พนิดา มงคลสวัสดิ์ หารือปัญหาความไม่เป็นธรรมต่อแรงงานไทยกว่า 39 ล้านคนที่เผชิญกับค่าแรงต่ำ งานไม่มั่นคง และขาดการคุ้มครองจากรัฐ พร้อมเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ปัญหาการจ้างงานและพัฒนาทักษะแรงงาน โดยเรียกร้องให้รัฐเข้ามารับผิดชอบการลงทุนด้านการพัฒนาทักษะ สนับสนุนทั้งการชดเชยรายได้และนโยบายคุ้มครองอย่างเร่งด่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ผลิตภาพแรงงาน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ พรรคก้าวไกล อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีแรงงานคือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ในท่ามกลาง เศรษฐกิจที่ผันผวนแบบในปัจจุบันแรงงานทุกอาชีพกว่า ๓๙ ล้านคนทั่วประเทศ กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายและความไม่เป็นธรรมหลายประการ ทั้งค่าแรง ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ สภาวะเศรษฐกิจถดถอย สถานภาพการจ้างงานที่ไม่มั่นคง การกำหนดค่าตอบแทนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน การทำงานเกินเวลาโดยไม่มีค่าชดเชย ความเสี่ยง ในการถูกเลิกจ้าง หรือยุติการทำงานเนื่องจากถูกทดแทนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย รวมถึงเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ อย่างโรคระบาด หรือการเกิดภัยพิบัติ เช่นโควิด ขณะที่แรงงานไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยง มากมายเหล่านี้เราเห็นว่ากลไกของรัฐยังไม่สามารถคุ้มครอง หรือเยียวยาความเสี่ยงของ พี่น้องแรงงานไทยทุกคนได้ค่ะ ส่งผลให้คนทำงานมีภาระ มีข้อจำกัด และมีความเสี่ยงสูง ทั้งการทำงานและการดำรงชีวิต ซ้ำยังขาดการสนับสนุนการอบรมทักษะแรงงานเพื่อให้ แรงงานไทยมีประสิทธิภาพและปรับตัวให้เท่าทันกับโลกปัจจุบันค่ะท่านประธาน ทั้งนี้ ในการดำเนินการเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะแรงงานมันมีความท้าทายหลายมิติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความเหลื่อมล้ำ ในระบบการศึกษา โอกาสและความเท่าเทียมในการเข้าถึงงาน ดิฉันจึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วม ในการอภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการจ้างงานและเพิ่มทักษะของแรงงานนะคะ เพราะดิฉัน มองว่านี่คือปัญหาที่เร่งด่วนของสังคมไทย รัฐต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทบทวน วางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน ส่งเสริมการจ้างงาน เพิ่มทักษะผลิตคนที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานเพื่อสร้างรายได้ที่เหมาะสม รวมถึงพัฒนา ส่งเสริมทักษะที่จำเป็นกับแรงงานในอนาคตอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาการว่างงาน จากการขาดทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน และเป็นการวางแผนพัฒนาทักษะแรงงาน ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตค่ะ ในช่วงเวลาที่ผ่านมานะคะ ดิฉันมองเห็นว่าหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานเริ่มมีการวางมาตรการเพื่อรองรับการพัฒนา ทักษะแรงงานไปบ้างแล้ว อย่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเองก็ได้มีการเพิ่มทักษะ เพิ่มหลักสูตร ให้พี่น้องประชาชนได้สามารถเข้าไปศึกษากันได้ ทั้ง Onsite และ Online เน้นหนัก ไปที่หลักสูตรการฝึกอบรม หากแต่ปัญหาหนึ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้เราไม่สามารถเติมทักษะใหม่ให้กับแรงงานไทย ได้อย่างเต็มที่ สิ่งนั้นคือต้นทุนทางเวลา พี่น้องแรงงานที่จำเป็นจะต้องเพิ่มทักษะนี้ส่วนมาก ทำงานหนักแต่มีรายได้น้อย โดยครึ่งหนึ่งจะต้องทำงานเกินเวลา หากจะต้องไปเพิ่มทักษะ จำเป็นจะต้องลดเวลาทำงานลงทำให้เห็นได้ชัดว่าต้นทุนการเพิ่มทักษะทางแรงงานรัฐจะต้อง สนับสนุนไม่ใช่แค่ค่าเล่าเรียนเท่านั้น แต่จำเป็นจะต้องสนับสนุนการสูญเสียรายได้ ที่เป็นต้นทุนสำคัญสำหรับผู้มีรายได้น้อยด้วยค่ะ จากผลสำรวจของ World Economic Forum พบว่า ๓๘ เปอร์เซ็นต์ของแรงงานไทยที่ต้องใช้เวลา Upskill อย่างน้อย ๓ เดือน จึงจะสามารถปรับตัวเข้าสู่ทักษะใหม่ที่จะไปใช้กับงานในอนาคตได้ อย่างหลักสูตรการพัฒนา ฝีมือแรงงานเอง ฝึกอบรม ๓-๘ เดือนเลยกว่าจะเพิ่มทักษะแล้วมีผล แรงงานต้องลงทุน ยอมเสียรายได้ขนาดใหญ่ ถ้าจะให้พูดถึงพี่น้องแรงงานในสมุทรปราการของดิฉันเองที่ดิฉัน ได้เคยสัมผัส ดิฉันพบว่าเช้าต้องตื่นตีห้า ๖ โมงไปทำงาน เย็นเลิกงานกลับบ้าน ๑-๒ ทุ่มแล้ว ทำงานไป ๖ วันต่อสัปดาห์ จะเอาเวลาที่ไหนมาเพิ่มทักษะให้ตัวเอง เวลานอนยังไม่พอเลย นี่ยังไม่รวมถึงต้องเร่งทำ OT เพื่อได้ค่าล่วงเวลามาให้พอกินพอใช้ ส่งลูกไปเรียนอีก ไหนจะแรงงานหลายวันที่รับค่าตอบแทนแบบหาเช้ากินค่ำอีก นี่คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่แรงงาน จะหาเวลามาฝึกทักษะเพิ่มเติม หากรัฐมองว่าการเพิ่มทักษะให้แรงงานเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งเร่งด่วน และเป็นสิ่งจำเป็น เราจำเป็นจะต้องไปมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน และปิดช่องโหว่ด้านต้นทุนเวลานี้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยรายได้ หรือกำหนดให้ เป็นนโยบายกฎหมายให้ผู้ประกอบการจัดสรรเวลาเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานเพิ่มเติม
สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันคาดหวังว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเป็นกลไก สำคัญกลไกหนึ่งที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานไทยเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้เท่าทัน กับโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว เพิ่มอัตราจ้างงานให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เพิ่มผลิตภาพ ที่สูงขึ้นด้วย เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งระบบ และลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม วันนี้ดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เพื่อน ๆ สมาชิกเห็นปัญหานี้ร่วมกันว่าการขาดทักษะของแรงงานไทย เป็นปัญหาสำคัญ ดิฉันอยากฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยนะคะว่าจะไม่มองข้ามต้นทุน ทางเวลาที่รัฐจำเป็นต้องเป็นเจ้าภาพในการเข้าไปลงทุนแล้วไม่ผลักภาระให้แรงงานไทย ต้องขวนขวายหาความรู้กันตามยถากรรมของตัวเอง ขอบคุณค่ะ