วรวงศ์ วรปัญญา หารือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในระบบและนอกระบบ พร้อมสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งประเภทหนี้เพื่อหาแนวทางเฉพาะทาง รวมทั้งผลักดันนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งมองว่าไม่ใช่การแจกเงินเปล่า แต่เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยให้ประชาชนมีทุนในการดำรงชีวิตและต่อยอดรายได้ พร้อมเรียกร้องให้ประเมินผลอย่างเป็นธรรมหลังนโยบายมีผลบังคับใช้
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๕ อำเภอท่าหลวง อำเภอลำสนธิ และอำเภอชัยบาดาล วันนี้ผมขออนุญาตใช้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนในส่วนของญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน ผมขอ Slide ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
วันนี้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนเป็นปัญหา ที่แทบจะใหญ่เป็นอันดับแรกของประเทศไทย แต่จาก Slide ที่เราเห็นว่าประเทศไทย ติด ๑ ใน ๑๐ Top ten แต่ไม่ใช่เรื่องที่ดีครับ คือเรื่องปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่ถ้าทุกท่าน สังเกตเห็นว่าเราดูจากอันดับที่ ๑ แล้วก็ไล่ลงมามีหลากหลายประเทศที่เป็นประเทศค่อนข้าง พัฒนาแล้ว แล้วก็มีเศรษฐกิจที่ดีกว่าเรา ถามว่าการที่เรามาติดอยู่ตรงนี้มันแตกต่างกัน อย่างไรครับ หากเราจะแบ่งหนี้เราต้องแบ่งหนี้ออกเป็น ๒ ประเภท หนี้ประเภทแรกก็คือ หนี้ที่เราเรียกว่าหนี้ที่ไม่สร้างรายได้ ซึ่งเหล่านี้เมื่อก่อขึ้นแล้วก็จะหมดไปนี้ จะเหลือเพียง แต่หนี้ ไม่ได้สามารถสร้างรายได้ให้พี่น้องสามารถใช้ชีวิตได้อยู่ดีขึ้น หรือมีเงินเก็บออมมากขึ้น ซึ่งนี่คือหนี้ที่ประเทศเรากำลังประสบปัญหา พี่น้องกำลังประสบปัญหาอยู่อย่างมากมาย หนี้ประเภทที่ ๒ คือหนี้ที่สามารถสร้างรายได้ได้ ยกตัวอย่างเช่น บ้านก็ดี หรือว่าอุปกรณ์ ต่าง ๆ ที่สามารถเอาไปใช้ประกอบอาชีพได้
ในส่วนของประเทศเรานะครับ เรามีสัดส่วนของเครดิตบูโรอยู่ที่มากกว่า ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเกิน ๑ ใน ๓ ของคนไทย เป็นเรื่องที่น่าตกใจเช่นกัน ซึ่งว่ากันแล้ว จริง ๆ แล้วหนี้เราครับ ทุกคนผมเชื่อว่าเป็นหนี้กันทั้งนั้นมากหรือน้อย อันนี้ที่อยู่ในระบบ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นหนี้ แต่ก็ขออนุญาตไม่เปิดเผยแล้วกันว่ามากหรือน้อย แต่ก็เป็น คนหนึ่งที่ก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับภาวะการมีหนี้สิน แต่อาจจะมีในส่วนหนี้ดี หนี้เสียบ้าง ร้อยละ ๕๗ ของคนไทยมีหนี้มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่อีก ๑๔ เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ที่มีหนี้ ที่อยู่ในระบบมากกว่า ๑ ล้านบาท ที่ยังไม่รวมหนี้นอกระบบที่พี่น้องในพื้นที่ของผมเอง หรือผมเชื่อ ซึ่งวันนี้มีท่านสมาชิกที่อยู่บริเวณข้างเคียงกำลังนั่งอยู่ร่วมกับผมซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบ้านนอกกันทั้งนั้นได้รับคำพูดกันทั้งนั้นว่าเราพบเจอไม่ใช่เพียงแค่ ปัญหาหนี้ที่ในระบบ ยังพบกับปัญหาหนี้นอกระบบ ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในนโยบาย เงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท แน่นอนทุกนโยบายจะต้องถูกในส่วนของการมองทั้ง ๒ ด้าน เหรียญยังมี ๒ ด้าน เช่นกันไม่มีนโยบายไหนที่มีเพียงแต่ข้อดี ไม่มีนโยบายไหนที่จะต้อง เห็นพ้องต้องกันทั้งประเทศ เราอยู่ในประเทศประชาธิปไตย การวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นได้ แต่นโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายแจกเงินอย่างที่เราถูกเอาไปใช้ในการทำ ไม่ว่า Fake News ก็ดี ไม่ว่าการทำข่าวก็ดี การที่เราจะแจกเงิน ถ้าเราบอกว่าเราแจกเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท หมายความว่าท่านจะได้รับเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทเร็ว ๆ นี้ โดยที่ไม่มีข้อแม้ อะไรเลย สามารถเอาไปใช้ทำอะไรก็ได้ เอาไปเก็บไว้ก็ได้ วันนี้การเก็บเงินไม่ได้ทำให้เรา รวยขึ้น การเก็บเงินเรายังต้องต่อสู้กับ Inflation Rate หรือที่เราเรียกกันว่า อัตราเงินเฟ้อ นี่ก็เช่นกันครับ หนี้ที่ทบกันไปเรื่อย ๆ ยังต่อสู้กับค่าเสียโอกาส ยังต่อสู้กับ Inflation Rate หรืออัตราเงินเฟ้อที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้ เงิน ๑๐๐ บาทเมื่อ ๔ ปีที่แล้วไม่มีค่าเท่ากับ ๑๐๐ บาทวันนี้
ผมขอย้อนกลับมาที่นโยบาย Digital Wallet ในส่วนของเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท เราไม่ได้แจกครับ แต่เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากพี่น้องที่ได้รับเสียงสะท้อนมา เขาเฝ้ารอในการที่จะมีต้นทุนชีวิต ในการที่จะไปค้าขาย ในการที่จะประกอบธุรกิจสักอย่าง ในรูปแบบของต่างจังหวัด อาจจะไม่ใช่ธุรกิจใหญ่ แน่นอนครับ เงิน ๑๐๐ บาท เงิน ๑,๐๐๐ บาท เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือแม้แต่ ๑ ล้านบาทของแต่ละคนไม่เท่ากัน เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกหลากหลายพรรคก็ได้อธิบายว่าแต่ละพื้นที่ของท่านมีปัญหา อย่างไรบ้าง ผมเองในฐานะผู้แทนบ้านนอก ผมบอกเลยครับว่าพี่น้องต่างจังหวัดก็มีรายจ่าย อาจจะไม่มากเท่ากับพี่น้องในเมืองหลวง แต่เขาก็มีรายได้ที่น้อย แล้วเมื่อเทียบในส่วนของ ช่องว่างระหว่างรายได้กับรายจ่ายอาจจะน้อยกว่าพี่น้องในเมืองหลวงด้วย เพราะฉะนั้น เงินหมื่นนี่ละครับที่ผมบอกว่ามันไม่เท่ากัน เขาสามารถที่จะเอาไปต่อยอดชีวิตความสำเร็จ เขาได้ เราจำกัดพื้นที่ในการใช้เพื่อให้เกิดการกระตุ้นในพื้นที่ แน่นอนครับวันนี้หลายคน บอกว่านโยบายนี้ไม่ได้ผลอะไร จริงครับวันนี้ไม่ได้ผลเพราะเรายังไม่ได้เริ่มใช้ครับ รอให้เริ่มใช้ แล้วเรามาดูผลลัพธ์ของมันดีกว่า มีการกล่าวไว้ว่าการไม่เป็นหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ แต่ผมเห็นต่างอีกอย่างครับ การที่บุคคลเป็นหนี้และสามารถแก้ไขหนี้ รวมทั้งยังมีผู้ที่คอย สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หรือมีนโยบายดี ๆ จากรัฐบาลให้แก้ไขหนี้ของเขาได้นั้น ให้เขามีชีวิต ความเป็นอยู่ได้นั้น หนี้ไม่ใช่ลาภอันประเสริฐ นี่คือชีวิตอันประเสริฐครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน