กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล หารือปัญหาการทำประมงที่ซบเซาจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเลและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายประมงโดยเพิ่มบทบาทของชุมชนและชาวประมงในการกำหนดพื้นที่และกติกาการทำประมงอย่างมีส่วนร่วมเพื่อความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของผู้ประกอบอาชีพประมง
เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ญัตติ ขอให้ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและเสนอแนะการแก้ไข กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมงทั้งระบบ ให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมกับ ผู้ประกอบการประมงและกิจการต่อเนื่อง และสอดรับกับพันธกิจกับพันธกรณี ระหว่างประเทศ ท่านประธานคะ ประเทศไทยเรามีชายฝั่งทะเลยาวทั้งสิ้น ๒,๖๑๔ กิโลเมตร มีจังหวัดที่ติดทะเล ๒๒ จังหวัด ประชากรที่อาศัยบริเวณฝั่งทะเลส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ประมง มีชุมชนชาวประมงทั่วประเทศกว่า ๔,๐๐๐ ชุมชน หรือกว่า ๖๐,๐๐๐ ครัวเรือน อาชีพประมงมี GDP คิดเป็นร้อยละ ๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในปี ๒๕๕๗ มีมูลค่ามากกว่า ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในช่วงเวลาไม่กี่ปีหลังมานี้ชาวประมงพื้นบ้าน ประสบปัญหาจับสัตว์ทะเลไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงชีพ จากที่เคยจับปลาได้วันหนึ่งเป็น ร้อย ๆ กิโลกรัม แต่มาวันนี้ปลาที่จับได้หายไปกว่าครึ่ง จากที่เคยจับปูได้วันละ ๒๐-๓๐ กิโลกรัม ทุกวันนี้ออกเรือไปกลับมานี่แทบจะไม่ต้องเอากิโลมาชั่งแล้วนะคะ ท่านประธาน นับเป็นตัวยังยากเลยค่ะ เหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งก็คงหนีไม่พ้นการเสื่อมโทรม ของทรัพยากรทางทะเล การทำลายระบบนิเวศทางทะเล หรือแม้แต่การรุกล้ำทรัพยากร ทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรุกล้ำจากนโยบายของทางภาครัฐเอง ยกตัวอย่างที่เห็นได้ อย่างชัดเจนนั่นก็คือโครงการถมทะเลท่าเรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โครงการนี้ ได้เปลี่ยนกระแสน้ำ เปลี่ยนระบบนิเวศทางทะเลอย่างสิ้นเชิง แม้จะมีการพยายามรักษา ระบบนิเวศให้ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของชาวประมงไม่ให้สูญหายไป ไม่ว่าจะเป็นการทำธนาคารปู การโยนซั้งโยนบ้านปลาลงไปในทะเล แล้วอย่างไรคะ ท่านประธาน บ้านที่แท้จริงของสิ่งมีชีวิตในทะเลนั่นก็คือน้ำทะเลที่ใสสะอาด ดินและทราย ที่ปราศจากสารเคมีปนเปื้อน กระแสน้ำ กระแสลม ที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยและขยายพันธุ์ ต่อสัตว์น้ำสัตว์ทะเล แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ไม่มีสัตว์ทะเล ไม่มีแหล่งรายได้ของชาวประมง พื้นบ้าน แม้แต่ประมงพาณิชย์เองก็ยังต้องขยายเขตการจับสัตว์ทะเลไกลออกไป แล้วอย่างนี้ ประมงไทยจะอยู่กันอย่างไรคะ มิหนำซ้ำเหตุการณ์ที่สหภาพยุโรปให้ใบเหลืองประเทศไทย เพราะปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม เมื่อปี ๒๕๕๘ รัฐบาล คสช. ก็แก้ปัญหาด้วยการบังคับใช้กฎหมายกับภาคประมงอย่างเข้มงวด แต่ขาดการมี ส่วนร่วมของชาวประมง ด้วยกฎหมายที่มีข้อบังคับใช้โดยไม่เป็นธรรมสร้างข้อจำกัดในการ ประกอบอาชีพยิ่งทำให้พี่น้องชาวประมงไทยต้องเผชิญกับปัญหาที่หนักขึ้นอีกหลายเท่าตัว จากที่จับสัตว์น้ำได้น้อยอยู่แล้วนั้นก็ยิ่งจับได้น้อยลงไปอีก รายได้ที่เคยมีก็ยิ่งลดลง บางราย แม้แต่การออกทะเลไปหาปูหาปลายังไม่สามารถทำได้ หลาย ๆ คนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน และมี หลาย ๆ คนต้องตัดสินใจจบอาชีพประมงที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดอย่างน่าเสียดาย จากนโยบายของภาครัฐที่ขาดการมีส่วนร่วมและมีการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ทำให้พี่น้องชาวประมงเกิดความรู้สึกว่าเขาถูกรัฐแย่งชิงทรัพยากร ยกตัวอย่างเช่น พระราชกำหนดการประมง ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ในมาตรา ๓๔ ที่ได้กำหนดให้ประมง พื้นบ้านสามารถออกเรือไปจับสัตว์ทะเลที่มีระยะนับจากแนวชายฝั่งทะเลออกไป ไม่เกิน ๓ ไมล์ทะเลเท่านั้น และยังใช้การวัดเขตชายฝั่งที่มีลักษณะเป็นเส้นโค้งเว้าทำให้เกิด ความไม่ชัดเจนของพื้นที่ในการทำประมงไปอีก ส่งผลให้ชาวประมงได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากได้เข้าไปทำประมงนอกเขตกำหนดโดยไม่ได้ตั้งใจ ถูกปรับ ถูกลงโทษตามกฎหมาย แม้จะมีความพยายามแก้กฎหมายแก้กฎกระทรวงเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้แล้ว แต่ก็ยัง ไม่สอดคล้องกับบริบทการทำประมงจริงในแต่ละพื้นที่ชายฝั่งที่มีบริบทแวดล้อมแตกต่างกัน จากจุดยืนด้านนโยบายประมงของพรรคก้าวไกลที่เราต้องการสร้างความสมดุลระหว่าง สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และมนุษยชน จึงมีการเสนอให้เพิ่มสัดส่วนของท้องถิ่นและชาวประมง ในคณะกรรมการประมงจังหวัด เพื่อทำให้เกิดการยึดโยงกับประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ และเพิ่มอำนาจให้กับคณะกรรมการประมงจังหวัดในการกำหนดกติกาทำการประมง ทั้งการกำหนดเครื่องมือในการทำประมง กำหนดพื้นที่และฤดูกาลในการทำประมง ให้ชาวประมงได้มีส่วนร่วมในการกำหนดขอบเขตในการทำประมง เนื่องจากสภาพทะเลของ แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน และแต่ละพื้นที่ก็มีความลึกที่แตกต่างกันด้วย นอกจากนั้น พระราชกำหนดการประมง ปี ๒๕๕๘ ยังมีบทกำหนดโทษที่รุนแรง บางกรณีมีโทษปรับสูงสุด ถึง ๓๐ ล้านบาท ในบทกำหนดสามารถยกเลิกใบอนุญาตทำประมงจากเรือทุกลำได้ทั้งหมด แม้จะเป็นการกระทำความผิดจากไต้ก๋งเรือเพียงแค่ลำเดียว พรรคก้าวไกลของเราเสนอให้มี การรับบทลงโทษให้เหมาะสม ดูจากเจตนาในการกระทำความผิดคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ให้สมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะได้ร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหา แก้กฎหมาย หรือร่างกฎหมาย ขึ้นมาใหม่เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม ช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวประมง ทุกกลุ่มเพื่อไม่ให้มีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตกหล่น หรือถูกทำให้สูญหายไปกับนโยบาย หรือการ ออกกฎหมาย กฎ ระเบียบจากทางภาครัฐ และร่วมกันหาแนวทางในการจัดการทรัพยากรสัตว์ น้ำให้เกิดความยั่งยืน และประโยชน์สูงสุดในอาชีพประมง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่มรดกบาป ทางกฎหมายจะถูกแก้ไขสำเร็จได้เสียที เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ของเราจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และเสนอแนะการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมงทั้งระบบให้เกิดความเหมาะสม และเป็นธรรมกับผู้ประกอบการประมงและกิจการต่อเนื่อง และสอดรับกับพันธกรณี ระหว่างประเทศ ขอบคุณค่ะ