ทรงศักดิ์ แจงแนวทางแบ่งเขต-เวลาเปิดสถานบริการภูเก็ต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖

ทรงศักดิ์ ทองศรี ชี้แจงความคืบหน้าการปรับปรุงเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตตั้งสถานบริการในจังหวัดภูเก็ต โดยเน้นการดำเนินการตามกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรี พร้อมย้ำความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญอย่างถนนบางลา เพื่อกำหนดเขตและเวลาเปิด-ปิดของสถานบริการอย่างเหมาะสม ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบ กระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดภูเก็ต ซึ่งท่านให้ความกรุณาถามเรื่องที่ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวอย่างจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีตัวเลขของนักท่องเที่ยวมาค่อนข้างมาก แล้วก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรายได้ ของประเทศไทยค่อนข้างสูง แต่ก็เข้าใจตรงกันว่านักท่องเที่ยวเวลามาเที่ยวบ้านเรา เวลามันจะแตกต่างกัน ของเขาเวลามาถึงเมืองไทยจะเป็นเวลาเหมือนกลางวัน กลางคืน เป็นกลางวัน กลางวันเป็นกลางคืน อันนี้ก็เป็นเรี่องที่สอดคล้องแนวความคิดเรื่องของ การส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกประเทศในโลกเขาจะเอาเรื่องการท่องเที่ยวนำหมด นำเศรษฐกิจ อย่างอื่นนะครับ ถ้ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวมาก รายได้ของประเทศก็จะสูงขึ้น อันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้ความห่วงใย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่ผมกราบเรียนว่า เป็นจังหวัดที่สร้างรายได้ให้กับต่างประเทศค่อนข้างสูงมาก สำหรับเรื่องที่ท่านให้ความกรุณา เสนอแนะ และสอบถามในเรื่องของ Zoning แหล่งท่องเที่ยว แล้วก็เรื่องของเวลาด้วย เป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกัน สถานบริการสถานบันเทิงเขาต้องกำหนดเป็น Zoning แล้วเขาก็มีเวลา ทั้งหมดนี้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ คนที่เป็นรัฐมนตรีเองก็ไม่สามารถที่จะไป กำหนดเวลาได้เอง มันมีที่มาที่ไป โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้การกระทำอะไรที่กระทบกับประชาชน จะต้องมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องไปรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน อันนี้เบื้องต้นก่อนครับ

สำหรับจังหวัดภูเก็ต ผมเรียนว่าเดิมได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่ เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี ๒๕๔๖ เรียกว่า Zoning นะครับ โดยกำหนดเขตเพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการไว้ ๒ บริเวณ เรียกเป็นบริเวณ ๆ ไปนะครับ บริเวณที่ ๑ ในอำเภอเมืองภูเก็ต บริเวณที่ ๒ อำเภอกะทู้ และต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้มีการประชุมและมีมติ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาทบทวน และปรับปรุงการกำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ ให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการ มีหนังสือแจ้งการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไปยังจังหวัดทุกจังหวัดแล้ว รวมทั้งจังหวัดภูเก็ตด้วย ให้พิจารณาทบทวนและปรับปรุงการกำหนดพื้นที่เพื่อการอนุญาต ให้ตั้งสถานบริการให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน จังหวัดภูเก็ตเองก็ได้ ขอการแก้ไขปรับปรุงพื้นที่เพื่อการขออนุญาตให้ตั้งสถานบริการ และกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องจนมีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาต ให้ตั้งสถานบริการในท้องที่จังหวัดภูเก็ต ปี ๒๕๖๓ ซึ่งมีการกำหนดเขตเพื่อการอนุญาต ให้ตั้งสถานบริการเพิ่มเติมอีกจากเคยเป็น ๒ บริเวณ เป็น ๑๐ บริเวณด้วยกัน บริเวณที่ ๑ อยู่ในเขตพื้นที่ของตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต พื้นที่บริเวณที่ ๒ อยู่ที่ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต พื้นที่ที่ ๓ อยู่ในพื้นที่ของตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต เช่นเดียวกัน แต่ว่าเป็นคนละจุดนะครับ พื้นที่ที่ ๔ อยู่ในตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต พื้นที่ที่ ๕ ถึงพื้นที่ที่ ๑๐ อยู่ในตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ข้อที่ท่านได้นำเสนอในที่ประชุมวันนี้เพื่อเป็นแนวทาง ในการพัฒนาเรื่องพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเรื่องของสถานบันเทิงสถานบริการนี่นะครับ ผมเรียนท่านว่าที่บริเวณหาดป่าตอง ถนนบางลา น่าจะอยู่ในบริเวณพื้นที่ของบริเวณที่ ๗ ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ผมดูจากพื้นที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาครอบคลุมหมดแล้ว อันนี้ผมเรียนเบื้องต้นท่านประธานและท่านสมาชิกด้วยว่าตรงที่ท่านห่วงใยมันอยู่ในพื้นที่ ที่กำหนดเป็น Zoning ไปแล้ว ครอบคลุมจากเดิมที่เคยมีไว้เมื่อปี ๒๕๔๖ แต่ว่าวันนี้จังหวัด ภูเก็ตเองก็เสนอแก้ไขตามมติ ครม. มา แล้วก็เพิ่มเป็น ๑๐ บริเวณ อันนี้ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด อยู่ในพื้นที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเรียบร้อย อันนี้ก็ฝากท่านด้วยนะครับ แต่ถ้าท่านเห็นว่า ยังมีพื้นที่อื่น ๆ ที่เห็นว่าจะต้องมาปรับปรุงกำหนดเพื่อการขออนุญาตในการตั้งสถานบริการ เพิ่มเติม ผมเรียนว่ามันต้องเป็นไปตามกฎหมายในการนำเสนอ แต่ว่าอำนาจในการกำหนด เขตปริมณฑลจำกัดท้องที่ในการอนุญาตหรืองดการอนุญาตในสถานที่บริการเป็นอำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ ปี ๒๕๐๙ โดยมีแนวทางและขั้นตอนในการดำเนินการ ในการแก้ไขพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการดังนี้นะครับ เดี๋ยวท่านกรุณาเผื่อท่านฟังแล้วท่านจะได้มีแนวทางไปเพื่อที่จะชี้แจงให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบนะครับ โดยการให้จังหวัดพิจารณากำหนดเขตพื้นที่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการ โดยให้นำมาตรา ๕ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ ๒๕๐๙ มาเป็นหลัก ในการพิจารณา โดยจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมให้ครอบคลุมจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกฝ่าย ไม่ว่าประชาชน ครู อาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ผู้นำศาสนา นักธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแต่รับฟังความคิดเห็นจาก ผู้ประกอบการสถานบริการเท่านั้นนะครับ รวมถึงจัดให้ทำรายงานการประชุมเพื่อรับฟัง ความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด แล้วก็ภาพถ่ายประกอบทุกครั้ง ที่มีการดำเนินการนะครับ

๒. ให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการของจังหวัดประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงาน ราชการที่เกี่ยวข้องตรวจสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ตามที่ต้องการที่จะกำหนดเป็นเขต เพื่อการอนุญาตตั้งสถานบริการโดยดูสภาพทั้งเวลากลางวันและกลางคืนของเขตพื้นที่ เพื่ออนุญาตตั้งสถานบริการและนอกเขตพื้นที่การอนุญาตด้วยที่อยู่ใกล้เคียงที่ได้รับ ผลกระทบเพื่อตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น และจัดให้มีการทำข้อมูล การตรวจสอบพื้นที่ และให้บันทึกภาพถ่ายที่ตั้งของพื้นที่ของการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ ทั้งกลางวันและกลางคืนทุกครั้งที่ดำเนินการ อันนี้ก็เป็นแนวทางนะครับ เมื่อ ๒ แนวทาง ทำเรียบร้อยแล้วก็เรียนว่าต้องดำเนินการตามกฎหมาย กระทรวงเองไม่ได้ขัดข้องนะครับ ทั้งเรื่องของสถานที่และเรื่องของเวลานะครับ เรื่องของเวลาจริง ๆ แล้วนี่มันมีกฎหมาย ซึ่งกำหนดเรื่องสถานบริการ สถานบันเทิงอยู่แล้วว่าแต่ละอย่างเปิดได้เวลาเท่าไรนะครับ ถ้าเราจะขยายเวลาออกไปมันก็ต้องเป็นแนวเดียวกันในการดำเนินการให้เป็นไป ตามกฎหมายเรื่องของเวลาที่บอกท่านเสนอเองว่าน่าจะเป็นการเปิดไปให้ถึงตีสี่ อะไรประมาณอย่างนี้นะครับ ผมว่าจะเอาเวลาเท่าไรนี่เรากำหนดไม่ได้โดยตรงมันต้องไป รับฟังเสียงประชาชนเป็นไปตามกฎหมายขั้นตอนในการที่จะขอขยายเวลาแล้วก็นำข้อมูลทั้งหลาย โดยจังหวัดเสนอมาที่กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองก็จะรวบรวมข้อมูลทั้งหลาย ให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ซึ่งรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ในการดำเนินการกำหนด เรื่องของเวลา แต่ผมเรียนท่านประธานหรือท่านสมาชิกว่าเรื่องนี้ความจริงท่านได้สบายใจ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ให้แนวทางแล้วมีหนังสือสั่งการให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและรองนายกรัฐมนตรีด้วยไปดำเนินการจัดประชุมส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องในการกำหนดทิศทางในการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเรื่อง สถานบริการ สถานบันเทิงทั้งหลาย ในเรื่องของเวลา เรื่องของ Zoning ให้เกิดความเรียบร้อย และให้ตรงกับแนวทางของการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวมามาก ๆ อย่างจังหวัดภูเก็ต ผมเรียนว่าอันนี้ไม่ได้มีการนิ่งนอนใจตกลงกันว่าประมาณสักวันที่ ๒๕ เป็นแผนแล้วจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ มีการกำหนดประเด็นว่า กำหนดพื้นที่ที่ท่องเที่ยวที่สมควรขยายเวลาปิดเปิดสถานบริการ เวลาที่เหมาะสมที่ขยาย เวลาเปิดสถานบริการ แล้วก็รายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการที่ทำให้งานเรื่องของ การส่งเสริมการท่องเที่ยวลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย มีการเชิญหน่วยงานหลายหน่วยงาน ด้วยกัน ขออนุญาตนะครับ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปราบยาเสพติด ก็ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการที่จะทำให้จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวมาได้สมประโยชน์ สมประสงค์ในการเดินทางมาสู่ประเทศไทยบ้านเรานะครับ ขอบคุณครับ