ปิยรัฐ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๖

ปิยรัฐ จงเทพ หารือปัญหาการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินและวิ่งผิดเวลา โดยชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของกฎหมายที่ไม่สามารถลงโทษผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของบริษัทได้ พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตบางนาที่เป็นศูนย underscore การขนส่งสำคัญ

นายปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ ผู้แทนเขตพระโขนง เขตบางนา พรรคก้าวไกล ขออนุญาตร่วมสนับสนุนญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถบรรทุกและส่วย หรือพูดง่าย ๆ ว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในวิกฤติของรถบรรทุกซึ่งมีปัญหาทั้งในเรื่องของกฎหมาย ที่ไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ทันต่อยุคทันต่อสมัย ซึ่งทุกวันนี้เรายังมี พ.ร.บ. การจราจร ทางบก ซึ่งมีมาตั้งแต่ ปี ๒๕๒๒ ก็ถือว่าทุกวันนี้เรายังใช้ตัวนี้บังคับใช้กันอยู่นะครับ เขตบางนา ของผมนั้นมีพื้นที่ที่ต้องพูดถึงว่าเป็นจุดเริ่มต้นของหัวใจของการขนส่ง โดยเฉพาะรถบรรทุก เพราะถนนบางนา-ตราดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการขนส่งรถบรรทุกที่เขตบางนาของผมนี้ ฉะนั้นปัญหาเรื่องรถบรรทุกมีมาตลอดทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่มีถนนบางนา-ตราด และถนนหลายเส้น ถนนสุขุมวิทก็อีกปัญหาหนึ่งซึ่งวิ่งไปทางตะวันออก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมมาดูแล้วปัญหาเรื่อง น้ำหนักเกินเอย ส่วยเอย เรื่องวิ่งนอกเวลาตามเวลากำหนด ปัญหามันเกิดขึ้นอยู่ ๒-๓ จุดนะครับ ท่านประธาน

ส่วนแรก คือเรื่องจากตัวผู้ขับขี่เอง จากตัวผู้ขับขี่หมายความว่าผู้ขับรถบรรทุกเอง อาจจะละเมิดกฎหมายด้วยเจตนาของตนเอง หรือด้วยข้อบังคับที่จะต้องวิ่งให้ได้รอบ หรือวิ่ง ให้ได้ตามที่กำหนดนะครับ ส่วนนี้เองก็เป็นส่วนของความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ แน่นอนครับ ก็มีกฎหมายเปรียบเทียบปรับ กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการบังคับใช้กับผู้ขับขี่ อันนี้เราต้อง ยอมรับว่ามีอยู่นะครับ

ส่วนที่ ๒ คือเกี่ยวกับส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งแน่นอนครับ ส่วนนี้เองก็จะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของที่เราใช้คำว่าส่วยเข้ามา ซึ่งส่วยก็จะมี ๒ ประเภท ส่วยบนดินกับส่วยใต้ดิน ส่วยบนดินคืออะไรครับ คือการที่ยอมจ่ายค่าปรับตามกฎหมายกำหนด จะวิ่งนอกเวลา จะวิ่งน้ำหนักเกินก็ใช้วิธีการออกใบสั่ง จ่ายค่าปรับกันไปก็ถือว่ารอดกันไป แต่ส่วยใต้ดินอันนี้ผมไม่ทราบว่าเป็นตัวเลขเท่าไร ต่อรอบ หรือต่อเหมา ๑ เดือน ๒ เดือน ๑ ปีก็ว่ากันไป อันนี้ต้องยอมรับว่ามันมีปัญหาในส่วนนี้

ส่วนที่ ๓ คือส่วนของนายจ้างนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่าน พูดถึงว่านายจ้างเองก็มีส่วนรับผิดชอบ แต่กฎหมายยังไม่อาจเอื้อมถึงได้เนื่องจากว่ามีช่องโหว่ ทางกฎหมายอยู่ เราพูดกันถึงแค่ ๓ ประเด็นนี้ ผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย และนายจ้าง แต่เราลืมพูดไปถึงอีก ๑ คนที่มีส่วนสำคัญ คือผู้ว่าจ้างครับท่านประธาน ผู้ว่าจ้างเองก็มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้การละเมิดกฎหมายเกิดขึ้น เพราะว่ามีเหตุผลปัจจัยทางการค้าเรื่องการคุ้มทุน บางครั้ง ผู้รับจ้างก็ไม่อยากที่จะบรรทุกน้ำหนักเกินหรอกครับ แต่ทำไมต้องบรรทุกเกิน เพราะว่า มันมีเหตุผลต้นทุนของการขนส่ง เนื่องจากผู้ว่าจ้างก็อยากให้บรรทุกรอบเดียวด้วยราคาเท่านี้ แต่ถ้าบรรทุกน้อยกว่านี้เขาต้องบรรทุกหลายเที่ยวก็จะเป็นภาระแก่ผู้ประกอบการที่เป็น ผู้ว่าจ้าง แต่กฎหมายก็ไม่ไปถึงตรงนี้นะครับ อย่าว่าแต่ผู้ว่าจ้างเลย เจ้าของบริษัทรถบรรทุก ก็ยังไม่ถูกดำเนินคดีได้ เนื่องจากว่าจบไปที่ขั้นตอนของผู้ขับขี่ไปแล้ว นี่คือความล้าสมัย ของกฎหมายของเราที่จะต้องนำไปพิจารณาศึกษากัน เขตบางนานอกจากมีเรื่องของ รถบรรทุกที่บรรทุกเกินแล้ว ยังมีเรื่องของการวิ่งในเวลาห้ามวิ่งตามข้อบังคับของเจ้าพนักงาน จราจรทั่วราชอาณาจักร อาศัยความตาม พ.ร.บ. จราจรกำหนดเขตหลายจุดในพื้นที่ กทม. ชั้นในนะครับ มีกำหนดว่าหกล้อ เกินหกล้อห้ามวิ่งกี่โมง ถึงกี่โมง รถสิบล้อห้ามวิ่งกี่โมง ถึงกี่โมง รถพ่วงห้ามวิ่งกี่โมงถึงกี่โมง ผมท้าเลยครับว่าให้เราไปดูได้นะครับ ฝากท่านประธาน ไปดูได้เลยครับว่าในเขตบางนาหรือเขตหัวเมืองชั้นนอกของกรุงเทพมหานครมีหลายจุด ที่รถบรรทุกวิ่งได้เกือบตลอดเวลา โดยยอมจ่ายค่าปรับเป็นครั้ง ๆ หรือจะจ่ายเป็นรายเดือน อันนี้ผมไม่ทราบนะครับ ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กลายเป็นเรื่องปกติ เวลาเกิดอุบัติเหตุ ขึ้นมานะครับท่านประธาน ตอนนี้ยังมีคดีค้างคาอยู่ในเขตของผมนี้หลายคดี เกิดอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนกันขึ้นมา เนื่องจากว่ารถบรรทุกบรรทุกน้ำหนักที่มากพอแล้ว ด้วยการบังคับ ก็ยากแล้ว ถนนในกรุงเทพมหานครท่านไปดูสุขุมวิท โอ้โฮ รถในช่วงเวลาเร่งด่วนเป็นอะไร ที่สาหัสสากรรจ์พอสมควร ฉะนั้นเมื่อมีการเฉี่ยวชนขึ้นปุ๊บมีผู้เสียชีวิต กลายเป็นว่าถูกดำเนินคดีแค่ผู้ขับขี่ และเผลอ ๆ คู่กรณีซวยด้วย โดนดำเนินคดีไปด้วยก็มีหลาย Case หลายกรณี นี่คือเกิดขึ้นได้แค่นี้ ดำเนินคดีกันได้แค่นี้ นอกนั้นไม่มีทางไปถึงผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของบริษัท นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศไม่ใช่แค่ในกรุงเทพมหานคร จึงอยากเรียน ท่านประธานสภาว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะกฎหมายที่ยังไม่อาจก้าวทันเกี่ยวกับเรื่องของการขนส่งในปัจจุบัน และการบรรทุก ที่รถบรรทุกมีการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถของรถบรรทุกซึ่งเพิ่มทั้งน้ำหนัก เพิ่มทั้ง เครื่องยนต์ขึ้นมาในทุกวันนี้ อย่างไรก็แล้วแต่ฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ทุกท่านว่าผมขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อให้เข้าสู่วาระการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอขอบคุณท่านประธานครับ