สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖

ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ หารือเรื่องปัญหาการประมง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขปัญหาการออกกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ทำให้พี่น้องชาวประมงเดือดร้อน และเร่งดำเนินการให้แรงงานชาวประมงสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะชาวประมง 22 จังหวัดชายทะเลที่เดือดร้อนจากการออกคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายปัญหาของพี่น้องชาวประมง ตามที่พี่น้องชาวประมงเดือดร้อน ได้มายื่นหนังสือที่พรรคเพื่อไทยกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และยื่นหนังสือกับท่านนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะพี่น้องชาวประมง พี่น้องแรงงาน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้ง ๒๒ จังหวัดชายทะเลเดือดร้อนกันมาก จากคำสั่ง คสช. คำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวม ๘ ฉบับ ซึ่งทำให้พี่น้องชาวประมง ของเราเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

นอกจากนั้นยังไม่พอ ยังมีกฎหมาย กฎ ระเบียบของหน่วยงานต่าง ๆ และของกรมประมง ๓๐๐ กว่าฉบับ ท่านประธานลองคิดดูว่าพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน พี่น้องชาวประมงพาณิชย์ที่ต้องส่งสินค้าด้านการประมง มีกุ้ง มีปลาสดแช่เย็น แช่แข็ง มีหมึก ส่งออกไปสหภาพยุโรป ประเทศยุโรปปีละ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท และมาถูกคำสั่ง คสช. ๘ ฉบับ และกฎ ระเบียบต่าง ๆ ๓๐๐ กว่าฉบับ พี่น้องชาวประมงของเราเดือดร้อน กันมาก จนถึงแรงงานคนไทย แรงงานต่างชาติ จากการที่เราแก้ปัญหาไม่ถูกต้องเกาไม่ถูกที่คัน ท่านประธานลองคิดดูนะครับ พี่น้องประมง ของเรา ๒๒ จังหวัดชายทะเล คสช. ซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ ออกคำสั่งเด็ดขาดไป และโดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรของเราท่านประธาน ของเรามีตัวแทน ๗๗ จังหวัด ๕๐๐ คน แต่พี่น้องชาวประมงมี ๒๒ จังหวัด เราทั้งหมด ๗๗ จังหวัดต้องมาออกกฎหมาย เพื่อไปบังคับพี่น้องชาวประมง ผมว่าไม่ยุติธรรมสำหรับพี่น้องชาวประมง จนทำให้ ประเทศไทยของเราถูกใบเหลืองตักเตือนจากสหภาพยุโรป เพราะทำผิดกฎหมาย ไม่รายงาน ไม่แจ้ง ไม่มีการควบคุม นั่นคือสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรของเราเองก็ต้องหันมาแก้ไขปัญหานี้ อย่างเร่งด่วน และรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องรีบดำเนินการ ที่ได้ออก กฎหมาย ออกกฎ ระเบียบต่าง ๆ ไป ๓๐๐ กว่าฉบับ ทำให้พี่น้องชาวประมงของเรา ๒๒ จังหวัดชายทะเลเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส การดำเนินการหรือกฎ ระเบียบต่าง ๆ เราควรกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ไปสู่ ๒๒ จังหวัด ถ้าคิดเทียบแล้วจาก ๗๗ จังหวัดของเรา ก็เพียงแค่ ๒๒ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเองยังไม่ถึงครึ่ง นั่นคือมันต้องเป็นหน้าที่ของพี่น้อง ชาวประมง เป็นหน้าที่ของนักธุรกิจผู้ส่งออก นักอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ถูกปลดที่เจอ ผลกระทบจากปัญหาคำสั่ง คสช. และกฎระเบียบ ๓๐๐ กว่าฉบับ แรงงานต่างด้าว แรงงานคนไทยเจอปัญหาตามกันไปหมด นั่นคือเราต้องมอบหน้าที่ให้คนที่อยู่ในพื้นที่ อยู่ในจังหวัดนั้น ๆ หรือหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเขาได้ออกกฎ ระเบียบของเขาเอง เราอย่าไปออกให้เขาครับ เรามาถกเถียงกันในสภาผู้แทนราษฎรอาจจะ ๒ วัน ๓ วัน ผมคิดว่ายังไม่ตรงประเด็น กฎ ระเบียบที่จะใช้ได้ต้องคนที่เป็นผู้ถูกกระทำ หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ หรือผู้ที่ต้องทำตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะถูกสหภาพยุโรป เขาจะออกใบแดงให้เรา เพราะเขาเจอปัญหาของประเทศไทยของเราที่ผ่านมาทำผิดกฎหมาย เพราะเราไปออก กฎหมายที่มันนำไปใช้ในพื้นที่ ๒๒ จังหวัดไม่ได้ การยื่นเอกสาร ยื่นขออนุมัติ การรายงาน ยุ่งยากไปหมดใช้ระยะเวลานาน หลาย ๆ ประเทศ หรือแม้กระทั่งนโยบายพรรคเพื่อไทย ต่อไปการขออนุมัติต่าง ๆ ขอทาง Online อนุมัติภายใน ๑ วัน ๒๔ ชั่วโมง ถึงจะเป็น การส่งเสริมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของเรา ช่วยพี่น้องชาวประมง ไม่เช่นนั้นเราต้องมา รอหนังสืออนุมัติ ๒ เดือน ๓ เดือน หรือแม้กระทั่งแรงงานต่าง ๆ จะขอใบอนุญาตทำงาน ทำ Visa ต่อหนังสือยุ่งยากไปหมด เสียเงินหลายหมื่นบาท บางคนทำ ๑ เดือน ๓ เดือน ก็ต้องไปหางานใหม่ นั่นมันไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน ไม่เอื้ออำนวยต่อแรงงาน หรือพี่น้องชาวประมงของเรา สิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องรีบทำ ต้องให้ ทุกหน่วยงานเข้าไปดูแลช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงของเราอย่างรวดเร็ว และช่วยดำเนินการ แก้ไขกฎ ระเบียบที่เป็นอุปสรรคที่เรียกว่ารัฐอุปสรรค ให้เป็นรัฐสนับสนุน ให้แรงงานเรา ได้ทำงานก่อน พี่น้องชาวประมงได้ออกจับปลาได้ ได้ทำถูกต้องตามกฎหมาย อย่าไปเขียน กฎหมายที่ปฏิบัติไม่ได้เหมือนกฎหมายในปัจจุบันนี้ ตามมาด้วยปัญหาการค้าแรงงานเถื่อน การค้ามนุษย์ การจ่ายส่วย นั่นคือสิ่งที่ฝากสภาผู้แทนราษฎรของเราในการออกกฎหมาย ต่าง ๆ ให้ออกกฎหมายที่ให้ในพื้นที่ในจังหวัดนั้น ๆ เขาได้ใช้กฎหมายได้อย่างมีความสุข กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน