วราวุธ ย้ำแผนคุ้มครองเด็ก 5,000 ศูนย์ฯ ขยายสู่ 7,800 แห่ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖

วราวุธ ศิลปอาชา ขอบคุณสมาชิกและประธานสภาที่ให้ความสำคัญกับประเด็นเด็ก โดยยืนยันแผนระยะสั้นในการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองเด็กระดับตำบลเพื่อคัดกรองและช่วยเหลือผ่านระบบสารสนเทศ พร้อมระบุว่าปัจจุบันมี 5,000 แห่ง ใน 76 จังหวัด และจะขยายให้ครบประมาณ 7,800 แห่งในปีงบประมาณ 2568 วราวุธ ศิลปอาชา เสนอมาตรการกลไกคุ้มครองเด็กทั้งระดับชาติและจังหวัด โดยชี้ว่าคณะกรรมการจำนวนมากอาจทำให้การทำงานล่าช้า และยินดีต่อการประสานงานกับสมาชิกสภาเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการคุ้มครองเด็กแห่งชาติปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างครอบครัวให้เข้มแข็งเพื่อดูแลสวัสดิภาพของเด็กอย่างยั่งยืน วราวุธ ศิลปอาชา เสนอการจัดตั้งศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) เพื่อรับเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทาง 1300 Hotline โดยเรียกร้องให้

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิก ท่านให้ความสำคัญกับเรื่องเด็กจริง แล้วก็มีความรู้จริงเกี่ยวกับเรื่องประเด็นเรื่องเด็ก

ต้องเรียนว่าในส่วนของกระทรวง พม. ในระยะสั้นสิ่งที่เราวางแผนไว้แน่นอน ท่านสมาชิกทราบอยู่แล้วครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์คุ้มครองเด็กระดับตำบล เรามี Plan ที่จะจัดตั้งศูนย์นี้เพื่อคัดกรองเด็กที่ประสบปัญหา มีการช่วยเหลือเด็กผ่านระบบ สารสนเทศที่ท่านสมาชิกกล่าวเมื่อสักครู่ เรื่อง Child Protection Information System ซึ่งปัจจุบันได้รับรายงานว่ามีศูนย์นี้อยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าแห่ง อยู่ใน ๗๖ จังหวัด ที่ผ่านมาได้มีการคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยงไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๖ คัดกรองไปแล้วเกือบ ๒๖๐,๐๐๐ ราย แล้วก็ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ นั้น จะมีการจัดตั้งศูนย์ให้ครบประมาณเกือบ ๗,๘๐๐ แห่ง ซึ่งต้องเรียนว่าศูนย์เหล่านี้ที่มีทั่วประเทศถ้าหากว่าทำงานแล้วประสิทธิภาพดีหรือไม่ดี อย่างไร ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกจะมีเครือข่ายแล้วก็ช่วยกันจับตามองถ้าไม่ดีผมจะรีบกลับมา ปรับปรุง ถ้าดีอยากจะให้ทำงานอะไรเพิ่มเราก็ยินดีที่จะนำมาแก้ไข

ในส่วนที่ ๒ เราจะจัดให้มีสวัสดิการสำหรับเด็กและเยาวชน ครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินสงเคราะห์สำหรับเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจน รวมถึงเงินอุดหนุน ช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูสำหรับครอบครัวอุปถัมภ์ที่รับเด็กเลี้ยงดูเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับหัวหน้าครอบครัว รวมถึงการจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์หรือครอบครัวบุญธรรม ที่เหมาะสม แล้วก็จัดบริการสวัสดิการให้กับเด็กในสถานรองรับเด็ก ยกตัวอย่างเช่น ค่าอาหาร ที่เมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง ตอนที่เข้ามารับตำแหน่งได้เห็นค่าอาหาร ต่อวัน ก็ค่อนข้างตกใจ ก็ได้มีการตั้งข้อสังเกตขอให้ท่านอธิบดีตั้งข้อสังเกตไปภายใน ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ซึ่งขณะนี้เดี๋ยววันอังคารก็จะให้ข่าวอีกครั้งหนึ่ง ทราบมาว่าในเบื้องต้น ตอนนี้ได้รับค่าอาหารเพิ่มขึ้นหัวละประมาณ ๓-๔ บาทต่อคนแล้วในระยะสั้น ส่วนในระยะยาว ผมกำลังให้ทางกระทรวงนั้นตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาครับ เพราะว่าการจะของบประมาณ เพิ่มอาหารให้กับเด็กนั้นคงจะต้องมีผลการศึกษาว่าเด็กอายุ ๐-๖ ขวบ ต้องทานอาหาร ลักษณะใด ปริมาณเท่าไร มีสารอาหารเท่าไร ๖-๑๒ ปี พอมาเป็นเด็กโตหรือว่า ๑๒-๑๘ ปีนั้น ปริมาณต้องเพิ่มขึ้น สารอาหารควรจะเป็นอย่างไร เมื่อมีผลการศึกษาเหล่านั้นแล้ว ทางกระทรวงก็จะทำเอกสารขอไปยังทางสำนักงบประมาณ เพื่อของบประมาณเกี่ยวกับ เรื่องค่าอาหารให้กับเด็กที่อยู่ในการดูแลของกระทรวง พม. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนม และสารอาหารต่าง ๆ ซึ่งต้องเรียนว่าปัจจุบันนั้นเรามีสถานรับรองเด็กอยู่ประมาณ ๑๐๘ แห่ง ทั่วประเทศ เราก็จะเร่งพัฒนาคุณภาพศูนย์ดูแลเด็กและครอบครัวเหล่านี้

ส่วนตัวอย่างการทำงานเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหานั้น ต้องเรียนว่า ยกตัวอย่างเช่นที่มหากาพย์เลย ที่ชุมชนโค้งรถไฟซึ่งท่านสมาชิกทราบดี ผมเองต้องเรียนตรง ๆ ว่า ไม่เคยทราบเรื่องนี้ เมื่อวานนี้ได้ไปเห็นครั้งแรกก็ได้เห็นถึงปัญหาหลายอย่าง แล้วก็ดีใจครับ ที่หลายหน่วยงานเข้ามาบูรณาการทำงานร่วมกัน ทราบมาว่าตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายนปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๕ ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเป็นการจัดการป้องกัน แล้วก็ไปดูในชุมชน แล้วก็เห็นว่ามันมี Case ที่ต้องอยู่ในเกณฑ์สุ่มเสี่ยงอยู่ประมาณ ๑๒ ครอบครัวด้วยกัน พอถัดจากนั้นมาเดือนพฤศจิกายนก็ได้มีการจัดตั้ง Case Manager หรือว่าผู้จัดการรายกรณี เพื่อเข้าไปทำความรู้จักแล้วก็ไปหาวิธีแก้ไขให้กับทั้ง ๑๒ ครอบครัวนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการจัดประชุมทั้ง Case Manager อีกเมื่อเดือนมกราคม แล้วก็ติดตามผลการแก้ไข การลงพื้นที่พูดคุยแล้วมีแนวทางอย่างไรบ้าง ซึ่งพอมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์เรามีการเปิด ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ชุมชนโค้งรถไฟยมราช มีการทำ One Stop Service ให้กับหลาย ๆ หน่วยงาน ซึ่งพอมาถึงเดือนมีนาคมทางกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการร่วมกับทาง กรมกิจการผู้สูงอายุก็ได้มีการลงพื้นที่สำรวจครัวเรือนอีกประมาณ ๑๑๔ ครัวเรือน มีทะเบียนบ้านอยู่ประมาณแค่ไม่ถึงครึ่ง ๕๒ ครัวเรือนเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่มีทะเบียนบ้านอีก ๖๐ กว่าครัวเรือน แล้วก็พบว่าในชุมชนนั้นปัญหาหนี้ล้านแปดจริง ๆ ครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นหนี้สิน รายได้ไม่พอ ที่อยู่ไม่มั่นคง ทุนการศึกษา พ่อแม่ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ การจ้างงาน พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว สุรา ยาเสพติดต่าง ๆ ปัญหาเยอะจริง ๆ จากนั้นมาเราก็มี การบูรณาการกับหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางกรุงเทพมหานครเอง ซึ่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วทางท่านผู้ว่าชัชชาติก็ได้ให้เกียรติมาพบปะกับพวกเราที่กระทรวง พม. และตอนนี้ก็ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวง พม. และกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาหลาย ๆ อย่างตามที่ได้กล่าวมานะครับ

ส่วนในระยะยาว ทางกระทรวง พม. นั้น เราเสนอให้มีการกำหนดมาตรการ กลไกการทำงานด้านเด็กและเยาวชนทั้งในระดับชาติ แล้วก็ระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด แต่ว่าโดยส่วนตัวแล้ว ต้องเรียนว่าพอคณะกรรมการเยอะ ๆ บางครั้งงานมันก็ไม่ค่อยเดิน ส่วนตัวผม ผมเป็นนักปฏิบัติ แล้วก็ดีใจที่มีท่านสมาชิกที่มีความตื่นตัวเช่นนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถ ประสานงาน ทำงานด้วยกันเพื่อประโยชน์ของเยาวชนของไทยในอนาคต รวมถึงการยกร่าง แผนปฏิบัติการด้านการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ไม่ว่าจะเป็นสาระ เรื่องการทำให้ครอบครัวมีความเข้มแข็งมากขึ้น สามารถดูแลสวัสดิภาพของเด็ก รวมไปถึง ข้อที่ท้าทายที่จะส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูเด็กได้ เพราะว่าทางกระทรวง พม. เราเชื่อครับว่า ถ้าหากสถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง เด็กและเยาวชนจะเติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากร ที่สำคัญของสังคมไทย แล้วก็จะไม่เกิดเหตุสลดอย่างที่เราเห็นในหลาย ๆ ครั้งที่เกิดขึ้นมา ในอดีตที่ผ่านมา

ประเด็นต่อมา เกี่ยวกับเรื่องแผนปฏิบัติการ เราจะให้เด็กและครอบครัว และชุมชนนั้นมีส่วนร่วมในการที่คุ้มครองเด็ก มีบทบาทในการเป็นผู้นำกับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในกระทรวง พม. เอง ผมได้ขอให้ทุกหน่วยงานจัดกิจกรรมเพื่อให้ครอบครัวนั้น มีปฏิสัมพันธ์ พ่อแม่ลูกมีกิจกรรมทำด้วยกันให้มากขึ้น รวมถึงในส่วนของด้านที่ ๓ ระบบคุ้มครองเด็กให้มีความพร้อมในการทำงานเชิงรุก แล้วก็ป้องกันและมีกลไกตอบสนอง อย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะนี้เองทางกระทรวง พม. ผมเองได้มีการจัดตั้งเขาเรียกว่า ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน หรือว่าเรียกอักษรย่อว่า ศรส. จะเป็นศูนย์ที่รับเรื่อง หลาย ๆ เรื่อง โดยที่ ๑๓๐๐ Hotline ของกระทรวง พม. นั้นจะเป็น Subset หรือส่วนหนึ่ง ของศูนย์นี้ จะรับทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้สูงอายุ เรื่องเด็ก เรื่องคนพิการ แล้วก็ จะเร่งทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการเรียกว่าทำงานกันอย่างรวดเร็ว แต่ว่าปัญหาต่าง ๆ นั้น ต้องเรียนว่าอย่างเมื่อวานที่ผมได้มีโอกาสไปที่ชุมชนโค้งรถไฟยมราช เห็นเลยว่าไม่ว่าจะเป็นกระทรวง พม. ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หน่วยงานของทหาร ทางกระทรวงศึกษาธิการ กศน. นั้น ต้องมาบูรณาการทำงานร่วมกัน เพราะถ้าหากว่า ทำกระทรวง พม. กระทรวงเดียวคงจะไม่สามารถทำได้ ยังมีอีกหลายประเด็น อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งบ่ายนี้ท่านทูตการค้ามนุษย์ ก็จะมาพบกับผมเองเช่นกัน การใช้แรงงานเด็กอย่างไม่เป็นธรรม ต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิก ท่านณัฐวุฒินั้นมีความรู้แล้วก็มีประสบการณ์อย่างมากมาย จากการที่ทำงานมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่าง พ.ร.บ. ใหม่ที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้อยากจะได้ ข้อเสนอแนะจากท่านณัฐวุฒิด้วยเช่นกัน เพราะว่าเวลาเด็ก ๆ เขาเติบโตขึ้นมา เขาไม่รู้จักว่า ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เขารู้จักแค่ว่ามีผู้ใหญ่จะมาดูแลเขาหรือไม่ ดังนั้นวันนี้ผมคิดว่า เป็นนิมิตหมายที่ดี ถ้าหากว่าเราจะได้รับคำเสนอแนะ ข้อเสนอแนะจากท่านณัฐวุฒิ เพื่อที่จะให้ พ.ร.บ. นี้สมบูรณ์ที่สุด แล้วก็เร่งเสนอกับสภาในสมัยประชุมหน้า ขอบคุณครับ