ชุติมา คชพันธ์ นำเสนอความสำคัญของทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลน้อยและทะเลลำปำในจังหวัดพัทลุง พร้อมเรียกร้องให้มีการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งการแก้ไขปัญหามลพิษจากฟาร์มเลี้ยงและบ่อขยะที่ส่งผลให้น้ำเสื่อมคุณภาพ การบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำด้วยการปลูกยูคาลิปตัสเกือบ 1,000 ไร่ที่กระทบต่อพื้นที่มรดกทางการเกษตรแห่งแรกของประเทศ และปัญหาผักตบชวาลุกลามในป่าชุมชน จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบพร้อมผลักดันสินค้าชุมชนสู่เวทีสากล
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดพัทลุง ดิฉันยินดีมาก ๆ เลยวันนี้ที่ได้นำเรื่องราวของทะเลสาบสงขลาเข้ามาให้ เพื่อน ๆ ในสภาแห่งนี้ได้ฟังและให้ประชาชนทั่วประเทศได้รู้จักทะเลสาบสงขลามากยิ่งขึ้น ขอ Slide ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ทะเลสาบสงขลาเป็นพื้นที่ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช เวลาที่เราเรียกทะเลสาบสงขลาก็ขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัด จะเรียกว่าอย่างไร สำหรับพัทลุงบ้านเกิดของดิฉันเราก็จะมีในส่วนที่เราเรียกว่าทะเลลำปำ ทะเลน้อย หรือบางคนเราก็จะเรียกว่าทะเลพัทลุงก็เป็นความภาคภูมิใจของพวกเรา
สำหรับความสำคัญของทะเลสาบสงขลา ก็เป็นความสำคัญระดับนานาชาติ ตอนนี้พัทลุงเรามีทะเลสาบที่เราภาคภูมิใจ คือจัดเป็นทะเลสาบลากูนหนึ่งเดียว ของไทยและเป็นหนึ่งใน ๑๑๗ แห่งทั่วโลก เป็นพื้นที่ Ramsar Sites เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นทะเลสาบที่เรียกว่าเป็นทะเลสาบ ๓ น้ำ เป็นป่าต้นน้ำมาจากเทือกเขาบรรทัด แล้วก็แนวเทือกเขาสันกาลาคีรี เป็นระบบนิเวศแบบผสมผสาน เรามีป่าชายเลน มีป่าพรุ มีทั้งแหล่งน้ำจืด เป็นทะเลสาบที่สำคัญมาก ๆ ในพื้นที่ มีน้ำจากหลายสายในจังหวัดพัทลุง ไหลมารวมกันอยู่ที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เราทราบมามีประวัติค้นพบว่าพื้นที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ ปีแล้ว พบหลักฐานกระดูกมนุษย์ เครื่องปั้นดินเผาต่าง ๆ และพบขวานหินขัดสมัยใหม่ มีหลักฐานการเป็นเรื่องสำคัญตั้งแต่เมืองโบราณ เราพบกำแพงเมืองโบราณในฝั่งสงขลา และในขณะเดียวกันในฝั่งพัทลุงเองเราก็พบหลักฐานมายาวนานเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลาง ของฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา ดิฉันอยากจะให้ เพื่อน ๆ ได้เห็นความสวยงาม อยากจะให้ประชาชนทั่วประเทศได้เห็นความสวยงาม ของทะเลสาบสงขลาว่าเรามีอะไรบ้างนะคะ ทะเลสาบสงขลาเรามีพื้นที่ที่สวยงาม นี่คือตัวอย่างแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นของทะเลสาบสงขลา ถ้าท่านใดไปนั่งเรือตอนเช้า ๆ ท่านจะเห็นว่าจะมีแสงสีส้มขึ้นมาแบบนี้ในตอนเช้า รวมถึงตอนพระอาทิตย์ตกตอนเย็น หลังจากนั้นเราสามารถที่จะนั่งเรือไปท่องเที่ยวชมนกน้ำ ชมบึงบัวแบบนี้ แล้วเราก็จะมี ปลาโลมา นี่คือปลาโลมาอิรวดีเป็นปลาโลมาหน้ายิ้มแสนน่ารัก เป็นเพื่อนสัตว์น้อยที่น่ารัก ของเราที่ใกล้จะสูญพันธุ์เต็มทีแล้ว มีแค่ ๑๔ ตัวสุดท้ายเท่านั้นจากการที่ไปสำรวจมา แล้วก็เป็นแหล่งทำประมงของชาวประมง นอกจากนั้นทะเลสาบสงขลาแห่งนี้ยังเป็นที่ ทำนา เราทำนาริมทะเลสาบด้วย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ชุมชนที่เป็นพื้นที่ที่ไม่มีที่ใดเหมือน จากภาพท่านจะเห็นว่านี่คือการทำนาแบบดั้งเดิม หรือเราเรียกกันว่านาริมเลเป็นการทำนา พื้นที่เดียวในพัทลุงและไม่มีที่อื่นที่ทำได้ ทะเลสาบที่อื่นเขาทำแบบนี้ไม่ได้ กินพื้นที่ประมาณ ๖๓ ไร่ และจะทำนาปีละ ๑ ครั้ง คือในช่วงฤดูน้ำลดในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน เนื่องจากช่วงนั้นเป็นการสะสมของโคลนทั้งปีตามธรรมชาติก็ทำให้ต้นทุนต่ำ เนื่องจากไม่ต้อง ใส่ปุ๋ยเคมี มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ก็ทำเพื่อการขายด้วย แล้วก็บริโภคกันเองในพื้นที่ด้วย นอกจากนั้นเรายังมีสินค้าจากปลากะพง จากที่เห็นจะมีปลากะพงที่เราเรียกกันว่าปลากะพง ๓ น้ำ นี่คือทำจากผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ที่พยายามพัฒนาตัวเอง โดยเลี้ยง ในทะเลสาบสงขลานี่ละค่ะ ปลากะพง ๓ น้ำ เนื่องจากมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม อยู่ในพื้นที่นั้นอย่างที่ท่านเห็น ผู้ประกอบการรายย่อยเขาก็สามารถที่จะนำไปแปรรูป เป็นผงปลา เป็นปลาต่าง ๆ เป็นปลาตากแห้ง นี่คือตัวอย่างของความพยายามของประชาชน ในพื้นที่ที่เกิดจากการสร้างรายได้จากปลากะพงที่เลี้ยงในทะเลสาบนี่ละค่ะ เพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศอยู่ นอกจากปลากะพงในฝั่งพัทลุงนั้น เรายังมีปลาที่เรียกว่า ปลาลูกเบร่ ใครที่เคยไปพัทลุงอาจจะเห็นที่บ้านปากประ จังหวัดพัทลุง จะมีปลาลูกเบร่อยู่ ปัจจุบันนี้ราคาขึ้นไปถึง ๗๐๐ บาทแล้ว จากในอดีตแค่ ๑๕๐ บาท นี่คือการขับเคลื่อน ทางเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ ทะเลสาบแห่งนี้สำคัญมาก ๆ ต่อเศรษฐกิจไทย ถึงแม้จะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ แต่เราก็สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ และทุกวันนี้ เป็นที่ทำมาหากิน เป็นที่เลี้ยงชีพของประชาชนที่อยู่รอบทะเลสาบ นอกจากในส่วนของ การประมงแล้ว นอกจากปลาที่เราเห็นแล้ว ในส่วนของสินค้า Hand made จากกระจูด ดิฉันเองยังเคยถือกระจูดจากพัทลุงเข้ามาในที่สภาแห่งนี้แล้วด้วย ก็คือกระจูดนี่ละค่ะ เราสามารถเอากระจูดจากพื้นที่ทะเลน้อยฝั่งจังหวัดพัทลุงทำเป็นกระเป๋า ทำเป็นเสื่อ ทำเป็น ภาชนะต่าง ๆ ได้มากมายเลย สร้างรายได้ให้กับประชาชน ถ้าท่านไปที่ทะเลน้อยควนขนุน ท่านจะเห็นว่ามีร้านค้าที่ขายกระจูดอยู่มากมาย นี่คือสิ่งหนึ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จากรายได้จากชุมชนนี่ละค่ะ นั่นคือความสำคัญที่อยากจะให้ทุกท่านได้เห็นว่าทะเลสาบ สงขลามีความสำคัญและผูกพันต่อวิถีชีวิตของประชาชนและมีผลต่อเศรษฐกิจไทย มากเพียงใด ไม่ใช่แค่นี้ค่ะ ยังมีมากกว่านี้อีกนะคะ ดิฉันอยากจะให้เห็นมากกว่านั้นคือยังมี ผลต่อการท่องเที่ยวชุมชนด้วย ดิฉันอยากจะให้ทุกท่านได้เห็นความพยายามของชาวบ้าน ที่อ่าวสะทัง อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง มาจากชมรมอนุรักษ์โลมาจังหวัดพัทลุง และอนุรักษ์กุ้งก้ามกรามหรือกุ้ง ๓ น้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับมติ ครม. ที่ประกาศให้ทะเลสาบ พัทลุง ทะเลสาบสงขลา เป็นลุ่มน้ำพิเศษ ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณอ่าวสะทังจึงพยายามที่จะ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว สามารถเพาะลูกกุ้งก้ามกรามได้สำเร็จแล้วก็ปล่อยเลี้ยง ในอ่าวสะทังและกำลังจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต ดิฉันก็ขอเชิญชวนให้ทุกท่าน ไปเที่ยวที่อ่าวสะทัง อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
หลังจากที่ท่านเห็นไปแล้วว่ามันสวยงามเพียงใด เป็นพื้นที่ที่สมควรที่จะดูแล อย่างดีเพียงใด แต่ปัจจุบันเราพบปัญหาก็คือมีชาวบ้านมาเล่าให้ดิฉันฟังนะคะ เพราะว่า มีมลพิษทางน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ใช่แค่ความรู้สึก เนื่องจากกรมควบคุมมลพิษ ก็ไปตรวจสอบแล้วพบว่าอยู่ในขั้นเสื่อมโทรมจริง ๆ ที่ค้นพบก็คือมีการปนเปื้อน ของแบคทีเรีย มีกลุ่มโคลิฟอร์ม มีปริมาณแอมโมเนียในแหล่งน้ำด้วย ถามว่ามาจากไหน ก็มาจากหลายแหล่ง แต่ส่วนหนึ่งเลยที่ชาวบ้านมาร้องเรียนกับดิฉันก็คือว่าบางครั้งมาจาก ฟาร์มเกษตรที่เลี้ยงโคบ้างหรือว่าบ่อขยะที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงในทะเลสาบ มีคลองอยู่ คลองหนึ่งแล้วก็อยู่ใกล้กับบ่อขยะก็อาจจะมีสารเคมีปนเปื้อน ซึ่งสุดท้ายแล้วน้ำเสียนั้นก็ไปลง ทะเลสาบในที่สุด นี่คือปัญหาอีกประการหนึ่ง
กลับไปที่พื้นที่ทะเลน้อย ท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องควายน้ำ นี่คือควายน้ำ เป็นควายแบบนี้จริง ๆ น่ารักมากเลย คือว่ายน้ำด้วย อยู่ทั้งบนบก ทั้งในน้ำ ก็เป็นแหล่งที่ ท่องเที่ยวของประเทศไทยเช่นเดียวกัน เป็นพื้นที่ที่ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลก ทางการเกษตรเรียบร้อยแล้ว องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติประกาศให้การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศ ในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรเรียบร้อยแล้ว เป็นมรดกโลก ทางการเกษตรแห่งแรกของประเทศไทยด้วย เราไม่สามารถที่จะปล่อยให้เป็นพื้นที่ที่แย่ ไปกว่าเดิมได้อีกแล้ว เราต้องช่วยกันฟื้นฟู เราจะปล่อยให้ย่ำแย่กว่านี้ไม่ได้ และปัจจุบัน ดิฉันพบว่าระบบนิเวศเปลี่ยนไป นี่คือเรื่องราวที่อยากจะให้เราช่วยกันจับตามองและไม่อยาก ให้ปล่อยไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันมาสักพักแล้ว มีการลงพื้นที่ตรวจสอบโดย DSI โดยผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ ดิฉันขอใช้พื้นที่สภาแห่งนี้ช่วยกันดูหน่อยว่า เกิดอะไรขึ้น ชาวบ้านสงสัยว่ากลุ่มนายทุนไปปลูกยูคาลิปตัสในพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ได้อย่างไร พื้นที่เกือบ ๑,๐๐๐ ไร่ แล้วก็สุดสัปดาห์นี้หลังจากปิดประชุมในวันนี้ดิฉันจะลง พื้นที่พัทลุงเพื่อไปลงพื้นที่และพูดคุยกับประชาชนเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน ดิฉันไม่สามารถปล่อย ให้เรื่องนี้เป็นแบบนี้ต่อไปได้ เนื่องจากการปลูกยูคาลิปตัสเกือบ ๑,๐๐๐ ไร่ ทุกคนก็รู้ดีว่า ยูคาลิปตัสจะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ปลาผิวน้ำนี่ก็จะตายและใบ ที่ลงในน้ำทำให้น้ำเน่าเสียได้ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ขอฝากให้เราช่วยกันติดตามด้วย
สุดท้ายค่ะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะให้เห็นเหตุผลที่เราต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา ดูแลอย่างจริงจัง นี่คืออีกปัญหาหนึ่งค่ะ ผักตบชวาปกคลุมพื้นที่ป่าชุ่มน้ำทะเลน้อย ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงก็จะมีปัญหาตามมา ก็เป็นที่สงสัยกันของประชาชนว่าทำไม ยังไม่เสร็จเสียที ทำไมมีปัญหาตลอดเวลา เป็นปัญหาเรื่องของงบประมาณไม่เพียงพอ หรืออย่างไร หรือเป็นปัญหาด้านการบริหารจัดการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรืออย่างไร ทำไมผักตบชวาถึงยังอยู่เต็มพื้นที่แบบนี้ ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และระบบนิเวศ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ช่วยกันแก้ปัญหา ซึ่งดิฉันทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้ที่ดิฉันกล่าวไปเบื้องต้นนี่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลยถ้าดิฉันแค่พูดแล้วจบในนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาดูแลและแก้ปัญหาเรื่องนี้ อย่างจริงจัง แล้วก็ขอให้ช่วยกันสนับสนุนสินค้าชุมชนที่ดิฉันกล่าวไปข้างต้นให้สามารถ เป็นสินค้าที่ส่งออกไปยังต่างประเทศได้ เพราะนี่คืออัตลักษณ์ของประเทศไทยที่พื้นที่อื่นไม่มี ดิฉันขอเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาดูแลอย่างจริงจัง ขอบคุณค่ะ