโร บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสุวรรณา กุมภิโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอบุ่งคล้า ขออภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ครัวเรือนในครั้งนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานที่เคารพ ปัจจุบันปัญหา หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งด้วยผลกระทบ จากโควิดในช่วงที่ผ่านมาทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดรายได้ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหา หนี้สินครัวเรือนของประเทศมากยิ่งขึ้น โดยจากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๖ หนี้ครัวเรือนของไทยสูงมากถึง ๑๖ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น สัดส่วนถึงร้อยละ ๙๐.๖ ของ GDP ประเทศนั้น ทำให้หนี้ครัวเรือนของไทยสูงเป็นอันดับที่ ๒ ของ Asia และมากเป็นอันดับที่ ๑๒ ของโลก ท่านประธานที่เคารพครับ สาเหตุหลัก ๆ เพื่อน ๆ สมาชิกได้นำเรียนไปเกือบจะครอบคลุมทุกประเด็นแล้ว ทีนี้ผมขอนำมาดูสภาพ ปัญหาในพื้นที่ของจังหวัดบึงกาฬของผม สำหรับพี่น้องในส่วนของจังหวัดบึงกาฬเองก็ประสบ ปัญหาหนี้ครัวเรือนเช่นเดียวกันครับ

โดยจากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนของ พี่น้องบึงกาฬ อยู่ที่ ๑๙๗,๘๖๘.๖๘ บาทต่อครัวเรือน แบ่งออกเป็นหนี้ที่มาจากการใช้จ่าย ในครัวเรือนร้อยละ ๔๙ หรือประมาณ ๙๖,๐๐๐ บาท และอีกร้อยละ ๒๔ หรือประมาณ ๔๗,๐๐๐ บาท นั้นเป็นหนี้ที่มาจากการทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการเช่าที่ทำกิน การซื้อปุ๋ย การซื้อพืชพันธุ์ และต้นกล้าต่าง ๆ ซึ่งด้วยพี่น้องในจังหวัดบึงกาฬประกอบอาชีพเกษตรกร มีรายได้ไม่คงที่ ผันผวนไปตามภัยธรรมชาติ ทั้งปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำป่าไหลหลาก ท่วมพื้นที่เกษตรซึ่งแม้ว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยา แต่ก็น้อยกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน พี่น้องเราประสบปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ไม่สามารถขายผลผลิตได้ตรงตามความต้องการ ยิ่งทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย หรือที่พอใช้ ก็ไม่พอจ่ายหนี้สินทำให้เกิดหนี้สินทบต้น ทบดอกเรื่อยไปจนยากจะแก้ไข จนสุดท้ายไม่มีเงิน เพียงพอสำหรับการลงทุนในการทำการเกษตรต่อไป และทำให้พี่น้องเกษตรหมด ความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน เพราะส่วนมากมีอาชีพเกษตรกรและรับจ้างทั่วไปซึ่งเป็นอาชีพอิสระ ไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน ที่สำคัญเกษตรกรส่วนมากของจังหวัดบึงกาฬถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ขาดเอกสารสิทธิ ในที่ดินทำกินมีเพียงแค่พอ ภ.บ.ท. ๕ ส.ค. ๑ ซึ่งไม่สามารถใช้เป็นหลักประกันทรัพย์ ประกันเงินกู้ในระบบได้ จึงต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น จนบางครอบครัวต้องถูกเจ้าหนี้ยึดพื้นที่ทำกินครับท่านประธาน ทำให้เกิดปัญหาตามมา มากมาย เป็นปัญหาสังคม ทำให้บางครอบครัวต้องแตกแยก หรือบางครอบครัว หัวหน้า ครอบครัวต้องทิ้งครอบครัว ทิ้งพ่อทิ้งแม่ทิ้งลูกทิ้งเมียอันเป็นที่รักไปทำงานเสี่ยงดวง อย่างยากลำบากในต่างประเทศเพื่อหวังว่าจะมีเงินมาใช้หนี้ มาไถ่ที่ดินทำกินคืนจากเจ้าหนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลที่ผ่านมาได้จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้หลายครั้ง ซึ่งครั้งที่ ๔๔ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ได้จัดขึ้นที่จังหวัดบึงกาฬ มีข้อมูลว่า ห้องไกล่เกลี่ยได้รับความร่วมมือจาก กยศ. และหน่วยงานเครือข่ายสถาบันการเงิน ๗ แห่ง ได้บรรเทาความเดือดร้อนลูกหนี้ โดยเชิญลูกหนี้เข้าร่วมไกล่เกลี่ยก่อนโดนฟ้อง จำนวน ๓,๖๙๔ ราย ทุนทรัพย์ทั้งสิ้น ๒๘๓,๓๐๑,๐๒๘.๙๘ บาท นับเป็นโครงการที่ดี ควรจัด หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ถ้าต้องการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนท่านประธานผมว่าควรเน้น การแก้ปัญหาให้สอดคล้องแต่ละสภาพพื้นที่เป็นหลัก อย่างจังหวัดบึงกาฬมีแหล่งท่องเที่ยว ตามธรรมชาติมากมายที่ควรส่งเสริม และพัฒนาให้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เป็นการส่งเสริมอาชีพใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องควบคู่ไปกับอาชีพเกษตรกร อย่าให้ พี่น้องของเราทำแต่อาชีพเดียว คืออาชีพเกษตรกรตลอดชั่วชีวิต และออกโฉนดที่ดิน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งตอนนี้ออกโฉนดให้ ส.ป.ก. ก็ควรออกโฉนดให้ ภ.บ.ท. ๕ แล้วก็ ส.ค. ๑ ด้วยเพื่อความเท่าเทียมและเสมอภาคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ผมเห็นว่า ควรจะมีการตั้งกองทุนปลอดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือพี่น้องของเรา ทั้งควบคุมราคาสินค้า อุปโภคบริโภคแทรกแซงราคายางพาราให้ราคาสูงขึ้นนะครับท่านประธาน ควบคุมราคาปุ๋ย ให้มีราคาที่ต่ำเพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกรของเรา และช่วยเหลือให้พี่น้องเข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้พี่น้องเราโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ สามารถลืมตาอ้าปากได้อีกสักครั้งหนึ่ง นี่คือของขวัญชิ้นสำคัญที่พี่น้องบึงกาฬของผมรอคอย มาตลอด ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลชุดนี้จะได้แก้ไขให้กับพี่น้องชาวบึงกาฬของเรา กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน