จักรัตน์ ชี้ราคายาสูบตก กระทบเกษตรกร พร้อมเสนอตั้งกรรมาธิการแก้ไข

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖

จักรัตน์ พั้วช่วย หารือถึงปัญหาราคายาสูบและยาเส้นที่ตกต่ำ กระทบเกษตรกรอย่างรุนแรงจากผลกระทบของการปรับโครงสร้างภาษีและการลดกำไรของบริษัทยาสูบ พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ เร่งปราบปรามบุหรี่เถื่อน และปรับโครงสร้างภาษีให้เหมาะสมกับผู้ผลิตรายย่อยและสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยเสนอให้เพิ่มเกณฑ์ปริมาณปลอดภาษีและส่งญัตติให้คณะกรรมาธิการการเงินพิจารณาต่อไป

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ สส. คนไทหล่ม ในฐานะที่ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านประธานที่กรุณาบรรจุญัตติของผมและคณะในระเบียบวาระวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ เหตุผลของญัตตินี้คือด้วยยาสูบเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญประเภทหนึ่ง ในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอย่างยาวนาน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่นิยมปลูกยาสูบกันเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ หลักในการผลิตบุหรี่ โดยการปลูกยาสูบสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูก มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมีรายได้หลักในการดำรงชีวิตตลอดมา แต่ในปัจจุบัน เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบกลับต้องประสบปัญหาราคายาสูบและยาเส้นตกต่ำ เนื่องจากการลด ปริมาณการรับซื้อยาเป็นอย่างมาก จากมาตรการด้านสุขภาพ และการปรับโครงสร้างภาษี สรรพสามิตยาสูบใหม่ รวมถึงการปรับขึ้นอัตราภาษีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผล ให้ราคาบุหรี่ปรับตัวสูงขึ้น และมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ แล้วก็เรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งขณะนี้ แพร่หลายเป็นจำนวนมากนะครับ จากปัญหาราคายาสูบและยาเส้นตกต่ำส่งผลให้เกษตรกร ผู้ปลูกที่ยึดถืออาชีพในการปลูกยาสูบมาอย่างยาวนานได้รับความเดือดร้อน ไม่มีรายได้ เพียงพอในการดำรงชีวิต และต้องแบกรับ ภาระหนี้สิน อีกทั้งเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบดั้งเดิมยัง ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นเพื่อทดแทนอาชีพเดิมได้ จึงเป็นปัญหาที่ เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบต้องเผชิญและมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหามากยิ่งขึ้นต่อไป ดังนั้นหากมีการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาสูบและยาเส้นตกต่ำ เพื่อให้มีการ พิจารณาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างลอบค้าอย่างรอบด้าน ครบถ้วนในทุกมิติ จะเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอในการดำรงชีวิตและมีแนวทางการประกอบอาชีพที่เหมาะสม และยั่งยืนต่อไปในอนาคตครับ ปัญหายาสูบและยาเส้นที่เกิดขึ้นปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับ เกิดจากการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ก็คือเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐ กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดโครงสร้างภาษีบุหรี่แบบผสมโดยคิดภาษี ตามปริมาณ ๑.๒ บาทต่อมวนบวกกับภาษีตามมูลค่า ๒ อัตรา ได้แก่บุหรี่ที่มีราคา เกิน ๖๐ บาทต่อซองคิดอัตรา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และบุหรี่ที่มีราคาเกิน ๖๐ บาทต่อซอง คิดอัตรา ๔๐ เปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนั้นยังเริ่มเก็บภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทยจากสินค้ายาสูบ ในอัตรา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของภาษีสรรพสามิต ทำให้ต้องปรับเพิ่มราคาของบุหรี่สูงมาก อย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน อันนี้รอบแรกนะครับ ส่วนรอบที่ ๒ ในการปรับโครงสร้างภาษี เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ รัฐบาลได้ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ ๒ อัตราเช่นเดียวกัน แต่คิดภาษีตามปริมาณ ๑.๒๕ บาทต่อมวนและภาษีตามมูลค่า ก็คือปรับเป็นบุหรี่ที่ราคา ไม่เกิน ๗๒ บาทต่อซอง คิดอัตราเพิ่มจาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ และบุหรี่ที่เกิน ๗๒ บาทต่อซองคิดอัตราจาก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๔๒ เปอร์เซ็นต์ การปรับโครงสร้างภาษี บุหรี่ทั้ง ๒ ครั้งนี้ทำให้บุหรี่มีราคาที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลทำให้ การยาสูบแห่งประเทศไทยมีกำไรลดลงอย่างน่าตกใจนะครับท่านประธาน เดี๋ยวขอภาพประกอบนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ท่านประธานคงเห็นนะครับ ก่อนหน้าปี ๒๕๖๐ การยาสูบแห่งประเทศไทยมีกำไรเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างปี ๒๕๕๘ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๙ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๐ ๙,๐๐๐ ล้าบาท พอปรับภาษี ปี ๒๕๖๐ ทำให้กำไรลดลง ปี ๒๕๖๑ เหลือ ๘๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ เหลือ ๕๐๐ ล้านบาท และปีที่แล้ว ๒๕๖๕ การยาสูบแห่งประเทศไทย เหลือกำไรเพียง ๑๒๐ ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโควตาการปลูกยาสูบ และที่สำคัญก็คือเรื่องของราคา และที่สำคัญก่อนปี ๒๕๖๐ การยาสูบแห่งประเทศไทย ไม่เคยขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเลย แต่หลังจากปี ๒๕๖๐ หลังจากการปรับภาษี รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรไปแล้ว ๒ รอบ และเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลก็จ่ายเงิน ช่วยเหลือเยียวยาเรื่องค่าปัจจัยการผลิต ก็ต้องขอบคุณท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้ช่วยเหลือผลักดันมาตรการนี้ให้กับพี่น้อง เกษตรกรชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศ ท่านประธานครับกำไรของการยาสูบแห่งประเทศไทย ที่ลดลงอย่างมากท่านว่าหายไปไหนครับ หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย ผลิตบุหรี่ออกมาขายไม่ได้ ทำให้คนไทยสูบบุหรี่น้อยลง ผมว่าพวกท่านคิดผิด นี่เป็นกราฟการเติบโตของบุหรี่เถื่อนในประเทศไทย ท่านดูตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ บุหรี่เถื่อนมีอยู่ใน ตลาดประมาณ ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมาปีนี้ปี ๒๕๖๖ ตอนนี้บุหรี่เถื่อน ในตลาดมีอัตราเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ ๒๒ กว่าเปอร์เซ็นต์ คิดง่าย ๆ ถ้าท่านประธานเห็น คนสูบบุหรี่ ๔ คนจะมี ๑ คนที่กำลังสูบบุหรี่เถื่อนอยู่ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันดำเนินงานในเรื่องนี้ และในอนาคตอันใกล้ทราบมาว่าจะมีมาตรการ ภาษีแบบอัตราเดียว ทุกวันนี้เราใช้ ๒ อัตรา แต่ในอนาคตทราบมาจากกระทรวงการคลัง แล้วก็กรมสรรพสามิตจะมีการปรับภาษีอัตราเดียว และการกำหนดแผนการขึ้นภาษีในช่วง ต่อไปก็ขอให้สอดคล้องกับการขยายตัวของกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ โดยมีการประกาศ แผนการขึ้นภาษีระยะยาว เพื่อช่วยให้ชาวไร่และยาเส้นมีการปรับตัวพร้อมให้การยาสูบ แห่งประเทศไทยช่วยเหลือเงินแก่ชาวไร่ยาสูบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคายาสูบที่สูงขึ้น แล้วก็เงินช่วยเหลือเรื่องของปัจจัยการผลิต ที่ผมพูดนี่ในส่วนของยาสูบ

ส่วนของยาเส้น สั้น ๆ ครับ ส่วนโครงสร้างภาษียาเส้นในปัจจุบันใช้แบบ ๒ อัตราเช่นเดียวกัน ก็คือคิดจากปริมาณถ้าไม่เกิน ๑๒,๐๐๐ กิโลกรัม เสียภาษี ๐.๐๒๕ บาทต่อกรัม แต่ถ้าปริมาณเกิน ๑๒,๐๐๐ กิโลกรัม เสียภาษี ๐.๑ บาทต่อกรัม ขอให้กรรมาธิการที่เรากำลังจะช่วยกันพิจารณานี้นะครับ ช่วยปรับตัวเลขให้สอดคล้องกับ สภาพความเป็นจริง เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตยาเส้นรายย่อยที่อยู่ตามต่างจังหวัด ที่มีกำลังเงิน กำลังทุนน้อยให้อยู่ได้ ก็คือปรับเป็นปริมาณไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม เสียภาษี ๐.๐๒๕ บาท ต่อกรัม ส่วนที่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม เสียภาษี ๐.๑ บาทต่อกรัม ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่วันนี้ ผมยื่นญัตติเพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาสูบ แต่สุดท้ายครับ จริง ๆ แล้วญัตตินี้ผมยื่นเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ตอนนั้นคณะกรรมาธิการสามัญ ของเรายังไม่ตั้งขึ้น แต่ตอนนี้ทราบมาว่ามีกรรมาธิการสามัญทั้ง ๓๕ คณะที่พร้อมจะทำงานแล้ว ผมก็เลยอยากจะเสนอว่าเรื่องนี้ ญัตตินี้ขอให้ส่งไปที่คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ขอบคุณครับท่านประธาน