ฐากร ตัณฑสิทธิ์ อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นจากผลกระทบโควิด โดยเน้นการแก้ไขที่ต้นเหตุผ่านการเติมทุน เร่งดำเนินการเชิงนโยบาย และเสนอให้พักหนี้พร้อมพักดอกเบี้ยสำหรับทั้งผู้ประกอบการ SMEs และคนรุ่นใหม่อายุ 25-35 ปีที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเสนอแนวทางจัดตั้งกองทุนเครดิตประชาชนเพื่อให้กู้ยืมได้ผ่านบัตรประชาชนภายใต้อัตราดอกเบี้ยต่ำและรัฐค้ำประกัน เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบและเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานมากที่ไม่ลืมชื่อผมครับ ผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย วันนี้ผมต้องขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนในการเสนอ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาหนี้สิน ภาคครัวเรือน ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ที่จะประสบผลสำเร็จ ผมคิดว่าเราจะต้องแก้ที่ต้นน้ำ ต้นน้ำของเราก็คือเราจะต้องแก้ที่ ๑. แก้หนี้ ต้องเติมทุนเข้าไปด้วย อย่าแก้หนี้อย่างเดียว เราต้องมีการเติมทุนเข้าไปด้วย โดยเบื้องต้นผมเข้าใจว่า ในขณะนี้จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ผ่านมา หนี้สินภาคครัวเรือนของประเทศไทยในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาพุ่งสูงขึ้นเกินกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วครับ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวล และเกินกว่าระดับเฝ้าระวังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเดิมจาก ร้อยละ ๘๐ ต่อ GDP มาอยู่ที่ร้อยละ ๘๖.๘ ต่อ GDP ในไตรมาสที่ ๓ ของปี ๒๕๖๕ หากรัฐบาลเอง หรือทางรัฐสภาเราไม่ดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการที่จะแก้ไข ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ก็คงจะเป็นปัญหาในการสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะยาวของประเทศไทยได้ต่อไปครับ ผมขออนุญาตว่าจะอภิปรายเป็น ๓ ส่วน การที่ จะแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน
ในส่วนแรก เรื่องภาคธุรกิจครับ ภาคธุรกิจเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ขณะนี้ภาคธุรกิจที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับหนี้สินในขณะนี้ ก็คือภาคธุรกิจ SMEs ที่ประสบ ปัญหาเกี่ยวกับปัญหาของเรื่องโควิดที่ผ่านมาท่านประธานครับ ขณะนี้ภาค SMEs ติดหนี้สิน ในระบบของเครดิตบูโรเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร แก้ไขปัญหาให้เขาเพื่อที่จะให้ภาค SMEs เหล่านี้กลับมาพลิกฟื้นในการที่จะทำงานเพื่อที่ให้ เขากลับมาทำงานในส่วนนี้ เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ได้ต่อไป เราพักหนี้ไม่พอเราจะต้องพักดอกเบี้ยด้วยครับ เป็นเรื่องที่สำคัญหลายคนบอกว่า พักหนี้ ๆ พักหนี้แต่ดอกเบี้ยยังเดิน อย่าเดินนะครับดอกเบี้ย พักหนี้แล้วต้องพักดอกเบี้ยด้วย ต้องให้พักดอกเบี้ย พักหนี้เพื่อที่จะให้ SMEs หรือผู้ประกอบการรายย่อยลงไปถึงภาค พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจุลภาค นำไปสู่เศรษฐกิจ มหภาคของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ครับ
ในส่วนที่ ๒ ในกลุ่มของคนรุ่นใหม่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ท่านประธาน ทราบไหมว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ในขณะนี้ อายุ ๒๕-๓๕ ปี ติดหนี้ในระบบของเครดิตบูโร ในช่วงวิกฤติโควิดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเป็นล้านล้านคน ท่านประธานทราบไหมว่า ส่งกู้หนี้สร้างบ้านขึ้นมาก็ไม่สามารถที่จะผ่อนชำระกับทางธนาคารได้ ซื้อรถก็ไม่สามารถ ที่จะผ่อนกับทางบริษัท Finance ได้ ปัญหาที่ตามมาก็คือติดในระบบของเครดิตบูโร คนรุ่นใหม่ เหล่านี้จะเดินหน้าในการที่เขาจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาติดเครดิตบูโรในขณะนี้ ท่านประธานครับผมว่า เป็นเรื่องที่สำคัญที่อยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมีการศึกษาแก้ไขปัญหา หนี้สินของครัวเรือน ในขณะนี้ว่าเราคงต้องมีการศึกษาว่าจะพักหนี้ในส่วนของประชาชน คนรุ่นใหม่ในขณะนี้ที่กำลังประสบปัญหาว่าเขาจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการที่จะ พัฒนาประเทศ แต่ติดหนี้ในระบบของเครดิตบูโรเป็นจำนวนมาก หลายคนไม่คิดว่าโควิด จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนมาถึงปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ ที่ผ่านมา หลายคนก็ไปสร้างหนี้กันไว้ ปัจจุบันนี้ติดในระบบของเครดิตบูโรกันเต็มไปหมดครับ เราต้องช่วยกันในการที่จะแก้ไข ปัญหาให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ให้เดินหน้าต่อไปได้ครับ
เรื่องสุดท้าย ก็คือหนี้นอกระบบ ท่านประธานครับในขณะนี้หนี้นอกระบบ หลายคนพูดกันว่าจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนี้ได้อย่างไร ดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นร้อยละ ๒๐ บาทต่อเดือน ร้อยละ ๑๐ บาทต่อเดือนที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมในนามของพรรคไทยสร้างไทย ขอเสนอว่าขอให้จัดตั้งกองทุนเครดิตประชาชน โดยให้ประชาชนสามารถนำบัตรประชาชนไปกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ตั้งแต่ ๕,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑ บาทต่อเดือน เพื่อให้พี่น้องประชาชน สามารถนำเงินดังกล่าวนำไปลงทุนและประกอบกิจการของตนเองต่อไปได้ ถ้าเราสามารถ ที่จะนำเงินดังกล่าวไปขอกู้เงินสร้างเป็นกองทุนเครดิตประชาชนให้เกิดขึ้นได้จะทำให้ พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากในการที่เขาจะไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบร้อยละ ๒๐ บาทต่อเดือน หรือร้อยละ ๑๐ บาทต่อเดือน แต่ถ้ารัฐบาลจัดตั้งกองทุนเครดิตประชาชนขึ้นสามารถที่จะให้ พี่น้องประชาชนกู้เงินร้อยละ ๑ บาทต่อเดือน โดยมีกรอบวงเงินตั้งแต่ ๕,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนถ้าเกิดว่าสามารถที่จะกู้เงินจากกองทุนเครดิตประชาชนได้ นำบัตรประชาชนไปใบเดียวสามารถที่จะกู้กับสถาบันการเงินได้ รัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ผมคิดว่าจะสามารถแก้ไขหนี้นอกระบบของพี่น้องประชาชนได้ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานมากครับ