สหัสวัต คุ้มคง หารือสถานการณ์ความเดือดร้อนของแรงงานไทยในอิสราเอลจากวิกฤตความขัดแย้งที่ขยายตัว ทั้งปัญหาการถูกส่งต่อให้นายจ้างใหม่โดยไม่สมัครใจ การขาดการดูแลจิตใจ การติดต่อกลับประเทศไม่ได้ และการถูกฉ้อโกงค่าจ้าง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งอพยพและสนับสนุนอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินกลาง สายด่วนรวม และค่ายพักคอยเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือและสื่อสารกับประชาชนอย่างทันท่วงที
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ผมอยากจะเริ่ม อย่างนี้ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคนในอิสราเอล ขอให้ ทุกท่านปลอดภัย และขอส่งกำลังใจให้คณะทำงานและข้าราชการทุกท่านที่ทำงานอย่างหนัก ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ครับ และขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาตอบกระทู้ถามในวันนี้ แม้ความตั้งใจจริง ๆ จะเป็นการถามถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ หลายกระทรวง หลายภาคส่วน แต่เมื่อท่านติดภารกิจ และได้ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศมาตอบผมก็ยินดีครับ ก่อนอื่นเลยครับ วันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะมา โจมตีหรือสอนการทำงานของรัฐบาล เราจะไม่เอาชีวิตของคนกว่า ๓๐,๐๐๐ คน มาเป็น เครื่องมือทางการเมือง ผมเชื่อครับว่าสถานการณ์แบบนี้ทุกคนไม่ได้นิ่งนอนใจและตั้งใจ ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่ที่ผมต้องตั้งกระทู้ถามวันนี้มีอยู่ ๒ เหตุผลครับ
เรื่องแรก เป็นเพราะเราอยากจะให้ทุกคนช่วยกันทำงานให้ประชาชน เพื่อจะช่วยกันอุดช่องโหว่ต่าง ๆ ที่ยังอาจจะมีอยู่ และอีกเหตุผลหนึ่ง ผมอยากจะมา ตั้งคำถามที่พี่น้องประชาชนยังสงสัยเพื่อที่รัฐบาลจะเห็นช่องว่างบางส่วน เพื่อจะพิจารณา พัฒนาประสิทธิภาพในการช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ในอิสราเอลให้ได้รับความปลอดภัย ได้อย่างดีที่สุด ๔-๕ วันที่ผ่านมานี้ในช่วงกลางคืน ผมรับโทรศัพท์ตอบข้อความจากพี่น้อง คนไทยในอิสราเอลเยอะมากครับ มีทั้งติดต่อมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งผมพยายามติดต่อ ทางกงสุล และหน่วยงานของกระทรวงแรงงานไปแล้ว และบางส่วนก็ติดต่อมา ต้องการ กำลังใจ ต้องการให้ช่วยติดต่อญาติพี่น้อง บางส่วนมาปรึกษาอีกหลายอย่าง ถึงขั้นโทรศัพท์ มาถามผมว่าพี่ได้ยินเสียงระเบิดไหม ในขณะที่เขากำลังวิ่งหาที่หลบภัย แล้วถ่ายทอดเสียง ขีปนาวุธให้ผมฟังร่วม ๕ นาที บางคนบอกผมว่าอย่างเพิ่งพูดนะครับ ถือสายไว้ก่อนอาจมี กองโจรอยู่แถวนี้ ผมทั้งเป็นห่วง ร้อนใจ วิตกกังวล เศร้า และหดหู่เช่นกัน จึงอยากมาปรึกษา กับทุกท่านที่นี่ เข้าเรื่องครับ ผมอยากจะแบ่งผู้ประสบภัยที่เป็นคนไทยเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้
กลุ่มแรก ผู้ที่ถูกจับตัวเป็นตัวประกัน อย่างที่ท่านได้ตอบท่านวัชระพล ไปแล้ว ก็ขอชื่นชมมาตรการการดำเนินงานของรัฐบาลนะครับ
กลุ่มต่อมา กลุ่มผู้บาดเจ็บ มีการส่งผู้บาดเจ็บกลับมาที่ไทยแล้วบางส่วน แต่ส่วนที่ตกค้างอยู่จะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง ทั้งในการส่งตัวกลับ และส่วนที่ ต้องการการรักษาดูแลเร่งด่วนที่ยังอยู่ในพื้นที่
กลุ่มต่อมา คือกลุ่มที่ต้องการจะออกจากพื้นที่ แต่โดนส่งไปให้นายจ้างคนใหม่ โดยให้เหตุผลว่าออกจากพื้นที่สีแดงแล้วเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยแล้ว แล้วถูกให้ทำงานต่อเลย ผมเข้าใจครับว่าการถูกส่งต่อให้นายจ้างใหม่เป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมายของประเทศอิสราเอล แต่ปัญหาคือแรงงานไทยเราไม่เคยอยู่ในสถานการณ์สู้รบ สภาพจิตใจไม่ได้พร้อมจะทำงาน แต่โดนให้ทำงาน เราจะสามารถดูแลสภาพจิตใจอะไรได้หรือไม่ และบางคนที่ต้องการจะกลับ แต่ถูกส่งต่อไปโดยไม่สมัครใจจะทำอย่างไร
อีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่ยังอยู่ในพื้นที่สู้รบแต่ไม่ประสงค์จะกลับประเทศ ประสงค์ เพียงแค่จะอพยพไปพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ แต่ก็ยังไม่สามารถ ออกไปได้ ซึ่งกลุ่มนี้มีอยู่จำนวนหนึ่งมากพอสมควรเลย มีกรณีหนึ่งโทรศัพท์มาเล่าให้ผมฟังว่า ต้องการจะไปหลบในที่ปลอดภัยแต่ไปไม่ได้เพราะทางการไทยติดต่อผ่านนายจ้าง ปัญหา ที่เกิดขึ้นคือติดต่อนายจ้างไม่ได้เพราะนายจ้างออกไปรบ นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง
อีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มที่ยังลังเล ด้วยปัญหาหนี้สินที่ไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อไป ทำงานต่างประเทศ รัฐบาลมีแผนจะดูแลเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร
อีกประเภทหนึ่งที่น่ากังวลครับท่านประธาน คือจากที่ผมได้รับข้อมูลที่พี่น้อง ประชาชนส่งมาให้จากอิสราเอล คือคนที่โดนเอาเปรียบ โดนฉวยโอกาสในช่วงสงคราม เช่น ฉวยโอกาสเปลี่ยนนายจ้างบ้าง ไปจนถึงเบี้ยวค่าจ้าง ไม่จ่ายค่าจ้างก็มี แล้วก็ติดต่อ นายจ้างเก่าไม่ได้ ไม่มีเงินติดตัวเลย เราจะมีทางช่วยแก้ไขให้พี่น้องเหล่านี้อย่างไรบ้าง
นอกจากเรื่องของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ผมมีคำถามและข้อเสนออื่น ๆ เพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก
ประการที่ ๑ ผมอยากจะสอบถามไปยังรัฐบาลเรื่องการพาคนไทย กลับประเทศ ผมเข้าใจว่าทางรัฐบาลได้พยายามจะนำเครื่องบินไปรับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่อยากจะสอบถามความเป็นไปได้เพิ่มเติม เช่นถ้าเครื่องบินของกองทัพอากาศไม่เพียงพอ จะมีโอกาสในการเช่าเหมาลำสายการบินพาณิชย์ไปรับคนไทยกลับบ้านไหม เพราะด้วย ตอนนี้จำนวนคนก็กว่า ๕,๐๐๐ คนแล้วที่ยื่นความประสงค์กลับบ้าน แล้วอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ คน จะเป็นไปได้ไหมที่จะเจรจากับทางอิสราเอลให้คิวลงจอดเราเพิ่มขึ้น และอีกปัญหาหนึ่งคือเรื่องการเดินทางในอิสราเอลมายังเทลอาวีฟหรือสนามบิน เพราะแรงงานไทยไม่สามารถเดินทางได้ง่ายเลย ต้องใช้รถของทางการอิสราเอลบ้าง เราจะมี แนวทางอื่นใดที่จะให้แรงงานไทยได้เดินทางสะดวกขึ้นหรือไม่ ในขณะเดียวกันผมทราบข่าว ว่ามีพี่น้องแรงงานรวมตัวกันจ้างรถเหมาพากันหนี ซึ่งก็จ้างได้สำเร็จ ทางการไทยจะสามารถ เจรจาส่งรถหรือหารถของทางเราไปรับได้เพิ่มเติมไหม หรือจะประสานงานอย่างไรกับกลุ่มนี้ และอีกส่วนหนึ่งในเรื่องเดียวกัน กลุ่มคนไทยที่กลับมาก่อนด้วยทุนทรัพย์หรือหนทาง ของตัวเอง หรือแม้กระทั่งหนีนายจ้างออกมา เราจะช่วยพี่น้องแรงงานเหล่านี้ได้กลับไป ทำงานได้หรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์สถานการณ์เอาตัวรอดจริง ๆ นอกจากนี้มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาทางออกเพิ่มเติมให้กับพี่น้องคนไทยของเรา เช่น นำรถเข้าจากทางอียิปต์ จอร์แดน หรือเลบานอน
ประการที่ ๒ ไปดูตัวเลขแรงงานนำเข้าของอิสราเอลในภาคการเกษตรนั้น เป็นแรงงานไทย นำเข้าจากเราไปกว่า ๙๙ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าภาคการเกษตร ของอิสราเอลนั้นต้องพึ่งพาเราอย่างมาก จะเป็นไปได้ไหมว่า ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงอะไรก็แล้วแต่ จะขอเข้าไปตั้งค่าย พักคอย ทั้งคอยเดินทางกลับไทย หรือคอยไปทำงานต่อแยกเฉพาะของแรงงานไทยออกมา แล้วรวบรวมคนเพื่อพักคอยส่งกลับ หรือหลบภัยสงครามชั่วคราว โดยมีหมอ ทีมแพทย์ หรือหน่วยงานของไทยเข้าไปดูแลคนของเรา โดยเฉพาะในด้านสภาพจิตใจให้คนไทยรู้สึก ปลอดภัยมากขึ้น
ประการที่ ๓ ปัจจุบันพื้นที่ปะทะนั้นคาดเดาไม่ได้เลย ก่อนหน้านี้พื้นที่ปะทะ ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้ ตอนนี้ก็เริ่มมาทางเหนือแล้วเพราะมีผู้เล่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ในเมือง เช่น เนชัวร์ ไฮฟา ก็เริ่มมีการถูกโจมตีแล้ว และยังมีแรงงานไทยบางส่วนอยู่ตรงนั้น เราจะมีการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง
ประการที่ ๔ ผมรับทราบมาว่าทางรัฐบาลมีการตั้ง War Room อยู่ตาม กระทรวงต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ อย่างของกระทรวงแรงงานนี่ดีมาก ๆ เลย เมื่อวาน ผมส่งข้อมูลไปตอนเที่ยงคืนกว่า ก็มีการตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว อันนี้ขอชื่นชม แต่ผม อยากจะเสนอว่าในสภาวะฉุกเฉินเช่นนี้แล้วการแยก War Room กันทำงานอาจทำให้ หลายอย่างล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์ เช่น ฝั่งกระทรวงกลาโหมก็ทำของตัวเอง กระทรวงแรงงานทำของตัวเอง กระทรวงการต่างประเทศทำของตัวเอง ผมมีความเห็นว่า อยากให้ใช้ War Room กลางจุดเดียวของรัฐบาล จะเป็นทำเนียบรัฐบาลหรือที่ไหนก็ได้ครับ เพื่อให้ประชาชนติดต่อประสานงานและรวบรวมข้อมูลได้อย่างชัดเจน และสื่อสารออกมา ให้พี่น้องประชาชนตรงกัน ไม่ให้เกิดความสับสนในข้อมูลข่าวสาร และการประสานงาน ระหว่างหน่วยงานและกระทรวงต่าง ๆ จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องประสานงานไปมา หลายหน่วยงาน ตอนนี้พี่น้องประชาชนจะติดต่อหน่วยงานหนึ่งก็ต้องโทรศัพท์เบอร์หนึ่ง เปลี่ยนหน่วยงานก็ต้องหาเบอร์ใหม่ ควรจะต้องมีการเปิดสายด่วน Hotline ต่าง ๆ ได้แล้ว ให้มีเบอร์เดียวเลยติดต่อที่เดียว จะเพิ่มคู่สายเป็น ๑๐๐ คู่สาย ๑๐,๐๐๐ คู่สาย ก็ต้องทำ รวมถึง Platform ต่าง ๆ ก็ต้องทำ ขนาดตอนน้ำท่วม ตอนภัยพิบัติต่าง ๆ เราทำได้ เราทำมาแล้ว ปัญหาตอนนี้ก็เป็นเรื่องร้ายแรงไม่แพ้กันทำไมตอนนี้ยังไม่มีเรื่องนี้อีก เรื่องนี้ เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าเราดูตาม Social Media เราจะเห็นเลยว่าพี่น้องที่อิสราเอลสามารถ Post Facebook ได้ Twitter ได้ สามารถติดต่อมาหาผมหรือเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้ แต่กลับไม่สามารถติดต่อหน่วยงานรัฐได้ ทำไมครับ ขอบคุณครับ