ฐิติมา สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาเมืองหลวงแห่งที่สอง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖

ฐิติมา ฉายแสง หารือปัญหาภัยคุกคามต่อกรุงเทพมหานครจากน้ำท่วม น้ำทะเลหนุน และพื้นดินทรุด ซึ่งเกิดจากวิกฤติโลกร้อนและน้ำจมบาดาล เสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ผ่านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำ ปรับปรุงระบบระบายน้ำ ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะ และกระจายความเจริญไปยังเมืองอื่น โดยย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการย้ายเมืองหลวง แต่ควรรักษากรุงเทพมหานครไว้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมต่อไป

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันเห็นด้วยกับการเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการจัดตั้งเมืองหลวงแห่งที่ ๒ ของประเทศไทยหรือการสร้างแนวป้องกัน กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ประสบปัญหากำลังจะจมบาดาล ดิฉันคิดว่ามันถึงเวลา ที่เราจะต้องมาพูดกันเรื่องนี้ เพราะว่าพวกเรารู้กันอยู่แล้วว่าหลายประเทศเลยประสบ กับวิกฤติโลกร้อน ซึ่งจะเจอกับน้ำแข็งขั้วโลกละลายจนน้ำทะเลหนุนสูงหลายประเทศ ก็จมบาดาลกันอยู่ ขอภาพด้วยค่ะภาพแรก

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

บางประเทศเจอกับอย่างนี้เมืองเวนิส อิตาลีเราเห็นภาพแบบนี้กันอยู่ บางประเทศเราเจอไฟป่าเยอะมากเลย ไฟป่าเยอะ ฝนชุก อากาศร้อนผิดปกติ แห้งแล้ง มีความแปรปรวนเยอะมาก มี El Nino มี La Nina มีน้ำท่วม เราะเจอะเจอความผิดปกตินี้เยอะ ประเทศไทยเช่นเดียวกัน กรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน เราก็มีปัญหา ปัญหาอะไรบ้าง ความหนาแน่นในเขตเมืองมีคนอาศัยอยู่เยอะ แล้วก็มี บางท่านพูดถึงเรื่องการขุดเจาะบ่อบาดาลกันมากมาย มีฝนตกชุก ซึ่งเมื่อสักครู่ ท่านผู้อภิปรายก็เพิ่งพูดไปหยก ๆ ว่ากรุงเทพฯ น้ำทะเลหนุนสูง สูงขึ้นเป็นถึงขั้นครึ่งฟุต กันเลยทีเดียว พื้นดินทรุดอย่างรวดเร็ว ปีละ ๒-๓ เซนติเมตร นี่กรุงเทพมหานคร มีองค์กรสาธารณประโยชน์อยู่องค์กรหนึ่งที่เขาพูดไว้ทำให้ดิฉันเรียกว่าต้องใช้คำว่า ตกใจ เหมือนกัน องค์กรนี้คือ Greenpeace เขาบอกว่าเขาทำงานด้านสิ่งแวดล้อม แล้วก็สันติภาพ พูดไว้น่าตกใจ เพราะเขาคาดการณ์ว่าอีก ๗ ปีกรุงเทพมหานคร ก็จะจมบาดาล เขาบอกว่ามีผลกระทบมาจากน้ำท่วม จมบาดาล บอกว่าในพื้นที่ ของกรุงเทพฯ มี ๑,๕๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร จะจมบาดาลไปถึง ๙๖ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑,๕๒๑ ตารากิโลเมตร กินพื้นที่กันขนาดนั้น แล้วก็มีมูลค่าที่เสียหายทางเศรษฐกิจมาก คำนวณออกมาแล้วประมาณ ๑๘-๒๐ ล้านล้านบาท อาจจะสูญเสียไปถึง ๕๐๐,๐๐๐ million US dollars กันเลย แล้วมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยก็แค่ ๑๖ ล้านล้านบาท เกินมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยซ้ำ คน ๑๐.๔๕ ล้านคน ก็จะเดือดร้อน แต่มันไม่ได้เดือดร้อนแค่นี้ เพราะว่าจังหวัดอื่นก็เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ อย่างนั้นอย่างนี้อีกเยอะ เพราะฉะนั้นศูนย์กลางของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเขตที่พวกเรา รู้อยู่ว่าเจริญมาก ๆ รัชดาภิเษก สีลม สาทร เยาวราช สยามสแควร์มันจะหายไปจาก ความเจริญที่เรารู้จักกันหรือ ทีนี้ดิฉันเองมาดูญัตติบอกว่าเป็นการจัดตั้งเมืองหลวงแห่งใหม่ แห่งที่ ๒ พูดตรง ๆ ว่าดิฉันก็ไม่เห็นด้วยที่จะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพชรบูรณ์ หรือจะเป็นนครนายก หรือบางที่เคยพูดด้วยว่าเป็นฉะเชิงเทรา จริง ๆ ยังไม่เห็นด้วย ขนาดนั้น เพราะกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง กรุงเทพฯ มีประวัติศาสตร์ กรุงเทพฯ มีชีวิตความ เป็นอยู่ กรุงเทพฯ มีวัฒนธรรม มีวัดวาอาราม มีพระราชวัง มีการค้าธุรกิจที่สำคัญ เราจะไป เมืองอื่นแล้วทิ้งกรุงเทพฯ หรือ เป็นไปไม่ได้ เราจำเป็นต้องรักษากรุงเทพฯ ให้อยู่ให้ได้ ถึงแม้จะต้องใช้งบประมาณเยอะแค่ไหนก็ต้องทำ ถามว่าทำอะไร ดิฉันขอเสนอว่าเราจำเป็น ที่จะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สร้างเขื่อนสร้างพนังกั้นน้ำ สร้างกำแพงกันคลื่นทะเล ดูภาพต่อไปนะคะ ถ้าภาพของกรุงเทพมหานครที่จมบาดาลเป็นแบบนี้พวกเราเห็นแล้วว่า ปี ๒๕๕๔ กรุงเทพฯ เป็นแบบนี้ แต่เรามาดูที่อื่นที่ดิฉันคิดว่าเขาทำแล้ว ถ้าเราทำตาม หรือเรามีแนวคิดที่จะทำให้กรุงเทพมหานครไม่ต้องจมบาดาลแบบนี้ มันเป็นอย่างไร ดิฉันมีข้อเสนอค่ะ นี่ยกตัวอย่างนะคะ เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เขาทำพนังกั้นน้ำ แบบนี้ค่ะ คือเขื่อน กำแพงกั้นคลื่นทะเลอะไรก็แล้วแต่ เรียกว่า Seawall แล้ว Seawall ของเขาสามารถที่จะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็ได้ด้วย ได้ประโยชน์หลายอย่าง ดูนะคะ เขาแบ่งเส้นทางระหว่างคนเดินกับจักรยานก็แบ่งกันด้วย คนละฝั่งกันเลย ทำให้ชีวิต ความเป็นอยู่ของคนดีขึ้น อันนี้ถามว่าการลงทุนรอบอ่าวตัว ก ของไทยเรา มีกรุงเทพมหานคร มีสมุทรปราการ มีฉะเชิงเทรา จำเป็นต้องทำไหม ก็จำเป็นต้องทำก็ได้ เพราะว่าเราทิ้ง กรุงเทพฯ ไม่ได้ มากไปกว่านั้น ท่านประธานคะ ดิฉันมีข้อมูล ขอยกตัวอย่าง จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดบ้านเกิดของดิฉัน ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านรู้ไหมว่าโดนน้ำทะเลกัดเซาะจนกระทั่งมันหายไปเป็นกิโลเมตรแล้ว หายไปเป็นหมู่บ้านเลย ถามว่าเราจะปล่อยแบบนี้หรือ เราจำเป็นที่จะต้องช่วย เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาเพื่อให้กรุงเทพมหานครอยู่ต่อไปมันต้องทำอะไร ระบบระบายน้ำแน่นอน ต้องทำ เราต้องแก้ไข เราต้องสร้างความตระหนักรู้ให้กับพี่น้องประชาชนว่าอย่าทิ้งขยะ เต็มไปหมดจนกระทั่งมันอุดตันกันทำให้การระบายน้ำไม่ได้เกิดขึ้น กระจายความเจริญสิคะ กระจายความเจริญไปยังเมืองต่าง ๆ แล้วก็ให้ลดความแออัดด้วย แล้วก็ระบบขนส่งมวลชน เราช่วยกันสิคะว่าให้งบประมาณมาเพื่อมีระบบขนส่งมวลชน คนจะได้ไม่ต้องใช้ ไม่ต้องเกิด มลภาวะ ไม่ต้องเกิด PM2.5 แล้วเราก็สนับสนุนให้ใช้รถไฟฟ้า นี่คือแนวทางยกตัวอย่าง เท่านั้นเอง เป็นแนวทางที่บอกว่าเราต้องรีบแก้ปัญหาเพื่อให้กรุงเทพมหานครอยู่ต่อไป เป็นเมืองเศรษฐกิจต่อไป ไม่จำเป็นต้องไปเป็นตามกับประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา อินเดีย เขาก็ย้าย ปากีสถาน หรือว่าจาการ์ตากำลังจะย้ายไป เรารักษากรุงเทพฯ ของเราไว้ แล้วยังไม่ต้องไปเมืองหลวงแห่งที่ ๒ ก็ได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ