มังกร ยนต์ตระกูล เสนอญัตติให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาการจัดตั้งเมืองหลวงแห่งที่สองและมาตรการป้องกันกรุงเทพมหานครจากปัญหาแผ่นดินทรุดและน้ำทะเลสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน พร้อมหารือปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น ฝนตกหนัก น้ำเหนือไหลลงมา และน้ำทะเลหนุน จึงเสนอแนวทางแก้ไขแบบบูรณาการตามแนวพระราชดำริ เช่น การสร้างแก้มลิงในทะเลและเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ควบคู่กับการปรับผังเมืองและเร่งรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มังกร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้ง เมืองหลวงแห่งที่ ๒ ของประเทศไทยหรือการสร้างแนวป้องกันกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑลที่ประสบปัญหากำลังจะจมบาดาล ด้วยกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตั้งอยู่ใน พื้นที่สามเหลี่ยมลุ่มน้ำเจ้าพระยาอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ย ๑.๕ เมตร มีลักษณะเป็นแอ่ง มีชั้นดินเหนียวหนา ๑๕ เมตร มีการสูบน้ำบาดาลออกมาใช้ในปริมาณมากทำให้แผ่นดิน ทรุดตัว ยิ่งกว่านั้นสถานการณ์โลกร้อน น้ำทะเลท่วมสูงมากขึ้นทุกปี ภายในทศวรรษนี้ น้ำทะเลอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง ๒ เมตร แปลว่ากรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะประสบปัญหา น้ำท่วมอย่างถาวร ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม อย่างรุนแรง ฉะนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดตั้งเมืองหลวงแห่งที่ ๒ หรือสร้างแนวป้องกันกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประสบปัญหาจมบาดาล ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ โดยมีรายละเอียดและเหตุผลประกอบดังนี้ ขอ Slide ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของ การค้า การลงทุน เศรษฐกิจ การเงิน และการศึกษา ตลอดจนเป็นศูนย์กลางของการบริหาร ราชการของประเทศไทย เขาบอกว่าทุกอย่างรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ Bangkok is Thailand Thailand is Bangkok กรุงเทพฯ คือประเทศไทย หน่วยงาน IPCC หน่วยงานเกี่ยวกับ Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้คาดการณ์ว่า พ.ศ. ๒๕๗๓ หรือปี ๒๐๓๐ จะมีเมืองใน Asia จมน้ำบาดาล ๗ เมือง ได้แก่ กรุงโซล เกาหลี กรุงไทเป ฮ่องกง จาการ์ตา มะนิลา โตเกียว และหนักสุดคือกรุงเทพฯ ขณะนี้กรุงโซล ฮ่องกง โตเกียว เขาได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลกำลังทำอยู่ จาการ์ตาประกาศย้ายเมืองหลวง ประเทศไทย คาดว่าถ้าท่วมจริง ๆ ท่วมถาวรจะเสียหาย ๑๘ ล้านล้านบาท เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน แต่รัฐบาลเหมือนยังไม่ตระหนักและไม่ตระหนก รัฐบาลทำเหมือนเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ เหมือนเราป่วย ป่วยหนัก แต่ผลัดวันประกันพรุ่งไม่ไปหาหมอ สุดท้ายก็ต้องเข้า ICU เหมือนกับปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน สหประชาชาติได้ประกาศว่าโลกกำลังเข้าสู่ ภาวะโลกเดือด ซึ่งเป็นขั้นกว่าของโลกร้อนที่เรารู้จักกันดี น้ำแข็งจากกรีนแลนด์กำลังละลาย น้ำแข็งจากแอนตาร์กติกซึ่งมีความหนา ๒.๕ กิโลเมตร กำลังละลายลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเรามีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร จะย้ายอะไร ย้ายไปที่ไหน เราจะทำเหมือนอินโดนีเซียที่ย้ายเมืองหลวง คือจาการ์ตาย้ายไปนูซันตาราไหม กรุงเทพฯ เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เป็นเมืองใหญ่และเจริญที่สุด เป็นเมืองที่เจริญกว่าเมืองลำดับรอง อย่างไม่เห็นฝุ่น เพราะฉะนั้นเราคงไม่สามารถที่จะย้ายกรุงเทพฯ ได้ แล้วถ้าย้ายไม่ได้ เราควรทำอย่างไร
๑. ปรับปรุงผังเมือง ที่ขวางทางน้ำ ถนน ตึกรามบ้านช่อง ต้องแก้ไข
๒. แก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะน้ำในกรุงเทพมหานครมีอยู่ ๓ น้ำ น้ำที่ ๑ คือน้ำฝน ที่บอกว่าน้ำรอการระบาย กรุงเทพฯ รับน้ำฝนได้ประมาณ ๖๐ มิลลิเมตร ต่อชั่วโมง แต่ปัจจุบันฝนตกในกรุงเทพฯ ประมาณ ๘๐-๑๒๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เราจะรับได้อย่างไร ท่านจำปี ๒๕๕๔ ๑๒ ปีที่แล้วมหาอุทกภัยกรุงเทพฯ ท่านจำได้ นั่นแค่ปริมาณน้ำฝนบวกน้ำจากตอนเหนือ ไม่ว่าจะเป็นปิง วัง มารวมกันที่ปากน้ำโพ ยม น่าน แล้วเข้ามาสู่เจ้าพระยา แล้วยังมีแม่น้ำป่าสักจากสระบุรีมาสมทบ แล้วยังมีแม่น้ำ แม่กลอง แม่น้ำบางปะกงมาอีก แล้วทุกอย่างก็ลงสู่อ่าวไทย ภาพต่อไปครับ นี่ละครับ จะเห็นสายน้ำที่ไหลลงสู่อ่าวไทย เราจะต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง ดูจากกราฟที่เห็น เส้นประคือภาวะปัจจุบันที่ทำให้น้ำทะเลสูงเร็วขึ้น กราฟเส้นสีแดง สีฟ้า สีน้ำเงินนั้น เป็นเหตุการณ์ปกติ แต่ขณะที่ภาวะโลกเดือดจะทำให้น้ำอาจจะสูงถึง ๕๕ เซนติเมตร ถึง ๑ เมตร น้ำทะเลปกติจะหนุนเพิ่ม ๔๐ เซนติเมตร ในช่วงตุลาคมถึงธันวาคม โดยเฉพาะ เดือนตุลาคม เดือนธันวาคมจะเพิ่มเป็น ๕๐-๗๐ เซนติเมตร น้ำหลากจากเจ้าพระยา ที่ไหลมาจากทางเหนือจะสูงขึ้นประมาณ ๕๐ เซนติเมตร น้ำฝนหรือน้ำรอการระบายที่ตก ๘๐-๑๒๐ มิลลิเมตร จะทำให้น้ำสูงถึง ๖๐ เซนติเมตร คาดการณ์ว่าน้ำจะท่วมอย่างน้อย ๑ เมตร เป็นเวลา ๓ เดือน หรือมากกว่านั้นหากไม่ทำอะไรภายใน ๑๔ ปี นี่คือแนวพระราชดำริ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ซึ่งพระองค์ทรงคิดเรื่องแก้มลิง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยมีแนวคิดจะทำแก้มลิง ๒ ข้างของแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อจะเก็บกักน้ำ ไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ พระองค์ทรงมองการณ์ไกลแต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำ ปรากฏว่าถึงปัจจุบันนี้ ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากว่ามีคนอยู่ริมฝั่งเจ้าพระยาเป็นจำนวนมากและที่ดินมีราคาแพง ไม่สามารถที่จะเวนคืนได้ เพราะฉะนั้นจึงมีแนวคิดว่าจะทำแก้มลิงในทะเล โดยมีอยู่ ๔ ทางเลือก
ทางเลือกที่ ๑ รูปด้านซ้ายข้างบนทำเป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือน Thames Barrier ที่อังกฤษ อันนี้ก็จะกันได้ไม่มากเฉพาะตรงช่วงเจ้าพระยา ถ้าน้ำทะเลหนุนสูง ก็สามารถท่วมริมฝั่งแถวสมุทรปราการ แถวกรุงเทพฯ ของเรา
ทางเลือกที่ ๒ ทำเป็นแก้มลิงขนาดเล็กซึ่งมีพื้นที่รับน้ำได้มากขึ้น
ทางเลือกที่ ๓ จะเป็นแก้มลิง ๓ ด้าน คือ ด้านบางขุนเทียน เจ้าพระยา และตรงสมุทรปราการ แบบนี้ก็จะรับน้ำได้มากขึ้น
ทางเลือกที่ ๔ คือทำแก้มลิงขนาดใหญ่ มีความกว้างลงมาในทะเล ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ยาวประมาณตามพื้นที่บางขุนเทียน เลยสมุทรปราการไปประมาณ ๖๐-๗๐ กิโลเมตร แบบนี้จะรับน้ำได้ประมาณ ๖๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อันนี้คือรายละเอียด ของแบบที่ ๔ ออกแบบให้มีเขื่อนกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ และบนสันเขื่อนเป็นถนน เป็นสะพาน แล้วก็เป็นท่าเรือ นี่คือภาพถนนสันเขื่อนขนาด ๘ เลน ๑๒ เลน ซึ่งเป็นตัวกั้นน้ำ เป็นเขื่อนด้วยนะครับ แบบที่ ๒ ที่ ๓ คือรูปที่เมื่อสักครู่ที่เป็นรูปแก้มลิงขนาดใหญ่ แบบ ๒ แบบ ๓ เป็นประตูระบายน้ำลักษณะนี้
อันนี้เป็นประตูน้ำและมีท่าเรือเข้าออก ภาพต่อไปครับ อันนี้คือตรงริม ๒ ข้าง คือมีประตูน้ำ ประตูระบายน้ำแล้วก็ท่าเรือเข้าออก เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องมารีบลงมือ คิดและลงมือทำด้วยการลงทุนอาจจะใช้ระบบ PPPs Public Private Partnerships ก็ได้ โดยใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนภาครัฐ-เอกชน ทำเขื่อน ทำแก้มลิง แบบเมื่อสักครู่ที่ผมให้ดู ในแบบที่ ๔ ซึ่งจะได้ผลผลิต ผลประโยชน์ออกมาจากผลิตผลคือป้องกันน้ำท่วม ป้องกัน การกัดเซาะตลิ่งฝั่งบางขุนเทียน สมุทรปราการ ได้เส้นทาง Logistic เมื่อสักครู่ที่เป็นถนน แล้วก็ได้ท่าเรือที่มีการทำประมงน้ำกร่อยและน้ำเค็ม บางแห่งยังสามารถทำ Solar Cell ลอยน้ำได้ ระยะเวลาดำเนินการ ๔-๑๒ ปี ไม่นาน ลงทุนประมาณ ๔๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วแต่จะเลือกแบบไหน ฉะนั้นจึงขอเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ จากน้ำทะเลเพิ่มสูงสำหรับกรุงเทพฯ ปริมณฑล และสมุทรปราการ โดยเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และนำข้อมูลนี้ไปสู่รัฐบาลเพื่อดำเนินการ อย่างเร่งด่วนต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน