ธนกร วังบุญคงชนะ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการแก้หนี้ครัวเรือน เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการต่อเนื่องจากโครงการเดิม โดยเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้และลดภาระหนี้ พร้อมเสนอให้รัฐบาลปัจจุบันสานต่อความสำเร็จจากนโยบายเดิม โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการ EEC เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งเน้นย้ำความร่วมมือทุกฝ่ายในการแก้ปัญหา พร้อมชื่นชมบทบาทประธานที่ช่วยคลายความตึงเครียดด้วยอารมณ์ขัน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับญัตติในการที่จะเสนอตั้ง คณะกรรมาธิการแก้หนี้ครัวเรือน สถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปัจจุบันท่านประธานครับ เรามีหนี้ครัวเรือนทั้งหมด ๑๖ ล้านล้านบาท หรือร้อยละ ๙๐.๗ ต่อ GDP แล้วก็ ในภูมิภาค Asia ประเทศไทยเราอยู่อันดับ ๓ ที่หนี้ครัวเรือนสูงมาก รองจากเกาหลีใต้ แล้วก็ฮ่องกง แล้วก็เมื่อเราไปดูในข้อเท็จจริง ร้อยละ ๕๘ เป็นหนี้ที่เริ่มจากการทำงาน นั่นหมายความว่าจบมาปรับเป็นหนี้เลย เช่นเดียวอย่างผมเองกับ สส. ศาสตราที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมจำได้เลยท่านประธาน เรียนจบมาปั๊บเป็นหนี้บัตรเครดิตเลย นอกจากนั้นแล้วหนี้รถยนต์ หนี้ซื้อมอเตอร์ไซค์ก็เป็นหนี้ เพราะฉะนั้นแล้วปัญหานี้จำเป็นจะต้องเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วน ท่านประธานครับ สาเหตุของปัญหาหนี้ครัวเรือนมันเป็นมาทุกยุค ทุกสมัย ในปี ๒๕๖๑-๒๕๖๒ เรามีตัวเลขหนี้ครัวเรือนสัดส่วนต่อ GDP อยู่ประมาณร้อยละ ๘๐ หลังจากนั้นในปี ๒๕๖๓ เกิดสถานการณ์โควิดซ้ำเติมพี่น้องประชาชนไปอีกนะครับ เพราะฉะนั้นในขณะนั้นร้านค้า ห้างร้านต่าง ๆ แล้วก็ตกงาน แม้ว่ารัฐบาลในขณะนั้น ก็พยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะแก้ปัญหา เราเยียวยาพี่น้องประชาชนก็ทำได้แค่ช่วงหนึ่ง ไม่นานหลังจากโควิดเราเจอกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนอีก ซ้ำเติมพี่น้องประชาชนไปอีก เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าหนี้ครัวเรือนมันสะสม ๆ มาโดยตลอด ในขณะนั้นในปี ๒๕๖๕ ท่านประธานครับผมเองก็ได้มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีว่าการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ประกาศให้ ปี ๒๕๖๕ เป็นปีแห่งการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน สิ่งที่รัฐบาลในขณะนั้นทำได้ร่วมกับแบงก์ชาติ ได้ร่วมกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ของรัฐ แล้วก็ ของภาคเอกชน เราดำเนินการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยการพักหนี้ มีการจัด โครงการไกล่เกลี่ยต่าง ๆ มากมาย ก็ได้ช่วยพี่น้องประชาชนในช่วงหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลปัจจุบันก็ควรที่จะดำเนินการต่อในการแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าวันนี้ผมเชื่อในความเป็นสุภาพบุรุษทางการเมืองของ ท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนะครับ ก็คือท่านเศรษฐา ทวีสิน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เพราะว่ารัฐบาลที่แล้วมีโครงการต่าง ๆ มากมายที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลนี้ได้ดำเนินการต่อ ผมคิดว่าสามารถแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน ท่านประธานครับที่ผ่านมาในรัฐบาลที่แล้ว มีโครงการสำคัญอยู่หลายโครงการมาก ผมก็อยากจะฝากให้รัฐบาลนี้ได้ดำเนินการต่อ แล้วผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำต่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งเสริม การท่องเที่ยว ท่านประธานทราบไหมครับว่าก่อนโควิดเรามีรายได้เข้าประเทศ ๓ ล้านล้านบาทจากการท่องเที่ยว แต่พอเกิดสถานการณ์โควิด ๓ ล้านล้านบาทหายไปเลย แต่ในขณะนั้นเราดำเนินโครงการ Phuket Sandbox เราสามารถที่จะเปิดประเทศได้ก่อน ทั่วโลก นำมาซึ่งวันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยถึง ๒๙.๕ ล้านคน เงินเข้า ประเทศมาแล้ว ๑.๒๕ ล้านล้านบาท ผมเห็นด้วยที่ท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ก็ได้ดำเนินการสานงานต่อในเรื่องของการท่องเที่ยวมี Free Visa ต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วผมเชื่อ ว่าวันนี้ถ้าเรามีมาตรการในการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างดีจะสามารถที่จะหาเงินเข้าประเทศ ได้อีก โดยเฉพาะในเรื่องที่พี่น้อง สส. หลายท่านอภิปรายในเรื่องการเปิดสถานบริการ ตีสาม ตีสี่ เป็น Zoning ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งผมเห็นแล้วรัฐบาลก็ดำเนินการอยู่ แล้วก็คิดว่าจะเป็น ประโยชน์
เรื่องที่ ๒ จะต้องมีการส่งเสริมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริม การลงทุนจากต่างประเทศ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลที่แล้ว พลเอก ประยุทธ์ได้ลงทุน ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นถนนเป็นหมื่น ๆ กิโลเมตร รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ Motorway ต่าง ๆ มันเต็มรูปแบบที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันเป็น การลงทุน แล้วก็ในขณะนั้นธนาคารโลกได้มีดัชนีวัดประสิทธิภาพของด้าน Logistics ในปี ๒๕๖๖ หมวดโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าไทยอยู่อันดับ ๙ ของโลก ดีมากเลย เพราะฉะนั้นวันนี้มันมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว รัฐบาลปัจจุบัน ทำต่อได้เลย
เรื่องสุดท้าย โครงการ EEC ในขณะนั้นรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ได้ดำเนินการ EEC ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ เรามีการลงทุนถึง ๒ ล้านล้านบาท วันนี้ ปี ๒๕๖๕-๒๕๗๐ เรามีการวางแผนไว้แล้วว่าจะต้องมีการลงทุนถึง ๒.๒ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นในวันนี้ ผมเชื่อว่าทางด้านการลงทุน EEC มันก็ขยายไปได้อีกทั่วประเทศ อย่าง Landbridge ที่จะเกิดขึ้นเราก็ทำเป็นระบบได้นะครับ
ท่านประธานครับ สุดท้ายการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนหนี้ที่สูงขึ้นจะต้องได้รับ ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ภาคเอกชนต่าง ๆ การให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนผมเองนี้ก็เป็นหนี้ครัวเรือนมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ก็ยังเป็นหนี้อยู่ แต่เราบริหารจัดการได้ เพราะฉะนั้นจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายนะครับ สุดท้าย จริง ๆ วันนี้ผมเห็นสีหน้าท่านประธานดูจะเคร่งเครียดไปนิดหนึ่งนะครับ แต่ต้องขอชื่นชม ท่านประธานแก้ปัญหานกกรงหัวจุก ท่านประธานยิ้มแย้มแจ่มใสมากนะครับ เพราะฉะนั้น แล้วผมก็อยากให้ท่านประธานได้มีบรรยากาศที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนนกกรงหัวจุกนะครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ