เอกราช ชี้ปมเงินตอบแทนศาลปกครอง จี้ทบทวนความโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖

เอกราช อุดมอำนวย หารือผลการดำเนินงานของศาลปกครองที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะปัญหาการบังคับคดีล่าช้า พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษที่ขยายกว้างเกินวัตถุประสงค์เดิม และเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ขอบพระคุณที่ท่านประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับรายงานประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๕ ของศาลปกครอง และขอบคุณท่านผู้ชี้แจงที่ได้ให้เกียรติสภาแห่งนี้ มารับฟังผู้แทนของปวงชนชาวไทยในการเป็นกระจกสะท้อนสำหรับการปฏิบัติงาน จากรายงานที่ท่านได้เสนอต่อสภา ผลการดำเนินงานของศาลปกครองนะครับท่านประธาน เขามีค่าเป้าหมายเป็นเชิงตัววัดเชิงปริมาณ ๑๗,๕๐๐ คดี แต่ว่ามีการพิจารณาคดีที่แล้วเสร็จ ประมาณ ๑๓,๐๗๘ คดี แต่ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพของศาลปกครองจากแผนงานพื้นฐานมีปัญหา ที่สุดคือร้อยละคดีที่บังคับเสร็จแล้ว คือศาลปกครองเขาตั้งเป้าตัวเองไว้ร้อยละ ๘๐ แต่ว่า ผลการปฏิบัติราชการได้จริงแค่ร้อยละ ๕๗.๗๙ ซึ่งเข้าใจว่าคณะผู้ดูแลศาลปกครอง ก็คงเข้าใจในประเด็นที่ผมได้อภิปรายไป แต่ว่าก่อนอื่นขอชื่นชมเรื่องของระบบการฟ้อง Online แล้วก็ระบบการให้คำปรึกษา Online ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกร้อง ผู้ถูกฟ้อง ประหยัดทรัพยากรอย่างมาก และตัวผมเองก็เคยพาพี่น้องประชาชนเดินทางไปฟ้อง ไปร้องเรียนศาลปกครองที่แจ้งวัฒนะก็มีระบบคิว มีระบบการให้บริการที่เป็นระเบียบ แล้วก็ เจ้าหน้าที่ให้บริการดีมากเลย มีห้องให้คำชี้แนะ ซึ่งคิดว่าตรงนี้ควรจะเป็นมาตรฐาน ที่ศาลยุติธรรมอื่น ๆ จะได้นำไปปรับใช้ต่อไปในการให้บริการประชาชน ท่านประธานครับ ปัญหาที่ผมอยากจะสะท้อน จริง ๆ อาจจะเกี่ยวเนื่องกับสภาแห่งนี้ด้วยเรื่องปัญหาของ การออกระเบียบตัวหนึ่ง ผมแคลงใจมากครับ สภาชุดที่ ๒๕ ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติ การจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๑๔) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษาก็ได้ประกาศระเบียบตัวหนึ่งของคณะกรรมการบริหารศาลปกครอง หรือว่าตัวย่อ ก็คือ ก.บ.ศป. ตามความหมายนิยามของพระราชบัญญัติจัดตั้งได้ออกว่าด้วยเงินค่าตอบแทนพิเศษ ของข้าราชการศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๔ อาศัยตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พูดให้ประชาชนเข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่า ในปี ๒๕๖๔ สภาแห่งนี้ ได้ผ่านกฎหมายฉบับหนึ่ง แก้ไขไม่กี่มาตราครับ แก้ไขในมาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเงิน ค่าตอบแทน เพิ่มค่าตอบแทนพิเศษให้กับพนักงาน ข้าราชการ ตุลาการของศาลปกครอง ในคราวนั้นศาสตราจารย์อานนท์ มาเม้า หนึ่งในกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้คัดค้านเรื่องของ การบัญญัติถ้อยคำการคัดค้านไว้ว่า การบัญญัติดังกล่าวไม่ควรร่างเนื้อหาที่กว้างจนเกินไป เนื่องจากว่ารายงานการจัดทำร่างกฎหมายและต้นร่างที่สภามีมติรับหลักการในวาระ ๑ เห็นชอบให้แก้กฎหมายจ่ายค่าตอบแทนพิเศษแก่บุคลากรศาลปกครอง ๒ กรณีเท่านั้น ก็คือ กรณีพื้นที่เสี่ยงภัยพิเศษ และภารกิจที่ต้องปฏิบัติงานเร่งด่วน หรือเหนื่อยยากกว่าปกติ แต่เนื้อหา เนื้อความที่ได้ผ่านสภาไปไม่ได้มีการนำ ๒ วัตถุประสงค์นี้ไปเป็นเงื่อนไขนะครับ สุดท้ายเราเห็นระเบียบตัวนี้ที่ศาลปกครองได้ออกมาก็คือกฎหมายที่ให้อำนาจในการ ออกระเบียบ ก็จะทำให้เห็นว่าศาลปกครองสามารถไปออกระเบียบจ่ายเงินค่าตอบแทน พิเศษโดยไม่เกี่ยวอันใดกับภารกิจที่เร่งด่วน หรือว่าเหนื่อยยากกว่าปกติ หรือเป็นเพียงแค่ ผ่านการทดลองงานก็ได้รับเงินดังกล่าวแล้ว หรือว่าผ่านการประเมินเงินเดือนตามรอบวง อยู่ในเกณฑ์ดีก็ได้รับแล้ว สรุปการจ่ายเงินเพื่อปฏิบัติงานในงานประจำเป็นกรณีทั่วไป ไม่ใช่เพื่อพื้นที่พิเศษหรือการปฏิบัติงานพิเศษตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้เคย ตั้งข้อสังเกตไว้ในสมัยนั้น เพราะฉะนั้นเท่าที่ดูผู้ที่คัดค้านเคยตั้งข้อสังเกตไว้ในตอนนั้น ก็จะบอกว่าการบัญญัติกฎหมายจะต้องมีความชัดเจน แล้วก็จะต้องไม่ไกลกว่าคำขอที่ได้พูด ไปกับสภาแห่งนี้ ซึ่งร่างกฎหมายก็ออกมาแบบไม่ตรงไปตรงมาหรอกครับ แต่ว่าก็ไม่ผิดจาก ที่กรรมาธิการได้เคยทักท้วงเอาไว้ สุดท้ายพอไปออกระเบียบแบบนี้คณะกรรมการ บริหารศาลปกครองก็ยิ้มเลยมันออกไปลักษณะที่กว้างจนเกินไป ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เงินค่าตอบแทนพิเศษที่คณะทำงานได้รับไปจะได้อย่างคุ้มค่าสมความตั้งใจที่จะได้ทำ แบบนั้นจริง ๆ ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องของระเบียบที่ผมได้กล่าวถึงแล้วผมก็มาดู กระบวนการของศาลปกครอง ซึ่งท่านได้รายงานปัญหาและอุปสรรคของแนวทางแก้ไขเอาไว้ด้วย เพราะว่าท่านก็ทราบดีอยู่ว่าปัญหาสำคัญก็คือการพิจารณาคดีที่ล่าช้าเกินกว่าเป้าหมาย ที่ท่านอยากจะสะสางคดีต่าง ๆ แล้วก็เรื่องของแนวทางว่าจะทำอย่างไรต่อไปนี้คดีที่เข้าสู่ การพิจารณาจะได้มีการพิจารณาที่ไวมากยิ่งขึ้น ผมก็เข้าใจในฐานะที่เป็นนักกฎหมายว่า บางเรื่องก็ต้องรอ ทั้งเรื่องของการเปิดโอกาสให้ผู้ชี้แจงได้แสวงหาพยานหลักฐานใช้ระบบไต่สวนเข้ามา แต่ว่า ในเรื่องของการขีดเส้นระยะเวลาเอาไว้ก็จะเป็นกรอบจำกัดที่ไม่ให้เป็นช่องว่างที่มาก จนเกินไปที่จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจว่า คณะตุลาการน่าจะมีประสบการณ์ในการหาค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมในการที่จะหาเอกสาร พยานหลักฐานชี้แจงต่อคณะตุลาการได้ไวมากขึ้น และนำไปสู่การพิจารณาที่สามารถ ลงความเห็นอะไรต่าง ๆ ได้ไวมากขึ้น เพราะฉะนั้นมาตรฐานที่ท่านทำไว้ดีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการให้บริการประชาชนในสำนักงาน แต่ผมเห็นที่กรุงเทพฯ ยังไม่ได้มีโอกาส ไปตามต่างจังหวัด เพราะว่าเข้าใจว่าท่านก็มีที่นั่นด้วย แต่ว่าหวังว่า Model ที่ท่านได้ใช้ ที่กรุงเทพฯ จะไปเป็นมาตรฐานที่จะได้ดูแลประชาชนต่อไป ฝากนะครับว่าอย่าให้กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือว่าอะไรมาเป็นอุปสรรคในการขัดขวางในการพิจารณาคดีแบบ Online ผมคิดว่าเป็นเครื่องมือที่ประหยัดเวลาในการที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมากขึ้นที่บางที พี่น้องประชาชนจะร้องเรื่องสิ่งแวดล้อม การที่จะต้องเดินทางไปยังศาลหรือว่าการรวมตัวกัน ก็จะมีความยากลำบาก ก็ไม่รบกวนสภาแห่งนี้ฝากไว้เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ