เอกราช อุดมอำนวย หารือเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน โดยเน้นกลุ่มผู้สูงอายุและคนจนในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สอดคล้องระหว่างรายได้กับรายจ่ายและแนวโน้มสังคมผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังนำเสนอข้อมูลประกอบการประชุมผ่านสไลด์เพื่อสนับสนุนข้อเสนออย่างเป็นระบบ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ และตัวผมเองได้ยื่นญัตติเพื่อให้สภาแห่งนี้ พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาค่าครองชีพ อยากจะให้ทางทีมสื่อ ได้ขึ้น Slide ที่ผมเตรียมมาจะเห็นภาพชัดเจนไปพร้อมกัน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ ค่าครองชีพแพง ค่าแรงถูก เมื่อเทียบกับต่างประเทศ รายได้เฉลี่ยของประเทศไทย อยู่ที่ ๑๙,๖๓๘.๑๑ บาท ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ๕๐,๐๐๐ Up ๗๐,๐๐๐ บ้าง ๑๐๐,๐๐๐ บ้าง ซึ่งค่าครองชีพเฉลี่ยเมื่อรวมกับรายจ่ายที่เกิดขึ้นก็ทำให้เหลือเก็บต่อเดือนน้อยมาก เรียกได้ว่า ติดลบ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงโดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองหลวงในฐานะผู้แทนของ คนกรุงเทพฯ ผู้แทนของคนดอนเมืองก็อยากจะบอกว่าค่าครองชีพมันแพงจริง ๆ ไปดู Slide ที่ ๒ จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่เฉลี่ยในเมืองต่าง ๆ นอกจากกรุงเทพมหานครแล้วนี่ ก็จะสูงสุด ๕ อันดับ ก็จะเห็นว่าที่นนทบุรี ภูเก็ต ปทุมธานี ชลบุรี ก็มีค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนที่สูง ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท ที่สำรวจโดยภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ต่ำสุด ๕ อันดับ ก็คือเรียกว่าค่าครองชีพที่อาจจะไม่แพงมากอยู่ที่เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ศรีสะเกษ และสุโขทัย ไปดู Slide ถัดไป ท่านประธานครับค่าครองชีพต่าง ๆ ผมเอาให้ดู สินค้าโภคภัณฑ์ก็จะเห็นว่าอย่างที่ท่านวิทยา ขออภัยที่เอ่ยนามได้บอกว่าราคาตอนที่ยื่นญัตติ ฉบับนี้ก็ได้สูง แต่ว่าตอนนี้ก็ปรับลดลงมาผมก็ได้เปรียบเทียบให้ดูนะครับว่าในช่วงปี ๒๕๖๕ เปรียบเทียบกับปีปัจจุบันอย่างหมูสามชั้นราคาก็ลดลงต่อกิโลกรัม อกไก่ สันในวัว ราคาต่อกิโลกรัมก็ลดลง ส่วนไข่ไก่ราคาก็สูงขึ้นอยู่ แก๊สโซฮอล์ แก๊สหุงต้มก็ยังคงสูงขึ้นอยู่ ทั้งหมดนี้ที่ให้ท่านประธานได้เห็นเพื่อให้เห็นว่าปัจจัยในการดำรงชีพของคนที่อยู่นี่ เมื่อเทียบ กับประเทศอื่น ๆ รายได้กับรายจ่ายมันไม่สัมพันธ์กัน ผมก็เลยยื่นญัตตินี้ขึ้นมาเพื่ออยากจะให้ สภาแห่งนี้ได้พิจารณาแนวทางที่จะหาข้อสรุป ถอดบทเรียนต่าง ๆ เพื่อจะเป็นแนวทาง ให้กับพี่น้องประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาในการลดค่าครองชีพ ในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งจะเป็นสถานการณ์ ที่ทำให้เกิดวิกฤติมากขึ้น เพราะว่าองค์การสหประชาชาติก็คาดการณ์ไว้จนถึงปี ๒๕๙๓ ว่า ทวีป Asia หรือว่าประชากรสูงวัยที่อายุตั้งแต่ ๖๕ ปีขึ้นไปมากที่สุดในโลก โดยประเทศไทย มีสัดส่วนสูงวัยเฉลี่ยต่อประชากรเทียบกับช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ๑๗.๒ เปอร์เซ็นต์เป็นอันดับ ๕ ใน Asia ตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ รองจากเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเก๊า เพราะฉะนั้นเมื่อสังคมผู้สูงวัยมากขึ้น เส้นแบ่งความยากจนของเราที่ตอนนี้อยู่ที่ ๓,๐๐๐ บาท ถ้าหากว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะสามารถทำให้ผู้สูงอายุได้รับเงินเบี้ยบำนาญ หรืออะไรก็แล้วแต่ สุดแท้แต่ที่จะเรียกนี่ ขยับตัวสูงขึ้นก็จะทำให้ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ผู้สูงอายุ ที่ยากจน คนที่เป็นคนจนเมือง ก็สามารถที่มี ค่าเฉลี่ยรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้วก็ความยากจน ก็น้อยลง อย่างน้อยก็ใช้ประคับประคองได้ ท่านประธานครับในเรื่องของการใช้ชีวิต ในกรุงเทพมหานคร ๑ คนเปรียบเทียบแล้วกันในการที่ออกไปทำงาน มีตั้งแต่ค่าเรือ ค่าเดินทาง ค่ารถไฟฟ้า ไปจนถึงที่ทำงานลงมากินข้าวกลางวัน ทานข้าวกล่องต่อมื้อตอนนี้ก็ ๕๐ บาท ตัก ๒ อย่าง ๖๐-๗๐ บาทแล้ว ก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่ง ๕๐ บาทขึ้นไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเปรียบเทียบแล้วการอยู่ที่มีชีวิตอยู่ในเมืองหลวงนี่ค่อนข้างลำบาก แต่จะทำ อย่างไรถึงจะลดปัจจัยค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนได้ อย่างค่าเดินทางถ้าเป็นคนที่อาศัย รถไฟฟ้า ๒๐ บาทแค่ ๒ เส้น แต่สายสีเขียวที่คนใช้เยอะ ๆ ก็ไปไม่ถึง ก็ยังมีค่าใช้จ่ายที่แพงอยู่ หรือแม้กระทั่งด้านที่อยู่อาศัย ค่าเช่าก็เฉลี่ยอยู่ที่ ๕,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาทแล้ว ในการเช่า ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครหรือจะมีคอนโดมิเนียมดี ๆ ที่เป็นห้องชุด อาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ตอนนี้เฉลี่ยต่อตารางเมตรก็ค่อนข้างสูงทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเขาจะต้องไปอยู่ เมืองที่ออกไปไกลขึ้นก็ต้องไปเสียค่าเดินทางมากขึ้น ทั้งหมดนี้ที่ผมพูดเพื่อให้เห็นภาพ สะท้อนของชีวิตของคนกรุง คนเมือง อย่างคนพี่น้องในเขตดอนเมืองก็มีความยากลำบาก แต่โชคดีหน่อยว่ามีรถไฟฟ้าสายสีแดงก็นั่งรถมา แต่สุดท้ายค่าครองชีพต่าง ๆ ที่แวดล้อมเขา ทั้งหมดก็สูงขึ้น ในขณะที่รายได้ของประเทศไทยรายได้ขั้นต่ำก็เท่าเดิมมาโดยตลอด ทั้งหมดนี้ ผมถึงเห็นว่าคณะกรรมาธิการซึ่งเรามีอยู่แล้วในคณะหนึ่ง ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหา หนี้สินน่าจะรับข้อเสนอในการตั้งไปศึกษาเพื่อแก้ปัญหาเป็นรายสินค้าหรือว่าเป็นอะไร Segment ก็ได้ เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการที่จะลดค่าครองชีพให้กับผู้สูงอายุ ลดค่าครองชีพ ให้กับคนจนเมือง ลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ที่เขาไม่สามารถที่จะดูแลได้ ต้องอาศัยข้อมูลที่ศึกษามาอย่างรอบด้าน และหาทางออกที่ทำให้พี่น้องประชาชนมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น จึงขอสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิก หากเห็นว่าควรจะตั้งหรือจะเห็นว่า ส่งต่อก็สุดแท้แต่ขอที่ประชุมช่วยกันพิจารณา ขอบพระคุณท่านประธานครับ