ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช หารือปัญหาเด็กไร้สัญชาติและผู้ไร้รัฐในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดหลักฐานทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทย ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิด้านการศึกษาและสวัสดิการอย่างเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงระเบียบและทัศนคติของข้าราชการ เพื่อรองรับการพัฒนาเด็กกลุ่มนี้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์สำคัญที่ควรได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วมสร้างชาติในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๒ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเมือง ๓ ตำบล พรรคเพื่อไทย ในญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทาง การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย ดิฉัน ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนในประเด็นที่เกี่ยวข้องและสำคัญ รวมถึงข้อเสนอแนะในญัตตินี้ ทั้งหมดในภาพรวมนะคะ จากข้อมูลบทความและงานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นของคุณนิติพล คงสมบูรณ์ ในเรื่องปัญหาในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติในประเทศไทย หรือเรื่องของการวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคการจัดการศึกษาของเด็กไร้สัญชาติ ในประเทศไทย ของคุณสุภาภรณ์ ชาวสวน และคุณไพฑูรย์ โพธิสว่าง มีการศึกษาเรื่องที่ น่าสนใจหลายประเด็น อย่างในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่ชายแดนที่ติดต่อกับประเทศ เพื่อนบ้าน ยังมีกลุ่มคนไร้สัญชาติอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการอพยพเข้ามาในประเทศไทยเพื่อหนี สงครามในพื้นที่ หรือจะเป็นการอพยพเพื่อเข้ามาหาพื้นที่ทางทำกินเข้ามาหาอนาคต ในประเทศไทย โดยจำนวนของบุคคลที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย ๓ ลำดับแรก อาศัยอยู่ใน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงราย ซึ่งในจังหวัดเชียงรายจังหวัดบ้านเกิด ของดิฉันเองค่ะท่านประธาน มีจำนวนสูงถึง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคนในปี ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากและสูงขึ้นในทุก ๆ ปี ท่านประธานคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นก็คือเด็กที่คลอดออกมา บนขอบเขตดินแดนประเทศไทย กลุ่มเด็กที่เกิดขึ้นบนดินแดนของประเทศไทยเหล่านี้ค่ะ ท่านประธาน ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตในประเทศไทยได้ ทำให้ชีวิต ของเด็ก ๆ เหล่านี้ไม่มีความมั่นคงในชีวิตตามหลักมนุษยชน ในส่วนของหน่วยงาน ภาครัฐที่เกี่ยวข้องดูแลในเรื่องของบุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ก็คือ ๑. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่มีหน้าที่ในการดูแลเรื่องสัญชาติและทะเบียนราษฎร ๒. หน่วยงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ จะดูแลเรื่องความมั่นคง ๓. กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลเรื่องชีวิตและความเป็นอยู่ของกลุ่มคนไร้สัญชาติ
โดยปัญหาหลัก ๆ ที่พบเจอในขั้นตอนของการขอสัญชาติ คือระยะเวลา ในการดำเนินงานที่ยาวนานมาก รัฐเองไม่ได้ทำงานในเชิงรุกและไม่ได้กระตือรือร้นที่จะ พิสูจน์สิทธิหรือพิสูจน์สัญชาติของกลุ่มบุคคลชายขอบไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และทางภาครัฐก็ไม่ได้ มีเป้าหมายตัวเลขที่ชัดเจนว่าจะมีการพิสูจน์สัญชาติให้เสร็จสิ้นเป็นจำนวนตัวเลขเท่าใด ในแต่ละปี ทำให้มีเหล่าพี่น้องชาติพันธุ์และบุคคลไร้สัญชาติบนผืนแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะเป็น รุ่นที่ ๒ รุ่นที่ ๓ หรือรุ่นที่ ๔ มีจำนวนตัวเลขตกค้างเป็นจำนวนมาก และตัวเลขจำนวนนี้เอง ทำให้เกิดการจำกัดการเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ รวมถึงการศึกษาที่เด็ก ๆ ชาติพันธุ์ หรือเด็ก ไร้รัฐ ไร้สัญชาติเหล่านี้ควรที่จะได้รับก็ถูกตัดโอกาสค่ะท่านประธาน ซึ่งในท้ายที่สุดเด็ก ๆ ที่ไร้รัฐ ไร้สัญชาติเหล่านี้ก็อาจจะมีโอกาสที่ถูกชักจูงหรือล่อลวงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ ข้ามชาติก็เป็นไปได้
ในส่วนของตัวเลขของเด็กนักเรียนที่ไม่มีเลขบัตรประชาชน ตามข้อมูล ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในปี ๒๕๖๖ นั้น มีจำนวนถึง ๘๑,๘๖๖ คน โดยดิฉันเชื่อว่ายังมีจำนวนเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติอีกจำนวนมากที่ยังตกหล่น ตกสำรวจ ทำให้ ไม่มีโอกาสในการเข้าสู่สวัสดิการด้านการศึกษาตามหลักมนุษยชน ดิฉันจึงอยากจะฝากถาม ท่านประธานไปยังหน่วยงานของภาครัฐ นั่นก็คือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งทางหน่วยงานอาจจะมีงานหนักสักเล็กน้อยนะคะท่านประธาน เพราะดิฉัน จะขออนุญาตเสนอแนะว่าหน่วยงานของท่านอาจจะต้องมีการปรับปรุงและแก้ไขระเบียบ ข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคและไม่สอดคล้องกับปัญหาของเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติในยุคปัจจุบัน รวมถึง การบริหารงานที่อิงจากคำสั่งศูนย์กลางที่นั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ห้อง Air-condition ของทาง กระทรวงหรือกรมที่เกี่ยวข้อง อาจจะไม่ได้รับข้อมูล หรือการจัดทำนโยบาย การกำหนด ทิศทาง หรือการจัดการโครงสร้างด้านการศึกษาของเด็กไร้สัญชาติในประเทศไทยที่ถูกต้อง และยังคงมีความซับซ้อน ซ้ำซ้อน และล่าช้า ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับปรุงการบริหารงาน ภายในกระทรวงหรือกรมให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและชัดเจน รวมถึงอ้างอิงจากปัญหา และความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งทัศนคติของทางผู้บริหาร บุคลากรทางด้าน การศึกษาต่อมุมมองในเรื่องของเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ต้องไม่ใช่การมองว่าพวกเขาคือภาระ หรืออุปสรรคในการบริหารงาน หรือจะมากลัวว่าเด็ก ๆ เหล่านี้จะมาใช้ทรัพยากร ของประเทศไทย แต่พวกท่านต้องมองว่าเด็ก ๆ เหล่านี้คือทรัพยากรมนุษย์ในอนาคตที่เรา จะต้องช่วยกันให้ความรู้และปลูกฝังด้านการศึกษาให้เขากลับเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศไทย ได้ในอนาคตค่ะ
ท้ายที่สุดนี้นะคะท่านประธาน พี่น้องชาติพันธุ์ของเรา เด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทยของพวกเราต้องเสียน้ำตาอีกกี่หยด ต้องผิดหวังในชีวิตอีกกี่ครั้ง และต้องเสียระยะเวลาในการรอคอยภาครัฐมาพิสูจน์สิทธิหรือสัญชาติอีกกี่สิบปี หรือพี่น้อง พวกเรากลุ่มนี้ต้องรอคอยภาครัฐเข้ามาเหลียวแลทั้งชีวิต ยิ่งยืดระยะเวลาการทำงานที่ล่าช้า ของภาครัฐ ก็จะเท่ากับการตัดโอกาสในการมีชีวิต และการมีโอกาสที่จะมีอนาคตที่สดใส ของเหล่าพี่น้องชาติพันธุ์และบุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติบนผืนแผ่นดินไทย ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน