ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือปัญหาภาคการประมงที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายเร่งด่วน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืนโดยเน้นความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและการดำรงชีพของชาวประมง เสนอจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหา IUU และผลักดันมาตรการต่าง ๆ ทั้งการเยียวยา การสนับสนุนทุน การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงน้ำ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมประมงอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออนุญาตอภิปรายให้ความเห็นในญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาและเสนอแนะการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมง ทั้งระบบให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ประกอบการประมงและกิจการต่อเนื่อง และสอดรับกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ของท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ท่านประธานครับ ทะเลและมหาสมุทรถือเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความสำคัญ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง นอกจากนี้ทะเลยังทำหน้าที่ดูดซับก๊าซต่าง ๆ ที่เราปล่อยไป และผลิตออกซิเจนให้โลก อีกด้วย ทะเลยังเป็นแหล่งอาหารและเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญให้กับคนทั่วโลก โดยเฉพาะด้านการประมง โดยสำหรับในประเทศไทยเองก็เช่นกันการประมงถือเป็นอาชีพ ที่สำคัญของคนไทยมาอย่างยาวนาน และมีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ผ่านมาเรามีผลผลิตและการส่งออกด้านประมงติดอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันทะเลของโลกก็เผชิญภัยคุกคามอย่างมากทั้งจากการประมงเกินขนาด การประมงผิดกฎหมาย ไปจนถึงปัญหาอื่น ๆ เช่น มลพิษ น้ำเสีย ขยะ และภาวะโลกร้อน สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง จากปัญหาเหล่านี้ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมทางทะเลและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยได้เกิดเป็นความตกลง และอนุสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทะเลมากมายครับ ซึ่งด้านองค์การอาหาร และเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้กำหนดแนวทางและมาตรการทำประมงอย่างยั่งยืน ให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ โดยชี้ว่าแนวทางที่เป็นปัญหาคือการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือที่เราเรียกกันว่า IUU Fishing ทางด้านสหภาพยุโรป หรือ EU เองก็ได้นำมาตรการนี้มาปรับใช้ในกลุ่มประเทศ และภายหลังก็ได้ประกาศจะไม่ซื้อสินค้า ประมงจากประเทศที่ไม่มีการจัดการปัญหาเรื่อง IUU จนกระทั่งในปี ๒๕๕๘ ทาง EU ก็ได้ประกาศ แจ้งเตือนประเทศไทยด้วยการให้ใบเหลืองว่าเรามีปัญหาในเรื่องดังกล่าว และให้ประเทศไทย แก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด ทั้งด้านการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และการจัดการด้านประมงเสียใหม่ รัฐบาลในขณะนั้นจึงเร่งออกคำสั่งและบังคับใช้กฎหมาย ออกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และปรับปรุงแก้ไขกฎหมายสำคัญอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรือ การเดินเรือ แรงงานประมง จนกระทั่งในปี ๒๕๖๒ สหภาพยุโรปก็ได้ปลดใบเหลืองให้กับประเทศไทย อย่างไรก็ตามการเร่งออกกฎหมายมาบังคับใช้ของรัฐบาลในขณะนั้นกลับลืมหันหลังมามอง ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน และต้องแลกมาด้วยความเสียหายต่อชาวประมง และอุตสาหกรรมที่ตามมามากมายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยพระราชกำหนดการประมง ปี ๒๕๕๘ ขาดการรับฟังความคิดเห็น ขาดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และขาดการกลั่นกรอง จากรัฐสภา อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับวิถีการทำประมงของไทย มีบทลงโทษที่รุนแรง มีเงื่อนไขที่บีบรัดเกินความจำเป็น และออกมาในช่วงเวลาที่เร่งรัดทำให้ชาวประมงไม่มีเวลา ปรับตัว และไม่ได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาจากภาครัฐเท่าที่ควร จนกระทั่งวันนี้เองปัญหา ของพี่น้องประชาชนชาวประมงก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้พี่น้องชาวประมงและผู้ประกอบการ สูญเสียรายได้มีหนี้สิน หลายรายต้องเลิกการประกอบอาชีพประมงไปในที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ประเทศและก่อให้เกิดปัญหาการนำเข้าสินค้าประมงจากต่างประเทศ และปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีก มากมาย การประมงอย่างยั่งยืนที่มีการควบคุมและมีการรายงานถือเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่จาก การเร่งรัดออกกฎหมายที่สร้างความเดือดร้อนจากที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นนี้ ผมจึงมีความเห็นชอบ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนะการแก้ไขปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งระบบ ทั้งนี้เพื่อให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ และสอดรับกับพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยผมมีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการ และรัฐบาลให้รับไปศึกษาและพิจารณาดังต่อไปนี้ครับ
๑. ขอให้มีการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประมง ทั้งหมด เช่น เขตประมงพื้นบ้าน คุณสมบัติผู้มีสิทธิขอใบอนุญาต การกำหนดลักษณะ ต้องห้าม เครื่องมือ และขนาดเรือที่ชัดเจน ช่วงเวลาทำการประมง การขนถ่ายสัตว์น้ำ ในทะเล และแก้ไขบทกำหนดโทษที่เหมาะสม
๒. ขอให้พิจารณาปรับปรุงแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการประมง ประจำจังหวัดให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวประมง และมาตรการ คุ้มครองแรงงานที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน
๓. ขอให้พิจารณาการเร่งรัดซื้อเรือประมงออกนอกระบบโดยเร็ว ซึ่งเป็น การเยียวยาที่ล่าช้าอยู่ในขณะนี้ครับ
๔. ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาและอุปสรรคโครงการสินเชื่อ เพื่อเสริม สภาพคล่องของผู้ประกอบการประมง และสามารถช่วยเหลือชาวประมงได้อย่างแท้จริง
๕. ขอให้รัฐบาลพิจารณาและให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาที่เป็น ประโยชน์ต่อการทำประมงที่ทันสมัย และช่วยลดต้นทุนในการทำการประมง เช่น การจัดหา เงินทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา และผลักดันให้เกิดการผลิตเครื่องจักร เครื่องมือ หรือนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับการทำการประมง
๖. ขอให้พิจารณาการสนับสนุนเงินทุนให้กลุ่มประมงท้องถิ่น และการจัดตั้ง โรงเรียนชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำการประมง เพิ่มผลผลิต เพิ่มมูลค่า สัตว์น้ำ และพัฒนาอาชีพ
๗. ขอให้พิจารณาการจัดตั้งกองทุนประมงเพื่อช่วยเหลือเยียวยาชาวประมง รวมถึงการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าสัตว์น้ำที่ตกต่ำ
๘. ขอให้พิจารณาการส่งเสริมและจัดระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ เพื่อการแก้ไขปัญหา ทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเลในระยะยาว
๙. ขอให้พิจารณาการสร้างการมีส่วนร่วมของชาวประมง ผู้ประกอบการ และประชาชน ในการฟื้นฟูอนุรักษ์และพัฒนาประมงทะเลไทย เช่น การจัดการขยะทะเล โดยชุมชนชายฝั่ง การส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนชาวประมงอย่างรับผิดชอบ
ท่านประธานครับ การสร้างความสมดุลระหว่างการจับสัตว์น้ำหรือการรักษา ความอยู่รอดของประมงทะเลไทยไปพร้อม ๆ กับการอนุรักษ์สัตว์น้ำหรือการปฏิบัติตาม หลักการแก้ไขปัญหา IUU เป็นเรื่องที่สำคัญที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม และควรทำไป พร้อม ๆ กันครับ กระผมจึงเห็นด้วยที่จะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความซับซ้อน และหากได้รับการแก้ไขก็จะเป็นประโยชน์ของชาติอย่างมหาศาล และเป็นการฟื้นชีวิต ชาวประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องขึ้นมาอีกครั้งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน