ทรงยศ รามสูต หารือปัญหาราคาบุหรี่และยาเส้นที่ตกต่ำ กระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับขั้นตอนการซื้อขายยาสูบพื้นเมืองที่ซับซ้อน และผลักดันให้ลดภาระการขอใบอนุญาตและสติกเกอร์จากสรรพสามิต เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ขณะเดียวกันเน้นย้ำความจำเป็นในการหาจุดสมดุลระหว่างการดูแลสุขภาพประชาชนกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของผู้เพาะปลูกอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายในส่วนของญัตติที่ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำ จริง ๆ พื้นที่ยาสูบของ จังหวัดหนองคายมี สส. ของพรรคเพื่อไทย ๒ ท่านนะครับ ก็ตั้งแต่ท่าน สส.ชนก จันทาทอง ที่ดูแลตั้งแต่โพนแพง มาบ้านเวิน หนองกุ้ง ไปจนถึงวัดหลวง ปากสวย แต่พื้นที่ที่ปลูกเยอะที่สุด ก็คือจะเป็นตำบลชุมช้าง บ้านโพนบก มีโรงบ่มด้วย ส่วนอำเภอเมืองตั้งแต่บ้านเดื่อไปจนถึง เวียงคุกส่วนพื้นที่ที่ปลูกเยอะที่สุดจะเป็นของท่าน สส. เอกธนัช อินทร์รอด แถวอำเภอท่าบ่อ ตั้งแต่บ้านท่ามะเฟือง โพนสาไปจนถึงอำเภอศรีเชียงใหม่ จริง ๆ ๒ ท่านก็อยากจะอภิปราย แต่ว่าเพื่อประหยัดเวลา ๓ คน ๓ ๗ ๒๑ นาที ในฐานะที่ผมเคยเป็น สส.หนองคาย รับมาพูดคนเดียว ขอเวลา ๑๐.๓๐ นาที ผมเองเป็นคนที่ไม่สูบบุหรี่เป็นหนึ่งใน ๘๐ เปอร์เซ็นต์บวกลบของคนไทยที่ไม่สูบบุหรี่ บุหรี่ซึ่งทำมาจากยาสูบมันเป็นพืชที่หลายคน เขารังเกียจบางคนบอกว่าเป็นลูกเมียน้อย ผมว่าไม่ใช่ลูกเมียน้อยหรอก เป็นลูกที่พ่อแม่ ไม่ยอมรับ เวลาเกษตรกรที่ปลูกยาสูบมีปัญหามีภัยพิบัติ รัฐไม่เคยเหลียวแลดูแลเลย แต่ก็ต้องยอมรับกิจกรรมที่ไม่ดี แต่บางครั้งก็มีประโยชน์ต่อประเทศเราก็ต้องพยายามรณรงค์ ลอตเตอรี่ สลากกินแบ่งรู้ว่าไม่ดี พยายามเลิกแต่ก็มีรายได้เข้ารัฐ สุราก็เหมือนกัน เป็นอันตรายก็พยายามรณรงค์แต่ก็มีบางส่วนที่ยังดื่มอยู่แล้วก็สร้างรายได้เข้ารัฐ บุหรี่นี่ก็ เช่นกันก็รู้ว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่บางครั้งในอดีตเคยมีรายได้เข้ารัฐเยอะ โทษก็มีเยอะ ปีหนึ่งมีคนเสียชีวิตจากบุหรี่ประมาณเฉลี่ย ๕๐,๐๐๐ คน แล้วก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแล รักษาพยาบาลโรคเกี่ยวกับบุหรี่ปีหนึ่งประมาณ ๑๑,๔๗๓ ล้านบาท เขาสำรวจมา เราก็ต้องยอมรับซึ่งตรงนี้ได้สิ่งที่มีดี มีเสีย เราก็ต้องหาทางแก้ไข หาทางสมดุล ในส่วนที่มันเกิดขึ้นแล้วเราจะแก้ไขอย่างไรอย่างสลากกินแบ่งนี่มีรายได้เข้ารัฐ เราห้าม แต่ชาวบ้านก็ยังซื้อ ก็โชคดีไม่อยากขายเกินราคารัฐบาลก็ออกสลาก Online แต่ก็ต้อง ยอมรับมันยังมีสลากใต้ดินอยู่กับเจ้ามือ อันนี้ต้องหาทางแก้ไขนะครับ สมัยก่อนนายกทักษิณ เอาขึ้นมาบนดินเจ้ามือหายไปเยอะ สุราก็เช่นกันมันมีปัญหาเราก็พยายามรณรงค์ ว่าอย่าไปดื่มมันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โชคดีที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านพยายามเสนอ กฎหมายสุราก้าวหน้า ซึ่งก็น่าจะสามารถไปส่วนแบ่งการตลาดไม่ผูกขาดกับเจ้าใหญ่ ๆ ไม่กี่เจ้า บุหรี่ก็เช่นกันผมว่ามันก็มีปัญหาเราต้องหาจุดสมดุลให้ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน เพราะว่าในกิจกรรม ต่าง ๆ มันมีคนที่เข้ามาร่วมวงกันมาก อย่างบุหรี่ก็มีทั้งคนที่สูบ มีคนที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรผู้ปลูก ยาสูบ ทั้งส่งโรงบ่ม ยาซอย ยาเส้นเองมีทั้งผู้บ่ม แล้วก็มีคนขายปุ๋ย มีทั้งภาครัฐ แล้วก็มีทั้ง ในส่วนของภาษี เราต้องหาจุดสมดุลให้เจอเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นของบ้านเรา ในส่วนของบุหรี่มันเริ่มมีปัญหาขึ้นมานะครับ ตั้งแต่เรามี พ.ร.บ. ควบคุมยาสูบปี ๒๕๓๕ ห้ามโฆษณา ห้ามส่งเสริมการขาย ก็บางทีบางครั้งบางคราวก็สงสารเขาเหมือนกันจะ CSR ก็ลำบากโฆษณาไม่ได้ไม่ว่า แต่เวลา CSR ทีไรจะไปช่วยเหลือนี่ ช่วยเหลือได้เฉพาะลูกไร่ ที่เขาปลูก จะทำบุญไปช่วยเหลือคนนอกกลุ่มก็ไม่ได้ อันนี้ก็ต้องคอยดูนะครับ พอปี ๒๕๔๔ มี กองทุนส่งเสริมสุขภาพหรือ สสส. ก็พยายามเอาภาษีส่วนหนึ่งจากภาษีบาป เอามาดูแลสุขภาพ ซึ่งก็ปรากฏว่าในช่วงแรกตั้งแต่ปี ๒๕๓๔-๒๕๔๗ ตั้งแต่โครงการต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมานี่ดี สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่จาก ๓๒ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๓๔ ลงมาเหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๔๗ แต่ว่าปี ๒๕๔๗-๒๕๖๓ อัตราจะคงที่อยู่ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบันก็จะเฉลี่ยเหลือคนสูบบุหรี่ประมาณสัก ๑๗.๙-๑๙ กว่า ไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นความสมดุลมันเริ่มจะถึงจุดแล้ว แต่เราก็รณรงค์ต่อไปว่ามันไม่ดี และเขาเคยไป ทำการสำรวจว่าคนที่สูบบุหรี่ ๑๐๐ คนนี่ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกว่ารู้ว่าไม่ดีแต่ก็ยัง สูบอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะต้องหาทางดูแลแก้ไขอย่างไรนะครับ แล้วก็บางครั้งบางคราเวลา จุดสมดุลมันต้องเกิด คราวนี้เรื่องของยาซอยยาเส้นบุหรี่มันแบ่งเป็น ๒ ประเภทของยาสูบ ส่วนหนึ่งใน ๑๐ ล้านคน ๕.๖ ล้านคนนี่คือส่วนที่สูบบุหรี่ อีก ๔.๖ ล้านคนนี่คือในส่วนของ ยาซอยยาเส้นนะครับ ผมจะขอพูดปัญหาในส่วนของบุหรี่ก่อนนะครับ บุหรี่นี่ถ้าเทียบ เปอร์เซ็นต์แล้วมันมีปัญหารัฐพยายามออกกฎหมายมาแก้ไขหลายต่อหลายอย่างนะครับ อย่างที่เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกผู้เสนอได้อภิปรายไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมานี่โรงงาน ยาสูบเคยได้กำไรประมาณปีละ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันเหลือไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รู้ ว่าเป็นนโยบายที่มันผิดพลาดหรือว่าคนลดการสูบบุหรี่นะครับ แต่เขาก็ไปศึกษาดูเขามีการไป สุ่มเก็บตัวบุหรี่ตามถังขยะหรือที่ต่าง ๆ ๓๖ จังหวัด ก็พบว่าอย่างเมื่อสักครู่นี้ท่านอภิปรายคือ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ตอนนั้นมัน ๒.๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ามันเพิ่มมาถึงปี ๒๕๖๕ ๑๕.๕ เปอร์เซ็นต์ คราวนี้ปัญหาใหญ่ก็คือว่าอัตราที่มันเพิ่มขึ้นมานี่ไป Check ดูแล้วเงินภาษีที่เพิ่มจาก ยอดขายบุหรี่มันไม่มามันหายไปไหน แสดงว่ามันไปที่บุหรี่เถื่อนที่หนีเข้ามา ถ้าเฉลี่ยแล้ว ยอดเงินที่รัฐสูญเสียไปน่าจะประมาณ ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฉะนั้นเรื่องนี้ก็มีปัญหาเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาของภาครัฐจริงอยู่เจตนาเราอยากจะลด การสูบบุหรี่มีพยายามปรับลง แต่บางครั้งเราก็ต้องดูจุดสมดุลด้วยว่ามันอยู่ขนาดไหน เพราะครั้งเราอยากจะปรับปุ๊บ แต่บางทีอย่างที่ผมบอกแล้วว่าคนบริโภคมันอยู่ในส่วนของ บุหรี่ประมาณ ๕.๖ ล้าน บางทีเราปรับปุ๊บนี่มันไม่ลงไปกว่านี้แทนที่มันจะลดลงไปของ บุหรี่ไทยมันหนีไปอยู่บุหรี่เถื่อน เพราะฉะนั้นต้องหาจุดสมดุลให้เจอ ยิ่งรัฐออกนโยบาย อย่างเมื่อสักครู่นี้ที่กล่าว ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๒ ลดปริมาณการซื้อเวอร์จิเนียลงไป ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคเหนือตอนบน น่าน เดี๋ยวแพร่ของคุณหมอนิยมนี่ก็เหมือนกันนะครับ เตอร์กิชลดไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ พอปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ลดเวอร์จิเนียไปอีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่โชคดีตอนนั้นเบอร์เลย์กับเตอร์กิซมันมีปัญหาในเรื่องสภาพภูมิอากาศก็เลยไม่ค่อยมี ปัญหานะครับ เพราะฉะนั้นมันก็เลยทำให้ราคายังโอเคอยู่ และยิ่งบุหรี่อย่างว่าเป็นภาษีบาป ภาษีสรรพสามิตกฎหมายออกมาหน่วยงานต่าง ๆ ก็มาขอส่วนแบ่งออกไป อย่างเมื่อสักครู่นี้ ที่เพื่อนสมาชิกที่เสนอปี ๒๕๖๐ กระทรวงมหาดไทยก็มาขอ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากกรมสรรพสามิต แล้วก็กองทุนผู้สูงอายุก็มาขอ ๒ เปอร์เซ็นต์เป็นรายได้ หลังจากมี การปรับหลายต่อหลายครั้งก็เลยส่งผลให้การแก้ไขต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ราคาบุหรี่ไทยขึ้นไป ใกล้เคียงกับบุหรี่หนีภาษี ซึ่งรัฐไม่ได้เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้รายได้จากภาษีที่หลั่งไหลเข้ามา เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะฝากว่าจะต้องดูแลตรงนี้ ดูแลตรงไหน ในเกษตรกรบุหรี่ไทยเขา อยากให้มันโตเพราะมันขายไม่ค่อยได้ ซึ่งส่งผลต่อบริษัทที่เขาจะไปซื้อ โรงงานยาสูบจะไปซื้อ จากลูกไร่ก็คนที่ปลูกยาสูบจะต้องเป็นคนพิถีพิถันจะต้องละเอียด แต่ปัญหาที่ผ่านมารัฐบาล ไม่เคยเหลียวแลเลยตลอด ๑๐ ปีมายาเวอร์จิเนียราคาเท่าเดิมมาตลอดแถมขอลดลงไปอีก ๔ บาท ในขณะที่ต้นทุนมันเพิ่มขึ้น ค่าปุ๋ยที่ราคาสูงขึ้น แต่ค่ายาเท่าเดิม เฉลี่ยต้นทุน จากค่าปุ๋ยที่สูงขึ้นเขาบอกเพิ่มประมาณ ๔.๕ บาทต่อกิโลกรัม ค่าไฟค่า Ft ที่เพิ่มขึ้นมันทำให้ ต้นทุนของเกษตรกรเพิ่มอีก ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ค่าแรงจาก ๓๐๐ บาท เป็น ๓๔๐ บาท เพิ่มอีกประมาณ ๕.๙๐ บาทต่อกิโลกรัม ค่าฟืนจากกิโลกรัมละ ๑.๒๐ บาทขึ้นเป็น ๑.๔๐ บาท ต้นทุนก็เพิ่มไปอีก ๑.๔ บาทต่อกิโลกรัม แล้วก็น้ำมันดีเซลจาก ๒๖ บาท เป็น ๒๙ บาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการทำให้เกษตรกรที่ปลูกไร่ยาสูบ มีปัญหาเยอะก็อยากจะฝากให้รัฐดูแลวิธีที่จะดูแลที่ดีที่สุด ก็คือต้องพยายามปราบบุหรี่เถื่อน ให้ได้ แล้วก็พยายามที่จะดูแลในส่วนของผู้ประกอบการโรงบ่มต่าง ๆ ในเรื่องโควตาต่าง ๆ ไม่ใช่มุ่งแต่ที่จะลดเขา ๆ แต่ทางมันไหลไปสู่บุหรี่เถื่อนนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องหาจุดสมดุลให้เจอ นอกจากนี้สิ่งที่เขากังวลกันมากในส่วนของ ข้อกฎหมายนะครับ ได้รับทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุขพยายามที่จะออกกฎกระทรวง ห้ามมิให้เติมส่วนประกอบและส่วนปรุงแต่งที่มีความจำเป็นในการผลิตบุหรี่ เช่น สารรักษา คุณภาพรวมถึง Mental และสารปรุงแต่งอื่น ๆ คือถ้ากฎกระทรวงนี้ออกมาถ้าเรา ไม่รอบคอบจริง ๆ บุหรี่ไทยอาจจะหายไปอีกกว่าครึ่ง แล้วพอหายคนที่เขาเสพอยู่แล้วเขาจะ ไปไหนเขาก็ไปซื้อบุหรี่ไปเสพสูบบุหรี่ที่หนีภาษี เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากให้รัฐรอบคอบ ในการออกกฎหมายออกกฎกระทรวง เพราะฉะนั้นจุดที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องดูแลตรงนี้ แล้วก็มีมาตรการปราบบุหรี่เถื่อนอย่างเต็มที่ อันนี้ในส่วนเรื่องของบุหรี่ ปัญหาของบุหรี่ ซึ่งส่งผลต่อเกษตรกรโดยตรงอันนี้ฝากให้รัฐแก้ไข
อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มบุหรี่พื้นเมือง มีประมาณ ๔.๕ ล้านคน พวกยาซอยยาเส้น ก็ต้องขอบคุณ สส. ในรัฐบาลชุดที่แล้ว สส. เพื่อไทย หลายคนรวมทั้งภรรยาผม ท่าน สส. สิรินทร รามสูตร และ สส. อีกหลาย ๆ พรรคที่ช่วยกันผลักดันในเรื่องของ อากรแสตมป์ให้รัฐลดอากรแสตมป์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชาวไร่เกษตรกรที่ปลูกยาซอย ยาเส้น ซึ่งรัฐก็รับฟัง จนปัจจุบันนี้ชาวบ้านโอเคอยู่ได้ ปัจจุบันก็ตกประมาณกิโลละ ๑๓๐-๑๕๐ บาท เขาบอกพออยู่ได้ แต่ที่ชาวบ้านฝากมาคืออยากจะฝากให้ลดขั้นตอนลงมานิดหนึ่ง เขาบอกว่า เวลาผู้ซื้อซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทจะไปซื้อยาสูบมันยุ่งยาก ต้องไปขอใบตัวแทนจากบริษัท จากโกดัง ในใบนั้นต้องระบุด้วยว่าจะไปซื้อจากนาย ก นาย ข ที่ตั้งอยู่ตรงไหน บ้านเลขที่ เท่าไร กี่กรัม กี่ถุง พอได้มาตรงนี้เสร็จต้องวิ่งรอกไปขอที่สรรพสามิตในพื้นที่อีกว่าจะไปซื้อ จากใคร กี่ถุง กี่กรัม แล้วเขาก็จะได้ Sticker ไปแปะที่ยาสูบเพื่อที่จะขนย้ายเคลื่อนย้าย ถ้าไม่มีใบ Sticker ก็จะถูกจับ ก็อยากจะฝากว่าท่านลดขั้นตอนได้ไหม แค่มีใบแต่งตั้งตัวแทน มาก็พอนะครับ เพราะเวลาไปซื้อนี่มันต้องไปแจ้งสรรพสามิตในพื้นที่อยู่แล้วมันก็จะลด ขั้นตอนลงไป เพราะอะไรที่มันเพิ่มค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ ให้ตัวแทนนี่เขาไม่รับไว้หรอก เขาก็ผลักภาระไปให้กับชาวบ้านให้เกษตรกร ฉะนั้นอะไรที่จะช่วยได้มันก็จะส่งผลถึง เกษตรกร ก็อยากจะเรียนฝากท่านประธานไปถึงภาครัฐบาลในการแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของบุหรี่ รวมทั้งเรื่องยาซอยยาเส้นขอขอบคุณครับ