ภัณฑิล ค้านตั้งเมืองหลวงใหม่ ชี้ไร้เหตุผล สร้างภาระเพิ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖

ภัณฑิล น่วมเจิม คัดค้านแผนการตั้งเมืองหลวงแห่งที่สอง โดยเห็นว่าเป็นโครงการที่ไร้เหตุผลและมีแนวโน้มล้มเหลว พร้อมยกตัวอย่างความผิดพลาดจากเมืองใหม่ในต่างประเทศและเสนอให้เน้นพัฒนาเมืองเดิมรวมถึงกระจายอำนาจไปยังเมืองรองเพื่อลดภาระทางการเงินและสังคม

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

ผม ภัณฑิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา เขตคลองเตย ก็ขอร่วมอภิปรายในญัตติตั้งเมืองหลวงแห่งที่ ๒ หรือจะทำแนวปราการเพื่อรับมือกับ Rising sea levels คือปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โดยภาพรวมผมก็แอบตกใจ นิดหนึ่ง ครั้งแรกอ่านญัตตินี้จะเอาอีกแล้วหรือครับ จะตั้งเมืองหลวงใหม่ จะย้ายเมืองหลวง เราผ่านมากี่ครั้งแล้วครับ ผมคงไม่ต้องไปเท้าความถึงเพชรบูรณ์ หรือนครนายก หรืออะไร เราศึกษาดูจากต่างประเทศก็ได้ มันเกิดอะไรขึ้น มันไม่เข้ากับยุคกับสมัยแล้วครับ มีที่ไหน ประเทศที่เขาเจริญแล้ว พัฒนาแล้ว ย้ายเมืองหลวง มีแต่ความล้มเหลวทั้งนั้นเลย ย้ายเมืองหลวงนี่ประเทศด้อยพัฒนาทำกันทั้งนั้น ลากอสไปเมืองอะไรก็ไม่รู้ การาจี ไปอิสลามาบัต แล้วก็มีความเพ้อฝันของผู้นำเผด็จการย้ายเมืองไปในคาซัคสถาน พม่า ใช้เงิน ใช้ทองไปเท่าไร อินโดนีเซียนี่ใช้ไป ๓๕ พันล้านเหรียญ Billion นะครับ คูณออกมา ก็ล้านล้าน มันได้คุ้มเสียหรือเปล่าครับ เมืองจีนมี ๖๐๐ กว่าเมืองที่เขาสร้างใหม่ ผลวิจัย ก็บอกแล้วล้มเหลวหมด กลายเป็น Ghost town เป็นเมืองร้าง เมืองผี ไม่มีคนเข้าไปอยู่ สูญเสียทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่หลวง ไม่มีแล้วครับ Practice ถ้าเผื่อเราดูนะครับว่าที่ผ่านมา ดัชนีความเป็นเมืองที่มีคุณภาพมันคือเมืองประเภทไหนบ้าง ปรากฏเป็นเมืองเก่าเกือบ ทั้งนั้นเลย ประเทศที่เขาพัฒนาแล้วท่านจะเห็นดัชนีที่เป็นสีฟ้าเข้ม ๆ ด้านบน ก็จะเป็น ในภาคพื้นยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลีย เมืองที่เป็นเมืองอันดับต้น ๆ ของโลก เวียนนา โคเปนเฮเกน ซูริค เป็นเมืองหลวง แล้วก็เป็นเมืองที่เขาอยู่กันมาตั้งกี่ร้อยกี่พันปีเขาก็พัฒนา ไม่ได้ละทิ้งเมืองไป ทำให้เมืองมันดีขึ้น ลอนดอน ปารีสพวกนี้ก็เป็นเมืองเคยมีปัญหานะครับ -ก็ย้ายภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของเมืองออกไป

- - - พวกโรงงานอุตสาหกรรม อย่างกองทัพอย่างนี้เอาไว้ในเมืองทำไม รถถัง เครื่องบินจะไปจอด กลางเมืองหรือครับ มันไม่ใช่ภารกิจหลักของเมือง เราต้องทำให้เมืองเข้ากับยุคกับสมัย มีการพัฒนานำเรื่อง IT หรือเป็นเรื่องการศึกษาที่เข้ากับยุคกับสมัย เข้ามาเป็นพื้นที่ในเมือง มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์เมืองสมัยใหม่ ดูสิครับ ด้านขวา Bottom ten ที่เป็นเมืองที่คุณภาพ ชีวิตต่ำ ลากอสอย่างนี้ ย้ายเมืองหลวงไปแล้วแก้ได้ไหมครับ การาจีอย่างนี้ ย้ายเมืองหลวง ไปแล้วแก้ได้ไหมครับ ก็ยังเป็น Bottom ten อันนี้มัน Prove แล้ว มันพิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว การย้ายเมืองหลวงหรือไปตั้งเมืองหลวงใหม่มันไม่ใช่คำตอบ ดูภาพสิครับ เนปิดอว์ลงทุนไป เท่าไร อียิปต์กำลังสร้างอยู่นะครับ In progress แล้วของอินโดนีเซียก็จะไปถางป่า ถางเกาะ ทำเมืองหลวงขึ้นมาใหม่อีก ทำไมเราไม่ดูล่ะครับว่าเราจะหยุดการขยายเมืองอย่างไร ที่ไร้ทิศทาง กระจายอำนาจ บุคลากร งบประมาณ ออกไปสู่ภูมิภาคให้มากขึ้น ผมคง ไม่พูดเยอะในเรื่องผลกระทบของจำนวนประชากร เราถามหรือยังครับ เอะอะเราจะตั้ง เมืองหลวงใหม่ เราจะเกณฑ์คนออกไปย้ายไปที่อื่น กทม. มีคนอยู่ตั้ง ๖ ล้านคน รวมปริมณฑล ๑๐ กว่าล้านคน ขนาดพื้นที่ ๑ ล้านไร่ ปริมณฑลรวมแล้วก็ ๗,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ถ้าเกิดคำนวณแบบเร็ว ๆ ว่าพนักงานรัฐ องค์กรที่เกี่ยวข้อง ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คน ที่จะต้องย้ายออกไป เราถามเขา หรือยัง จริง ๆ มันขัดรัฐธรรมนูญ เราไปเพิ่มภาระที่ไม่จำเป็นให้กับเขา เราไปถามเขาหรือยัง และนี่หน่วยงานเอกชนอีกตั้งเยอะ เราคำนวณได้ ๑ ล้านล้านบาท ไร่หนึ่งราคาสมมุติตีเฉลี่ย ไร่ละ ๑๐ ล้านบาท คูณเข้าไปสิครับ ๑๐ ล้านล้านบาท มูลค่าทางเศรษฐกิจ นี่ยังไม่รวม สิ่งปลูกสร้างนะครับ เราถามเอกชนหรือยังทำไมเราจะละทิ้งเมืองไป เรามีทรัพย์สิน ที่อยู่ในเมืองตั้งเยอะ มีรถไฟฟ้า มีสนามบิน สาธารณูปโภคที่เราลงทุนไปหมดแล้ว นี่เราจะไป เปิดพื้นที่ใหม่อีกแล้วหรือครับ อยากจะสร้างเมืองกันจังเลยหรือครับ อันนี้รัฐธรรมนูญ ผมพูดไปแล้วนะครับ เราไม่ควรจะไปเพิ่มภาระอันควรให้กับข้าราชการที่อาจจะต้องย้าย ออกไป คนที่เขาอาจจะไม่ได้สมัครใจแล้วก็เกณฑ์กันออกไป มีตัวอย่างเยอะแยะเกาหลีใต้ เขาก็พยายามจะย้าย สุดท้ายก็วกกลับมาที่เดิมคือไปไม่รอด ก็กลับมาอยู่ที่เดิมกันหมด อันนี้ผมคงไม่พูดเยอะ แต่ว่าจริง ๆ มันมีข้อมูลอยู่แล้วหลายท่านก็อภิปรายไปแนวชายฝั่ง กทม. กับอ่าวไทย ๕ กิโลเมตร แนวตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ๖๐ กิโลเมตร ก็ลองคำนวณได้ว่า ถ้าเผื่อจะทำแนวต่าง ๆ นี่ลงทุนเท่าไร ดีดลูกคิดออกมาก็รู้แล้ว เทียบกันแล้วกับการย้ายเมือง ก็สามารถฟันธงได้เลยว่าการไปตั้งเมืองหลวงใหม่หรือย้ายเมืองหลวงใหม่นี่มันไร้สาระ ผมก็คงไม่ต้องพูดมากว่าพยายามกันมาแล้วกี่ครั้ง ๔-๕ ครั้ง นี่จะเอากลับมาอีกแล้วหรือ ยังไม่เรียนรู้จากอดีตที่มันล้มเหลว ยื่นเข้าสภาไปกี่รอบ มีแนวคิดนี้มากี่ครั้ง ก็ไม่รู้เหมือนกัน จะส่งไป ครม. ทำไมในเมื่อมันชัดเจนอยู่แล้ว สมการได้ไม่คุ้มเสีย ขอบคุณมากครับ