วรศิษฏ์ วิจารณ์นโยบายประมงเข้มเกิน ห่วงชาวเรือล่มสลาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖

วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ วิพากษ์วิจารณ์นโยบายการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมายที่ดำเนินการภายใต้แรงกดดันจาก EU ว่ามีความเข้มงวดเกินจำเป็น จนส่งผลให้อุตสาหกรรมประมงไทยได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความเป็นธรรมของมาตรการที่ใช้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เร่งยื่นร่าง พ.ร.บ. ประมงฉบับใหม่ ส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการประมง และคัดค้านการนำเข้าผลิตภัณฑ์ประมงจากประเทศที่ทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวประมงไทยเสียเปรียบและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในอนาคต

นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานครับ จุดเริ่มต้นของความ โกลาหล ของความวิบัติในอุตสาหกรรมประมงไทยมันเกิดขึ้นในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘ นั่นเป็นวันที่ EU ได้มีการประกาศให้ใบเหลืองกับประเทศไทย โดยเป็นการเตือนแล้วบอกว่า ถ้าประเทศไทยไม่แก้ต่อไป EU จะให้ใบแดง และจะไม่มีการนำเข้าสินค้าประมงจาก ประเทศไทย โดยอ้างว่าประเทศไทยมีการทำประมงแบบผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ในขณะนั้นรัฐบาลเองก็หน้ามืดตามัวเนื้อเต้นวิ่งตาม EU ทุกอย่าง ไม่ว่า EU จะให้ทำอะไรทำหมดทุกอย่าง และที่สำคัญไปกว่านั้นคือทำมากกว่าที่ EU ขอด้วย รัฐบาลในขณะนั้นได้ให้ทุกกรม ทุกกระทรวง ทุกกองที่มีความเกี่ยวข้องกับประมงทะเลมา ร่วมกันออกกฎหมาย เพื่อที่จะบังคับใช้กับพี่น้องชาวประมงในขณะนั้น และประกาศ บอกว่าจะแก้ปัญหา IUU ให้ได้ภายใน ๖ เดือน ถ้าผมเป็น EU ผมมีลูกสาวผมยกให้เลย เพราะอะไรครับ เพราะว่าแม้แต่ประเทศในยุโรปที่ประสบปัญหาเรื่องนี้เองเขายังใช้ ระยะเวลาเป็น ๑๐ ปี ไต้หวันหรือแม้กระทั่งเวียดนามเองก็วางแผนแก้ปัญหาเรื่องนี้ ใช้ระยะเวลา ๒๐ ปี วางวงเงินไว้หลายแสนล้านบาท แล้วพี่ไทยมาจากไหนที่บอกว่าจะแก้ให้ ได้ภายใน ๖ เดือน สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นจากกฎหมายที่ไม่มีความเป็นธรรม อุตสาหกรรม ประมงไทยทั้งระบบเจ๊ง เจ๊งอย่างไร กฎหมายที่ออกมาทำให้พี่น้องชาวประมงทำประมงไม่ได้ มีต้นทุนที่สูงขึ้น แน่นอนครับ เรือก็เจ๊งไป หายไปมากกว่าครึ่งในประเทศ ทีนี้มันเกิด Domino Effect พอเรือหายไป ตลาดปลาหายไป แรงงานก็ไม่มี ห้องเย็นก็เจ๊ง ทีนี้ผมถามว่า มันเกิดความเสียหายขนาดไหน ผมคงเปรียบเทียบเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่รู้คร่าว ๆ แค่ว่า หลายแสนล้านบาท ถามว่าคุ้มหรือไม่ ถามว่าทำไมแค่การจัดระเบียบพี่น้องชาวประมง ทำไมมันถึงเป็น Effect เยอะขนาดนี้ทำไมมันถึงเจ๊งขนาดนี้ ยกตัวอย่างกฎหมายง่าย ๆ เวลาเราจะออกไปทำการประมงเราจะต้องแจ้งรายงานกับหน่วยงานให้ทราบ ว่าเราจะต้อง ออกไปทำการประมง มีสมาชิกกี่คน สมมุติว่าวันนี้ผมมีเรือออกไป ๒๕ คน แล้วหนึ่งในนั้นมี Accident ไม่สามารถเดินทางออกไปหาปลากับผมได้ แล้วผมที่เป็นคนบังคับเรือลืมแจ้ง ท่านรู้ไหมว่าจะโดนปรับเท่าไร หลักล้านนะครับ หลักล้าน ล้านบาทด้วยนะครับ แล้วทีนี้ ถามว่าอย่างอื่นก็มีอีก แจ้งเรือเข้าออกผิดเวลา แจ้งว่าจะเข้าถึงท่าเที่ยง มาถึง ๑๐ โมงเข้า มาถึงโดนปรับเป็นล้านอีก แล้วถามว่าพี่น้องชาวประมงจะทำอยู่ได้อย่างไร เมื่อกฎหมายไม่เป็น ธรรมแน่นอนสิ่งที่ตามมาคือเรามีต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว สุดท้ายพอต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้ เรือมันเจ๊ง ปลาไม่พอบริโภค ต้องไปนำเข้าปลาจากต่างประเทศ การนำเข้าปลานี่ผมไม่ติดนะ แต่บางที่เราดันไปนำเข้าปลาจากประเทศที่มีการทำประมงผิดกฎหมายด้วย นี่คือปัญหาของ ทั้งระบบที่เกิดขึ้นในภาพใหญ่ หลังจากนั้นวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๒ เป็นวันที่รัฐบาลรอคอย ต้องบอกว่าเป็นวันที่รัฐบาลรอคอยนะครับ ไม่ใช่วันนี้พี่น้องชาวประมงรอคอย EU ได้ประกาศปลดใบเหลืองให้กับประเทศไทย ทุกคนดีใจมาก รัฐบาลในขณะนั้นดีใจถือว่า เป็นผลงานชิ้นโบแดง ได้รับคำสรรเสริญเยินยอ แต่ผมอยากจะบอกว่าบนความภูมิใจนั้นท่าน อย่าก้มลงไปมองที่ใต้เท้าท่านนะครับ ท่านอาจจะยืนอยู่บนซากศพพี่น้องชาวประมงก็ได้ ถามว่าความสำเร็จนี้ชาวประมงได้อะไรจากความสำเร็จนี้บ้าง ลองไปถามดูได้เลยว่าเขาดีใจ หรือเสียใจ หรือแบบไหน แต่ถ้าจะไปถามผมขออนุญาตไม่ไปด้วยเพราะว่ากลัว แล้วก็ถาม มาแล้วฟังให้ดีว่าเสียงที่มันออกมามันเป็นเสียงชื่นชมดีใจ หรือว่าเป็นเสียงร้องไห้จาก ความเสียใจ อันนี้จะต้องไปถามเลย ไม่ต้องถามเฉพาะชาวประมงก็ได้ถามเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานก็ได้ว่าบังคับใช้กฎหมายแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง อย่างที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ว่า ปัญหาหลักใหญ่เราตั้งแต่ต้นจนถึงปลายจะมีทั้งหมด ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกัน

เรื่องของกฎหมาย แน่นอนพวกเราทำงานอยู่ในสถานะของนิติบัญญัติ เราก็ต้องแก้กฎหมาย ถ้าเรามองว่ากฎหมายไม่เป็นธรรม กฎหมายไม่เหมาะสม เราก็ต้องแก้ แล้วเราก็ทำไปแล้วด้วย ในฐานะสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยเราเริ่มทำตั้งแต่สมัยที่แล้ว เราได้มีการยื่นกฎหมาย แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณากฎหมายประมงใหม่ ซึ่งเราก็ทำเสร็จแล้ว เพียงแต่ว่ามีการยุบสภาเสียก่อน พอยุบสภาไปทำให้สิ่งที่ทำไปมันก็ ตกไป แต่ไม่ต้องห่วงวันนี้เรามีสภาใหม่ เรามีรัฐบาลใหม่ พรรคภูมิใจไทยเองก็ยื่นไปแล้ว เช่นกันและยื่นไปเสร็จแล้ว และที่เป็นสิ่งที่น่ายินดีก็คือจากการประชุม Whip รัฐบาล ที่ผ่านมาก็ได้รับข่าวมาว่าทางรัฐบาลเองจะยื่นร่าง พ.ร.บ. เข้ามาประกบให้ทันภายใน สมัยประชุมนี้ ซึ่งถ้าทำได้จริง ๆ ผมเองต้องขอกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องชาวประมง ทั้งประเทศด้วย

ข้อที่ ๒ เรื่องของต้นทุน ถามว่าจะแก้อย่างไร จริง ๆ ต้นทุนหลัก ๆ มีอยู่ ประมาณ ๕-๖ อย่าง แต่ว่า ๒ ปัจจัยหลัก ก็คือค่าแรงและน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนรวมอยู่ ประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ของการทำประมงทั้งระบบ จะแก้อย่างไร เรื่องนี้ เราต้องเอาเรื่องของอนาคตมาพูดกัน เอาเรื่องของการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนามาพูดกัน เพื่อทำให้เรามีเทคโนโลยีมีเครื่องมือเข้ามาช่วยเยอะขึ้น ยกตัวอย่างที่ปัตตานีมีพี่ท่านหนึ่ง ที่ผมรักและเคารพมาก พี่สุรัตน์ รัตนศิธร ขออนุญาตเอ่ยนามพี่สุรัตน์ด้วย ได้ทำงานร่วมกับ หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น SEAFDEC ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานพัฒนา การวิจัยเกษตร (องค์การมหาชน) ได้มีการวิจัยพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตน้ำแข็งจากน้ำทะเลซึ่งไปผลิตในทะเลได้เลย การผลิตเครื่องมือ ที่จะเอาไว้ทุ่นแรงในการเก็บอวน การเคลื่อนย้ายปลา หรือแม้แต่กระทั่งในอนาคตผมยังมอง เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงผมเห็นเรือเล็ก ๆ ตอนนี้หลายลำที่มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ เป็นมอเตอร์ไฟฟ้า แล้วถ้าเกิดเรามีการวิจัยพัฒนาเพิ่มขึ้น ซึ่งผมมั่นใจว่าคนไทยไม่แพ้ชาติใดใน โลกแน่นอน เป็นไปได้ไหมถ้ามีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีต้นทุนที่ถูกลงได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นหน่วยงานพวกนี้ผมอยากจะ ฝากท่านประธานไปเลยครับว่าควรที่จะต้องให้งบประมาณสนับสนุนการทำงานเขาเยอะ ๆ เพราะเป็นการซื้ออนาคต

ข้อสุดท้าย เรื่องของการนำเข้าปลาจากต่างประเทศ เรื่องนี้ผมไม่ติดเลย แต่ผมติดนิดเดียวว่าประเทศหลาย ๆ ประเทศที่เรานำเข้าปลามาเป็นประเทศที่ทำประมง ผิดกฎหมายเช่นกัน ซึ่งพวกเราพยายามหนีจากเรื่องนี้มาโดยตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา แต่เรา กลับไปนำเข้าปลาจากประเทศที่ทำผิดกฎหมายมาได้อย่างไร เริ่มจากตัวกฎหมายที่บิดเบี้ยว ที่มันผิดเพี้ยน ที่มันไม่ยุติธรรม ผมอยากจะบอกว่าวันนี้ต่างชาติพอเห็นกฎหมายฉบับนี้ เขาต้องบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เขาจะบอกว่าเธอหวานเจี๊ยบ มันจะไม่หวานเจี๊ยบ ได้อย่างไร กฎหมายฉบับนี้ออกมาฆ่าประมงไทยแต่สนับสนุนประมงต่างชาติ สนับสนุน แบบไหน ก็แน่นอนเมื่อเรามีต้นทุนสูงขึ้น เราจับปลาได้น้อยลง เขาก็ไปเอาปลาจาก ประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ได้ดำเนินการตาม IUU เข้ามา ซึ่งมีต้นทุนที่ถูกกว่า ผมอยากจะบอกว่า รัฐบาลต่างชาติจะต้องเอากระเช้ามากราบขอบคุณรัฐบาลไทยในขณะนั้นด้วยซ้ำที่สนับสนุน การประมงต่างประเทศให้กับพวกเขา แล้วสิ่งที่มันน่าน้อยใจไปกว่านั้นคืออะไรรู้ไหม พอ EU บอกว่าเราทำประมงผิดกฎหมาย รัฐบาลในขณะนั้นเอาทุกสิ่งทุกอย่างทำทุกอย่าง เพื่อแลกกับมันให้เราปลดจากใบเหลืองได้ แต่ครั้งที่แล้วผมได้มีการหารือเกี่ยวกับการนำเข้า สินค้าประมงจากประเทศที่ทำผิด เขาบอกว่าห้ามนำเข้าไม่ได้เพราะติดสนธิสัญญา ติดข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ พอทีประเทศไทยเสียประโยชน์ก็อ้างกันจัง แล้วพอตอน EU ทำไมไม่หาอะไรมาอ้างบ้าง สุดท้ายถ้าพวกเรายังอยู่แบบนี้ ถ้ายังไม่ทำอะไรแบบนี้ ผมไม่อยากจะพูดคำพูดที่บอกว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าชาวประมงไทยมันอาจจะสูญพันธุ์ครับ ขอบพระคุณครับ