สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาหนี้เกษตรกรที่รุนแรงจากต้นทุนการผลิตสูง รายได้ต่ำ และปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน พร้อมหารือถึงการเพิ่มพูนของหนี้นอกระบบจากภาระค่าปุ๋ยและสารเคมี และเสนอให้ขยายมาตรการพักชำระหนี้ไปถึงผู้ที่มีหนี้เกินสามแสนบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอภิปราย สนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน หนี้สินครัวเรือนเป็นปัญหาของสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องค่ะ ส่งผลทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศไม่อาจเติบโตได้ เนื่องจากครัวเรือนต้องนำรายได้ ไปชำระหนี้ จำกัดกำลังซื้อของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ ของการเงินการคลังของประเทศได้ ปัจจุบันนี้หนี้สินครัวเรือนของไทยมีการเติบโตขึ้น อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้สูงเป็นอันดับต้น ๆ โดยหนี้ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่อาจสร้างรายได้ และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้โดยเฉพาะ หนี้สินครัวเรือนทางภาคการเกษตรที่พี่น้องเกษตรกรติดหนี้เป็นปัญหาอย่างต่อเนื่องจนถึง ทุกวันนี้ค่ะ ซึ่งพี่น้องในเขตพื้นที่ของดิฉันประกอบอาชีพเกษตรกรรม มากถึงร้อยละ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ภาพที่เห็นจนชินตาคือภาพที่พี่น้องเขาเหล่านี้ทำงานกันแทบ ตลอดเวลา หนักเอาเบาสู้ อาบเหงื่อต่างน้ำตาหามรุ่งหามค่ำ แต่ทำไมไม่รวยสักที เหตุผล ที่ไม่รวยสักทีก็เพราะพวกเขาต้องแบกรับภาระหนี้สินครัวเรือนในภาคการเกษตร ส่วนใหญ่ มาจากการที่พี่น้องเกษตรกรไม่มีที่ดินถือครองเป็นของตนเอง เขาจึงต้องกู้หนี้ยืมสิน เพื่อมาทำการเพาะปลูก และด้วยความจนแร้นแค้น หางานหาเงินที่บ้านก็แสนยากลำบาก จึงต้องจำใจจากลูก จากครอบครัวไปทำงานที่เมืองหลวงเพื่อหาเงิน แล้วส่งกลับมาให้พ่อใหญ่ แม่ใหญ่เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานที่บ้าน ซึ่งนั่นเองก็ส่งผลทำให้ครอบครัวเกษตรกรขาดแรงงาน ที่เป็นกำลังหลักสำคัญ ที่มีเรี่ยวแรงพัฒนาผลผลิต ต่อให้ขายจนหมดก็พอใช้แค่เลี้ยงปาก เลี้ยงท้องไปวัน ๆ ค่ะ ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้เขาจึงต้องกู้เงินเพื่อรักษาสิทธิให้เท่าเทียม กับคนอื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีบุตรหลานก็อยากเลี้ยงดูให้เขาสุขสบาย และบางรายก็ยืมแทน บุคคลอื่น นอกจากนี้ปัญหาที่ต้องเผชิญโดยที่เขาไม่สามารถควบคุมได้เลยก็คือปัญหาราคา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำที่ต้องจำใจยอมรับค่ะ จากข้อมูลสำรวจครัวเรือนเกษตรกรของ สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ ย้อนหลัง ๘ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๔ พบว่าเกษตรกร ๙๐ เปอร์เซ็นต์มีภาระหนี้สิน แต่ละครัวเรือนมีหนี้สินผูกพันมากกว่า ๑ สัญญา เฉลี่ยครัวเรือนละ ๓.๘ สัญญา โดยมียอดหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ครัวเรือน จากข้อมูลดังกล่าวกล่าวได้ว่าเกษตรกรส่วนใหญ่แบกภาระหนี้สินมากเกิน ศักยภาพ การชำระหนี้ของตนเอง การแก้ไขปัญหาของเกษตรกรคือการหมุนหนี้โดยการกู้เงิน จากอีกแหล่งหนึ่งไปโปะอีกแหล่งหนึ่ง เมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลกองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกรจะเห็นภาพใหญ่ของหนี้สินภาคการเกษตรอย่างชัดเจนขึ้น โดยพบว่ามูลหนี้รวม ในปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๕ ของเกษตรกร ๕.๖ แสนรายที่ขึ้นทะเบียนกับ กองทุนอยู่ที่ ๑๐๘,๘๑๖ ล้านบาท เจ้าหนี้หลักคือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ที่เกษตรกรกว่า ๓๐๐,๐๐๐ รายมีภาระสินเชื่อผูกพันอยู่คิดเป็นมูลหนี้กว่า ๖๐,๘๖๑ ล้านบาท
อีกทั้งยังมีหนี้สินสำคัญของครัวเรือนของเกษตรกรไทยที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ ในระบบคือหนี้นอกระบบ คือการกู้หนี้ในลักษณะกู้ยืมเงินจากนายทุนในหมู่บ้านหรือเป็น การกู้หนี้จากเถ้าแก่ร้านปุ๋ย ร้านยาที่เกษตรกรจะใช้เครดิตปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร มาใช้ก่อน เมื่อผลผลิตออกมาแล้วจึงนำเงินไปชำระหนี้ แต่มักปรากฏว่าเกษตรกรไม่สามารถ ชำระหนี้ได้ก็ทำให้ส่งผลเป็นภาระหนี้ที่เพิ่มพูนขึ้น ภาระหนี้สินภาคการเกษตรปัจจุบัน จึงสะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนของระบบการเงินไทย เกษตรกรไทยมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการ ใช้จ่ายหนี้ ต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหาเงินใช้หนี้ หาไม่ทันก็ต้องขอยืดหนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ปัญหา มีไว้แก้ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าการแก้ไขจะสามารถทำได้ทันที การพิจารณาการบรรเทาปัญหา เพื่อดึงศักยภาพของผู้มีหนี้สินจึงเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ วันนี้ดิฉันต้อง ขอขอบคุณทางรัฐบาล และ ธ.ก.ส. ที่ได้เดินหน้ามาตรการพักชำระหนี้ให้แก่ลูกค้า และเกษตรกรไทยรายย่อยกว่า ๒ ล้านรายทั่วประเทศ ให้กับลูกค้าที่มีเงินต้นเป็นหนี้ ทุกสัญญารวมกันไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าฝนจะตกขอให้ตกให้ทั่วฟ้า ดิฉันเสนอว่า ควรให้มีมาตรการพิจารณาเงื่อนไขสำหรับผู้ที่มีหนี้สินรวมกันเกินกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท ด้วยเช่นกัน ทุกวันนี้พี่น้องเฝ้าตั้งแต่รอ ฝากความหวัง ฝากชีวิตต่อจากนี้กับรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และยังฝากกำลังใจให้ดิฉันนำมาส่งต่อให้ทางรัฐบาลให้เร่งผลักดันเดินหน้า มาตรการพักชำระหนี้ให้เร็วที่สุด ดิฉันเชื่อมั่นและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ภายใต้ การบริหารงานของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน จะเข้ามาเปลี่ยนความหวังของพี่น้อง เกษตรกรให้เป็นความจริง เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยต่อลมหายใจให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย มีกำลังใจในการใช้ชีวิตอยู่ต่อได้อย่างมีความสุข ถึงแม้จะเป็นแค่เพียงการพักชำระหนี้ แต่ดิฉันเชื่อมั่นว่าพี่น้องเกษตรกรจะยิ้มได้เต็มแก้ม นอนหลับเต็มตา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสุขมากกว่าที่ผ่านมาแน่นอน ขอบพระคุณค่ะ