ปารมี ไวจงเจริญ หารือปัญหานักเรียนไร้หลักฐานทะเบียนราษฎรที่ได้รับรหัสจีภายใต้โครงการของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยังขาดสิทธิพื้นฐานด้านการเดินทาง การรักษาพยาบาล และเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิ จึงเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแนวทางบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลังพบปัญหาซับซ้อนจากการลงพื้นที่ในหลายจังหวัด รวมถึงเหตุการณ์ผลักดันนักเรียนกลับประเทศที่อ่างทอง
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย สืบเนื่องมาจากกรณีข่าวเหตุการณ์โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ที่นักเรียนที่ไม่ปรากฏหลักฐานทะเบียนราษฎรถูกส่งต่อผลักดันกลับประเทศจำนวน ๑๒๖ คน ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับหลายฝ่ายในประเทศไทยเป็นข่าวไปเมื่อ ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น แล้วขณะนี้ ผอ. โรงเรียนก็ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ถูกดำเนินคดีอยู่ กรณีของนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรเป็นเรื่องที่ทับซ้อนหลายมิติ และเกี่ยวข้องกับหน่วยราชการหลายหน่วย หลังจากเหตุการณ์นี้เนื่องจากตัวดิฉันเองทำงาน ในประเด็นการศึกษาของพรรคก้าวไกล ได้สนใจประเด็นเรื่องนี้มากและได้ลงพื้นที่ ในหลายจังหวัด ทั้งในภาคเหนือไปมา ๒ ครั้ง ทั้งที่เชียงใหม่ เชียงราย แล้วก็ไปที่คุระบุรี พังงา อันนี้ยังไม่ได้มีโอกาสไปในชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก คือนักเรียนแรงงานข้ามชาติทางฝั่งด่านลาวและกัมพูชา อันนี้อนาคตจะไปอีก ก็ทำให้พบว่า เรื่องราวของนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร นอกจากจำนวนที่หน่วยราชการ แต่ละหน่วยพูดไม่ตรงกัน จำนวนนักเรียนที่ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการให้ตัวเลขไว้ว่า มีประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน แต่หน่วยงานอื่น ๆ จะให้ไม่ตรงกัน นอกจากนั้นจากกรณีที่ดิฉัน ได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัดก็พบว่ามันมีปัญหาทับซ้อนหลายมิติ ดิฉันได้ลงพื้นที่ไปที่จังหวัด เชียงใหม่ ไปที่อำเภอเชียงดาว ไปพูดคุยกับโรงเรียนในพื้นที่อำเภอเชียงดาว โดยเฉพาะ โรงเรียนอรุโณทัยวิทยาคม
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
โรงเรียนอรุโณทัยวิทยาคม ได้พบกับท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านได้ให้ข้อมูลว่าจริง ๆ แล้วเรื่องการลงรหัส G รหัส G นี่ประชาชนทางบ้านอาจจะไม่เข้าใจ จริง ๆ ดิฉันได้เคยพูดในที่ประชุมสภานี้ หลายครั้งแล้ว ขอทบทวนเล็กน้อย คือเป็นรหัสที่กระทรวงศึกษาธิการสร้างขึ้นเพื่อใช้ ในการให้สิทธิเข้าถึงการศึกษากับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรได้เข้าเรียนก่อน แล้วก็เพื่อทางสถานศึกษาหรือโรงเรียนจะได้ไปเบิกงบรายหัวมาจัดการศึกษาให้กับ นักเรียนนั้น นักเรียนที่จะได้รหัส G จะเป็นนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร คนทั่วไป บางทีจะเข้าใจผิด จะนึกถึงแต่นักเรียนที่เป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติ แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ทั้งหมด นักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรบางส่วนอาจจะเป็นเด็กไทยก็ได้ ก็ได้แก่เด็กที่ ไม่มีตัวตน ไร้รัฐ เด็กเร่ร่อน เด็กไร้บ้าน ซึ่งเขาอาจจะเป็นคนไทยก็ได้ เพราะฉะนั้นกลุ่มของ นักเรียนที่จะเข้าข่ายว่าเป็นนักเรียนไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรมีหลายกลุ่ม จากที่ดิฉัน ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผอ. โรงเรียนได้บอกว่าทางกระทรวงศึกษาได้ออก Generate Code หรือรหัส G ไว้เรียบร้อยแล้วและออกคู่มือด้วย ได้ออกคู่มือ ออก Infographic เพื่อเป็น แนวปฏิบัติให้ครูได้ใช้ในการลงรหัส แต่ผลปรากฏว่าในความเป็นจริงหลาย ๆ โรงเรียน ยังติดขัดไม่สามารถลงได้ ครูหลาย ๆ คนกลัวความผิด ยิ่งเกิดกรณีโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ที่อ่างทองขึ้นมา ครูหลายโรงเรียนไม่กล้าลง ดิฉันได้พูดคุยกับ ผอ. โรงเรียนอรุโณทัยวิทยาคม ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ก็ปรากฏว่าครูก่อนหน้านี้และ ผอ. ก่อนหน้านี้ ไม่กล้าลงรหัส แต่พอ ผอ. ท่านใหม่ท่านมาท่านเห็นแก่สิทธิของเด็กเป็นเบื้องต้น ท่านจัดการ ลงให้ทีเดียวหลายร้อยคน อันนี้จะเห็นได้ว่าแต่ละโรงเรียน ครูแต่ละคนมีวิธีปฏิบัติ ที่ไม่เหมือนกันเลย ทางกระทรวงศึกษาธิการจริง ๆ ก็ต้องชื่นชมที่ได้ทำคู่มือสำหรับ การลงและออกรหัส G ให้กับโรงเรียนแต่ละโรงเรียน แต่ว่าครูแต่ละท่านก็ยังมีความเข้าใจ คลาดเคลื่อนกัน ไม่ตรงกัน นี่เป็นปัญหาที่ ๑ ทีนี้เรื่องรหัส G ไม่ได้เชื่อมโยงเฉพาะ กระทรวงศึกษาธิการ นักเรียนที่ได้รหัส G แล้ว ท่านทราบไหมคะ เขาได้สิทธิทางการศึกษา แต่เขายังขาดสิทธิอีกหลายด้าน ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานในการเป็นมนุษย์ เป็นสิทธิพื้นฐาน ในการดำรงชีวิต นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญมากที่ทำให้ดิฉันเห็นว่าสภาแห่งนี้จำเป็นจะต้อง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแนวทาง เพราะว่านักเรียนที่ได้รหัส G แล้วนั้น เขาจะยังออกนอกพื้นที่ไม่ได้ เขาจะออกนอกพื้นที่ ออกไปต่างอำเภอ ไปเยี่ยมญาติ หรือไปธุระ หรือแม้แต่ไปสอบ ดิฉันไปเจอนักเรียนบางคนที่เป็นนักเรียน ม. ๖ เตรียมตัว จะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะออกนอกพื้นที่เขาหวั่นเกรงกันมาก แล้วก็มาปรึกษาหาแนวทาง ที่จะไป ออกนอกพื้นที่ไม่ได้ นอกเหนือไปจากนั้นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิการรับบริการสาธารณสุข ก็ไม่ได้ เพราะรหัส G จะให้สิทธิทางการศึกษาเท่านั้นจะเห็นได้ว่าเหล่านี้จริง ๆ เป็นช่องทาง พอนักเรียนเหล่านี้แม้จะได้รหัส G จากกระทรวงศึกษาธิการ แต่ออกนอกพื้นที่ไม่ได้ ก็จะเป็น ช่องทางให้เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ และมีนักเรียนผู้หญิงหลายรายถึงขนาด โดนล่วงละเมิดทางเพศด้วย จากการที่เขาถูกกดทับเรื่องออกนอกพื้นที่ไม่ได้ นอกจาก ต้องเสียส่วยใต้โต๊ะ นักเรียนหญิงบางรายโดนล่วงละเมิดทางเพศ เหล่านี้เป็นปัญหา ที่หมักหมมมานาน และยังสิทธิทางด้านสาธารณสุขอย่างที่ดิฉันบอกแล้วว่าแม้จะได้รหัส G แต่สิทธิการรักษาพยาบาล หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเขาก็จะไม่ได้รับ เรื่องนักเรียนรหัส G จึงเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน นอกจากจะเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังเกี่ยวข้อง กับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวง พม. สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจริง ๆ ดิฉันได้พูดคุยกับเพื่อน สส. หลายคน ได้ปรึกษากันมาก่อนว่าจริง ๆ เรื่องนี้จะเอา เข้าคณะกรรมาธิการสามัญได้ไหม คือคณะกรรมาธิการการศึกษา ซึ่งตัวดิฉันเองก็นั่งเป็น กรรมาธิการ แต่จากที่ดิฉันแถลงให้ที่ประชุมสภาที่นี้รับทราบว่ากรณีนักเรียนที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎรไม่ได้เป็นแค่เรื่องสิทธิทางการศึกษา และไม่ได้อยู่แค่เนื้องานของ กระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ยังเกี่ยวพันกับหน่วยงานอื่น เกี่ยวพันกับกฎหมายและกฎ ระเบียบอีกมากมาย จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อศึกษาแนวทางการจะจัดการศึกษา แล้วก็จัดรับรองสิทธิด้านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มและเสริม เติมความเป็นมนุษย์ที่เขาขาดหายไป จึงไม่มีเหตุผลใด ๆ เลยท่านประธานคะ ที่สภาแห่งนี้ เราจะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้ เมื่อตอนที่ดิฉันเริ่มดำเนินการเรื่องนี้ ใหม่ ๆ มีหลายคนมา Comment ใน Social media ใน Facebook page หรือTwitter ของดิฉันในหลายประเด็น เช่น นักเรียนไทยยังไม่ได้รับการศึกษาที่ดีเลย ไม่เสมอภาคเลย ยังขาดตกบกพร่อง ทำไมมาจัดการศึกษามาดูของนักเรียนต่างชาติ อันนี้ดิฉันอยากจะ ขอชี้แจงว่าในกรณีนักเรียนไทยหรือนักเรียนชาติอะไรก็ตาม ดิฉันยินดีที่จะร่วมผลักดัน ให้สิทธิทางการศึกษาที่เสมอภาคแก่ทุกคน เราต้องมองเขาเป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ต้องมอง เขาว่าเขาก็เป็นพลเมืองโลกเหมือนเรา และมีบางคนออกมาพูดว่าถ้าให้ดำเนินการ เรื่องขึ้นทะเบียนรหัส G และให้สิทธิอื่น ๆ เพิ่มกับนักเรียนแรงงานข้ามชาติต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำให้มากลืนชาติ บางคนคิดไปไกลขนาดนั้น จะมากลืนชาติเราไหม จะเป็นภัยต่อ ความมั่นคงไหม ดิฉันอยากขอนำเรียนท่านประธานว่ายิ่งเราไม่รู้ตัวเลข ไม่สามารถ จัดระเบียบนักเรียนกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ นั่นละค่ะยิ่งเป็นภัยมากกว่า สิ่งอะไรก็ตามถ้ามันอยู่ใน ที่มืด ที่สลัว อยู่ใต้โต๊ะ มันจะยิ่งเป็นภัยต่อความมั่นคง แต่ถ้าเราทำเรื่องนักเรียนแรงงาน ข้ามชาติ นักเรียนลูกหลานชาติพันธุ์ หรือเด็กเร่ร่อน เด็กไร้บ้านหลาย ๆ กลุ่มที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎรเหล่านี้เข้ามาอยู่ร่วมกัน จะเป็นผลดีต่อเรื่องความมั่นคงของประเทศ ผลดี มาก ๆ ของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ มันจะส่งผลต่อเนื่องอีกหลายอย่าง นอกจากคณะกรรมาธิการนี้จะเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งแม้แต่ข้อมูลนักเรียนรหัส G แต่ละหน่วยงานยังพูดไม่ตรงกันเลยค่ะท่านประธาน อย่างที่ดิฉันแจ้ง มันข้ามกระทรวง ข้ามหน่วยงาน ประสานงานกันยุ่งยากมาก ข้าราชการ ครู ปลัดอำเภอที่ดิฉันไปเจอ ก็จะให้ข้อมูลไม่ตรงกัน จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานกลางคือคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ ที่จะเรียกปลัดกระทรวงของทุก ๆ กระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญนี้ แล้วจะได้มาช่วยกันออกแบบวางวิธีที่จะสร้างกลไกที่จะทะลุทะลวงท่อที่ตันอยู่ ในตอนนี้ในการที่จะรับรองสิทธิของนักเรียนเหล่านี้ จึงไม่มีเหตุผลใด ๆ เลยที่สภาเราจะไม่ตั้ง จึงอยากวิงวอนถึงเพื่อน สส. ผู้ทรงเกียรติทุก ๆ พรรคขอให้มาร่วมมือกันทำเรื่องนี้ เพราะว่า ประเทศไทยเรา จากผลการรายงานของ NGO หลายหน่วยงานพบว่าประเทศไทยเราติด ๑ ใน Top five หรือ ๑ ใน ๕ ของประเทศที่มีเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ หรือเด็กที่ไม่มีสถานะ ทางทะเบียนราษฎรสูงที่สุดในโลก ยิ่งประเทศไทยเราในรอบหลายปีที่ผ่านมา ประเทศ เพื่อนบ้านเรามีสถานการณ์การสู้รบ เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทุกท่านมาร่วมกันตั้ง คณะกรรมาธิการนี้แล้วมาช่วยกันทะลุทะลวงท่อที่มันตันเหล่านี้ คืนสิทธิความเป็นคนให้กับ เด็กกลุ่มนี้ทุก ๆ คน ร่วมกันช่วยกันเถอะค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน