ศนิวาร บัวบาน หารือถึงความเสี่ยงน้ำท่วมถาวรในพื้นที่ชายฝั่งทะเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยอ้างอิงงานวิจัยและข้อมูลประกอบ ชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อน แผ่นดินทรุด และน้ำทะเลที่สูงขึ้น จนอาจทำให้กรุงเทพมหานครจมน้ำในอนาคต พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขระยะยาว เช่น การปรับผังเมือง การพัฒนาโครงสร้างป้องกันน้ำ การส่งเสริมการวิจัย และการพิจารณาการย้ายเมืองหลวง รวมถึงการสร้างเมืองรองเพื่อลดความแออัดและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดตาก ท่านประธานคะ เรื่องโอกาสในอนาคตที่ชายฝั่งทะเลแถบกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโอกาสที่น้ำจะท่วมถาวรนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด พวกเราทราบกันดี มานานแล้ว เนื่องจากว่ามีงานวิจัยหลายฉบับที่ได้สนับสนุนประเด็นนี้ ขอ Slide ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในเมืองริมชายฝั่งทะเลที่เสี่ยงจมน้ำ นอกจากนี้งานวิจัยยังเปิดเผยว่ามีโอกาสที่พื้นที่ น้ำท่วมจะรุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินเป็นบริเวณกว้างถึง ๘๐ กิโลเมตร ทางคณะกรรมการ ระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC คาดการณ์ว่า ระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ ๑ เมตร ภายในปี ค.ศ. ๒๑๐๐ หรืออีกประมาณ ๗๗ ปีข้างหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะส่งผลให้ประเทศที่มีชายฝั่งทะเลอาจจะ จมน้ำได้ กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่เปราะบาง มี ๓ ปัจจัยหลัก ๆ ที่มีผลต่อเนื่องกัน ซึ่งส่งผลให้กรุงเทพมหานครเสี่ยงต่อการจมน้ำในอนาคตอันดับแรก เรามีการใช้น้ำบาดาล มานานแล้ว ตั้งแต่ครั้งในอดีตกาลส่งผลให้เรามีการสูญเสียน้ำใต้ดิน นอกจากนี้ในพื้นที่ กรุงเทพมหานครยังมีการใช้ที่ดินที่เต็มศักยภาพ การขยายตัวของเมืองก็ส่งผลให้เช่นกัน กรุงเทพมหานครตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นเมืองเดี่ยวที่ขยายแบบไร้ขีดจำกัด ประชากร หนาแน่น มีประชากรมากกว่า ๑๐ ล้านคน ภายในพื้นที่ที่จำกัดเพียงแค่ ๑,๕๐๐ ตาราง กิโลเมตร ทั้ง ๓ ปัจจัยนี้ส่งผลต่อการทรุดตัวของชั้นหินเฉลี่ยประมาณ ๒-๓ เซนติเมตรต่อปี นอกจากนั้นผนวกกับเรื่องน้ำทะเลหนุนตอนนี้เราอยู่ภายใต้ภาวะโลกเดือด ส่งผลให้ ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นประมาณ ๓-๔ มิลลิเมตรต่อปี ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจส่งผลให้พื้นที่ กรุงเทพมหานครแล้วก็ปริมณฑลจมหายไปในอีก ๕๐-๗๐ ปีข้างหน้าได้ ดิฉันเคยกล่าว ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาลไปแล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีดัชนีความเสี่ยง ด้านสภาพภูมิอากาศเป็นลำดับที่ ๙ ของโลก หากเรายังมีการใช้ที่ดินแล้วก็สูบน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยง โอกาสที่กรุงเทพมหานคร จะจมบาดาลก็จะมาเร็วขึ้นค่ะ เมื่อเราได้ทราบถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้แล้ว ถึงเวลา ที่เราจะต้องพิจารณาทางเลือกที่เราจะใช้ในการแก้ปัญหา แน่นอนเรามีหลายทางเลือก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็อาจจะไม่สามารถตัดสินใจได้ภายในการอภิปรายในวันนี้ เราจะต้อง ทำการศึกษาถึงความเสี่ยงแล้วก็โอกาสของแต่ละทางเลือก ยกตัวอย่างเช่น การปรับ ผังเมืองเดิม ซึ่งตอนนี้เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ค่อนข้างแน่นแล้ว ก็อาจจะ เป็นไปได้ค่อนข้างยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องของการลงทุนเพิ่มก็อาจจะมีการลงทุนเพิ่ม ที่ไม่สูงนัก นอกจากนั้นเรายังสามารถใช้วิธีแก้ปัญหาจากธรรมชาติ โดยพึ่งพาป่าชายเลน หรือหญ้าทะเล แต่อย่าลืมว่าป่าชายเลนของเราก็มีพื้นที่ที่ไม่มากพอที่จะทำหน้าที่ชะลอ ความแรงของคลื่นได้ หรือนอกจากนั้นเราอาจเลือกใช้วิธีการสร้างโครงสร้างแข็งในการป้องกัน ประเทศเนเธอร์แลนด์มี Delta Work ซึ่งเป็น Megaproject โครงการที่ใหญ่มากประกอบ ไปด้วยโครงการย่อยทั้งหมด ๑๖ โครงการ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อน ประตูระบายน้ำ พนังกั้นน้ำ สถานีสูบน้ำ คันกั้นดิน แล้วก็กำแพงกั้นคลื่นทะเล ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็จะต้องทำงาน ผสมผสานกัน แต่อย่าลืมว่าเนเธอร์แลนด์เขาใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือทางเลือกสุดท้ายย้ายเมืองหลวง เราจะย้ายไปไหน ย้ายเมื่อไร จะย้ายอย่างไร ย้ายเป็นบางส่วนหรือย้ายทั้งหมดอย่างไรคะ แน่นอนเราจะต้องมีการศึกษารวมถึงหลักเกณฑ์ ในการเลือกเมืองหลวงด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการย้ายมหานครควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่ต้องเคลื่อนย้าย แล้วก็ใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูงมาก สำหรับการจัดผังเมืองใหม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรคำนึงถึงความจำเป็น เช่น อัตราที่แผ่นดินทรุด ถึงขั้นที่จะต้องย้ายเมืองหลวงหรือไม่ ความคุ้มค่า คุ้มทุนในระยะยาว รวมถึงความยั่งยืน ที่จะเกิดขึ้นด้วย หากจะแก้ปัญหานี้เราสามารถทำได้ทันที แล้วก็ดำเนินการไปพร้อม ๆ กันได้ ทั้งองคาพยพ ดิฉันจึงขอเสนอ
เรื่องแรกเกี่ยวกับรัฐบาลควรที่จะมีการสนับสนุนการวิจัยพัฒนา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ประเทศสิงคโปร์มีสถาบันป้องกัน ชายฝั่งและรับมือกับน้ำท่วม ประเทศไทยเราเองอาจสนับสนุนหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว ทั้งภาครัฐเอง แล้วก็หน่วยงานการศึกษาทั้งหลาย นอกจากนั้นเราควรส่งเสริมให้มี การออกแบบอาคาร แล้วก็โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับมือกับภัยพิบัติมากขึ้น หรือที่เรา เรียกกันว่า Resilience Infrastructure ปรับผังเมืองเดิมคือไม่ต้องก่อสร้างสิ่งก่อสร้าง เพิ่มเติมที่จะมาขวางทางน้ำ แล้วก็เพิ่มพื้นที่รับน้ำ อาจจะมีการลดหย่อนภาษีให้เอกชน ที่ใช้ที่ตนเองเพื่อแก้ไขปัญหาที่อิงกับแนวธรรมชาติ นอกจากนั้นดิฉันขอเสนอให้กระจาย ความเจริญไปสู่หัวเมืองใหญ่ สร้างเมืองรองต่าง ๆ ให้มีศักยภาพทัดเทียมเทียบเท่ากับ กรุงเทพมหานคร สร้างงานตามภูมิภาคเพื่อลดการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองใหญ่ ดังเช่น ประเทศเยอรมนีนอกจากเบอร์ลินที่เมืองหลวงของประเทศเยอรมนีแล้วยังมีเมืองมิวนิค เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เมืองสตุ๊ตการ์ต แล้วก็เมืองอื่น ๆ ที่มีความเจริญไม่แพ้เมืองหลวงเลย นอกจากนั้นเราก็ยังจะต้องทำการป้องกันเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองที่มีอยู่เดิมแล้วด้วย กรุงโรม ไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ควรเริ่มทยอยทำเสียแต่วันนี้ ท้ายที่สุดแล้วประเทศไทย จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พรุ่งนี้เป็นวันลดภัยพิบัติ สากล กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ ทั่วโลกให้ความสำคัญว่าภัยพิบัติเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ควรเริ่มดำเนินการเสียแต่ตอนนี้ ก็ขอฝากรัฐบาลควรศึกษาทั้งระบบให้รอบคอบ รอบด้าน รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้นและระยะยาว เรามีเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจต่าง ๆ มากมาย ท่านสามารถนำไปใช้ในแต่ละขั้นตอนของการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ ที่คำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ แล้วก็เน้นการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อที่จะเลือกแนวทางที่ดี ที่สุด แล้วก็เป็นประโยชน์ที่สุดกับทุกภาคส่วน ขอบคุณค่ะท่านประธาน