ภคมน เสนอขยายครัวใบโหนดทั่วประเทศ เสริมเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖

ภคมน หนุนอนันต์ หารือการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืนโดยเน้นการรักษาวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนที่ส่งเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และเสนอขยายโครงการอาหารกลางวันจากผลผลิตท้องถิ่นของเครือข่ายเกษตรกรครัวใบโหนดไปทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ผสานกับวัฒนธรรมและระบบนิเวศในพื้นที่

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉัน ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล วันนี้ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่นอย่างยั่งยืน ท่านประธานคะ ดิฉันในฐานะคนเกิดในอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เติบโตในพื้นที่ลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลา อำเภอบ้านเกิดของดิฉันมีเส้นแบ่งเขตกับจังหวัดสงขลาเพียงแค่ ทะเลสาบกั้น ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันจะอภิปรายต่อไปนี้เป็นมิติที่มองข้ามไม่ได้ เพราะนี่เรากำลัง พูดถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องไม่ลืมวิถีชีวิต อัตลักษณ์และวัฒนธรรม ของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำ ดิฉันย้อนไปดูข้อมูลมีเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย Scoop ข่าว สารคดีที่นำเสนอเกี่ยวกับลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา อย่างน้อยก็ค้นเจอ เราพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ หรือ ๒๐ ปีที่แล้ว ๒๐ ปีมาแล้วเรายังพูดเรื่องเดิม ๆ เพิ่มเติมคือปัญหาภัยคุกคาม ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่รุนแรงขึ้น เพื่อนสมาชิกคงทราบกันอยู่แล้วว่าพื้นที่ที่เรียกว่าลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาปกคลุม ๓ จังหวัด จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ที่เคยรุ่งเรือง ทางวัฒนธรรม เป็นจุดเชื่อมโยงทางการค้า เป็นสถานที่ที่หลอมรวมความแตกต่างหลากหลาย ระหว่างคนไทย คนมลายูและคนเชื้อสายจีน ทำให้ก่อเกิดสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม ที่ร่ำรวย ท่านเห็นอะไรไหมคะ นี่คือทุนทางวัฒนธรรมที่เราสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ ให้กลายเป็นแหล่งงาน แหล่งรายได้ การสร้างเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กับการสืบทอดวัฒนธรรม วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในภาคใต้ ท่านประธานรู้จักปลามีหลังไหมคะ หรือปลาดุกทะเล ปลาชนิดนี้มีตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่อร่อยจะเป็นช่วงที่อ่าวทะเลเป็นน้ำจืดเนื้อจะนุ่มเป็นพิเศษ เป็นปลาเฉพาะถิ่นที่มีเฉพาะในทะเลสาบสงขลา เรามีปลากะพง ๓ น้ำ อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดไปแล้ว ปลาชนิดนี้มีเนื้อสัมผัสแบบพิเศษ เนื้อนุ่มละมุนลิ้นแตกต่างจากปลากะพงอื่น ๆ เพราะเราเพาะเลี้ยงในทะเลสาบสงขลาที่ประกอบด้วยน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เรามีต้นตาลโตนดที่สามารถสร้างผลผลิตจากพืชชนิดนี้ได้มาก มีสุราชุมชนที่ทำจากตาลโตนด หรือน้ำตาลแว่นที่มีค่า GI ต่ำ ได้รับการยอมรับในวงการอาหารสุขภาพ สินค้าชนิดนี้ ขายในห้างมีราคาสูงมาก แต่เมื่อขายในท้องถิ่นราคาถูกมาก ๆ เรามี Homestay ที่เกาะยอ มีอาหารทะเลที่พร้อมเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหารได้เลยทันที เรามีกุ้ง ๓ น้ำ จังหวัดพัทลุง วัตถุดิบ อาหารชั้นเลิศที่มีรสชาติอร่อยมากที่สุดในทวีปเอเชีย ดิฉันเติบโตมาด้วยความภาคภูมิใจว่า ปลาบ้านเราอร่อย แล้วอย่างไรต่อคะ มันก็มีแต่ความภาคภูมิใจ มันไม่สามารถสร้างมูลค่า และเติบโตไปมากกว่านี้ได้ ท้องถิ่นมีทรัพยากร มีภูมิปัญญาและสิ่งที่ต้องการเพิ่มมูลค่า แต่ขาดการติดอาวุธให้ท้องถิ่น เมื่อเราอยากสร้างมูลค่าเศรษฐกิจต้องมีการติดอาวุธให้ท้องถิ่น เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ดิฉันคนเดียวแน่ ๆ ที่พูดได้ เราพูดเรื่องนี้กันมา ๒๐-๓๐ ปีแล้ว ภาคใต้พัฒนา แบบดักไซแห้งมา ๒๐-๓๐ ปีแล้ว หลายรัฐบาลมีนโยบายพยายามจะอัดโครงการงบประมาณ ลงไป แต่ก็ไม่ทำให้เกิดการพัฒนาในแบบที่เราคาดหวังจริง ๆ เพราะขาดการควบคู่ การพัฒนาเศรษฐกิจไปพร้อมกับวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม หรือถ้าพูดในภาษาที่เข้าใจกัน ก็คือขาดการพัฒนาแบบยั่งยืน มันง่ายค่ะท่านประธานถ้าเราจะบอกว่าฉันจะสร้าง Soft Power ฉันจะส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วรัฐบาลก็ลงเงินงบประมาณไปจัด Event แล้วจบ คำถามคือถ้าทำแบบเดิม ๆ เราคาดหวังผลลัพธ์แบบใหม่ได้ไหมคะ ขออนุญาตอ้างถึง รัฐบาลที่แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบหมายให้ อปท. จัดกิจกรรม ส่งเสริมในพื้นที่นี้ให้เป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยใช้หน่วยงานกลางบูรณาการงบประมาณ ๕,๔๐๐ ล้านบาท ตามแผนยุทธศาสตร์ โดยการทำโครงการ ๒๗๐ โครงการ ในพื้นที่ ๑๔๒ อปท. ใน ๑๕ อำเภอ ใน ๓ จังหวัด โดยคาดหวังว่า ๑๐ ปีนับจากนี้จะสามารถสร้างรายได้ ให้กลับมามูลค่าไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันตั้งคำถามแบบนี้ค่ะ ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ท่านคิดว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างมูลค่าการท่องเที่ยวได้มากแบบนั้นจริง ๆ หรือคะ ในอดีตภาคใต้พัฒนาเศรษฐกิจด้วยการขายทรัพยากรเริ่มจากเหมืองแร่ ดีบุก จนถึงปาล์ม ยางพารา แต่ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าการพัฒนาแบบนั้นมันไปต่อไม่ได้ เมื่อมันเป็นแบบนี้ ชีวิตคนใต้เปรียบเสมือนเรือกับขอนไม้เห็นอะไรลอยมาคว้าไว้ก่อน เมื่อมีคนมาขายฝัน ขายนโยบายอุตสาหกรรมหนัก สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เราก็เชื่อว่ามันจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น โดยหลงลืมไปว่าศักยภาพของพวกเรา สิ่งที่เรามีและอนาคตที่เราอยากได้นั้นคืออะไร แน่นอนว่าการพัฒนามันต้องใช้งบประมาณ แต่ที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าการให้งบประมาณ ลงไปจำนวนมากไม่สามารถพัฒนาภาคใต้ได้เสียที อย่างไรก็ตามดิฉันในฐานะคนที่เกิด ในจังหวัดพัทลุงและเติบโตในจังหวัดสงขลา ดิฉันขอให้ความเห็นต่อสภาแห่งนี้ว่า การพัฒนาเศรษฐกิจต้องควบคู่กับการส่งเสริมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เริ่มแรกเริ่มจาก การทำความเข้าใจก่อน เริ่มจากการส่งเสริมสินค้าที่มีที่เดียวรอบบริเวณทะเลสาบสงขลา ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมทางอาหาร อาหารทะเลที่ดิฉันกล่าวมาข้างต้นนอกจากการรับรองมาตรฐาน GI แล้วได้มีการรับรอง GAP ให้กับเกษตรกรเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกทั่วประเทศแล้วหรือยัง ได้ช่วย เกษตรกรในเรื่องของช่องทางการจำหน่ายแล้วหรือยัง ปลากะพงทะเลสาบสงขลาเทียบราคา แล้วดูเหมือนจะแพงกว่าปลากะพงจากฝั่งมาเลเซีย แต่เมื่อเทียบกิโลกรัมต่อกิโลกรัมแล้วเรามี เนื้อปลากะพงที่อร่อยกว่า แต่ต้องมีการพัฒนาการตลาดนะคะ ไม่อย่างนั้นก็จะประสบกับ ปัญหาการราคาตกต่ำไม่รู้จบ นอกจากนี้ประชาชนยังสะท้อนว่าการเข้าถึงมาตรฐานสินค้า Halal มีค่าใช้จ่ายที่สูงก็อยากให้ลดเพื่อได้เข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้มากขึ้น

อีก ๑ โครงการที่ดิฉันอยากให้รัฐบาลขยายออกไปทั่วประเทศคือโครงการ การใช้อาหารกลางวันขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นของเครือข่ายเกษตรกรครัวใบโหนด คาบสมุทรสทิงพระ ที่กลุ่มเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรกรออกมาส่งออกไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ๓๐ โรงเรียน ให้เด็กนักเรียนจำนวน ๔,๓๐๐ คนได้กินอาหารที่ดีมีประโยชน์และมาจาก ท้องถิ่น ทั้งหมดที่ดิฉันเสนอมานี้เราทำได้ทันทีไม่ต้องรอ เราสามารถนำทุนทางวัฒนธรรม มาต่อยอดพัฒนาเมืองพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาควบคู่ไปกับระบบนิเวศวัฒนธรรม ที่สมบูรณ์ การพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราเริ่มต้นตรงนี้และจะเป็น การเริ่มต้นการสร้างพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษให้กับประเทศไทย ขอบคุณค่ะ