ธีระชัย แสนแก้ว ชี้ปัญหาการเรียกเก็บส่วยจากผู้ประกอบการรถบรรทุกน้ำหนักเกินผ่านระบบเหมาจ่ายรายเดือนด้วยสติ๊กเกอร์ ซึ่งเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต ทำให้เกิดการขนสินค้าเกินน้ำหนัก ส่งผลต่อต้นทุนและเปิดช่องขนยาเสพติด จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขทั้งในส่วนของกฎหมายและจริยธรรมการบังคับใช้เพื่อยุติปัญหาอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๗ ประกอบไปด้วยอำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภอเมือง ๑ ตำบล กระผมใคร่ขออนุญาตในการที่จะอภิปรายแนวทางในการแก้ไขเกี่ยวข้องกับ เรื่องการขนส่งทางบกที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณายื่นญัตติ แต่ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เพราะว่าเรามีคณะกรรมาธิการการคมนาคมอยู่แล้ว เพื่อที่จะนำเสนอ แต่ผมจะขอชี้แนะกระบวนการ วิธีการ ทั้งประสบการณ์และหลักกติกาต่าง ๆ ให้ท่านประธานได้รับทราบผ่านไปยังคณะผู้บริหารต่อไป ปรากฏจากสื่อมวลชนต่าง ๆ ก็เป็นที่น่าสนใจหลายเรื่องนะครับท่านประธาน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วยทางหลวง ก่อนที่จะมีส่วยมันก็มีกฎหมายก่อน ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายมันก็มีส่วยมันก็เท่านั้นเองครับ ท่านประธานครับ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องส่วยรถบรรทุกมันพูดง่าย ๆ เลยว่า พอรถบรรทุก ขนสินค้าบรรทุกหนักเกินอัตรากำหนด ซึ่งเรื่องนี้ผมมองว่าเกิดจากปัจจัย ๒ อย่าง ก็คือ เกิดจากตัวผู้ประกอบการเอง เกิดจากผู้ขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าบรรทุกสินค้าน้ำหนักเกิน ที่มีน้ำหนักมากและจงใจเลี่ยงผิดกฎหมาย ยอมจ่ายเงิน จ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐก็มีทั้งหมด แล้วแต่เป็นกฎหมายอะไร ทั้งกรมการขนส่งทางบก ทั้งกรมทางหลวง ทั้ง ทช. ทั้งตำรวจด้วย มีหมดครับ ผู้ประกอบการทุกคนก็น่าจะรู้ในเรื่องลักษณะอย่างนี้ว่า มันเป็นอย่างไร
ประการที่ ๒ เกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐมีเจตนาทุจริตเสียเอง โดยใช้อำนาจ โดยมิชอบไปเรียกร้องรับผลประโยชน์เสียเอง อาจจะมองว่าเป็นการตั้งด่าน พอตั้งด่าน แล้วก็เรียก ยกตัวอย่างไม่รู้ว่าตำรวจที่ไหนก็แล้วแต่ แต่ผมไม่ได้เอ่ยอ้างว่าตำรวจบางคน บางหน่วยเท่านั้นเอง ผมจะเอาประสบการณ์ที่ผ่านมา เพราะว่าเวลาเรียกรถบรรทุกน้ำหนัก พอไปถึงด่านก็จะเรียก พอเรียกแล้วขอใบอนุญาตขับขี่หน่อย พอขอใบอนุญาตขับขี่แล้วถูกต้อง ไม่ขาดอายุ แล้วกติกาเรื่องทะเบียนเป็นอย่างไร ได้ต่อใบอนุญาตไหม ต่อ พอต่อใบอนุญาต แล้วก็ติด GPS ไหม ติด พอติด GPS แล้วรอบข้างก้มหน้าก้มหลังดูไปดูมาทุกอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายหมด หาเรื่องไม่ได้ พอหาเรื่องไม่ได้ว่าอย่างไร แต่งตัวไม่สุภาพมาคุยกันหน่อย อย่างนี้ก็มีครับท่านประธาน นั่นคือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบส่วยรถบรรทุกมันมีมานานแล้ว กระบวนการทั้งผู้ให้และผู้รับมันแก้ไม่ได้ วันนี้ความหมายก็คือว่าพอจ่ายเมื่อก่อนนั้น มันมีการพัฒนานะครับ เมื่อก่อนนั้นมีจ่ายจากจังหวัดนี้อำเภอนี้ จังหวัดนี้จ่ายไปก็ผ่านไป ก็ไปจ่ายจังหวัดอื่น ไปเจอด่านที่ไหนจ่ายที่นั่นครับ มันเป็นเรื่องการจ่าย แต่เดี๋ยวนี้มันพัฒนา ไปถึงเดือนหนึ่งจ่ายทีหนึ่ง มันใช้ระบบลักษณะจ่ายเงินไม่ต้องตั้งด่านเรียกตรวจ บอกว่า รถน้ำหนักเกิน คือลักษณะอย่างนี้มันเป็นเรื่องปกติ ผู้ประกอบการก็เลือกที่จะจ่ายมาตั้งแต่ต้นทาง หรือเดือนหนึ่งจะมีสัญลักษณ์ หรือ Sticker นั่นละครับท่าน Sticker ที่มันเปรียบเทียบกัน เดี๋ยวนี้มันเป็นระบบลักษณะ Easy Pass เหมือนทางด่วนครับ ลักษณะขับผ่านไปเลย เพราะจ่ายเป็นเดือนแล้ว เป็นเหมาจ่ายแบบ Buffet นะครับท่านประธาน คือการตรวจสอบต่าง ๆ เป็นนวัตกรรมใหม่แล้ว อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่บางคน ให้เจ้าหน้าที่แต่ไม่รู้ละ ผมไม่ได้เอ่ยถึงระบบระดับผู้ใหญ่ ใครฟังไว้ก็ดูเอาเองก็แล้วกัน พวกคุณปฏิบัติเองเกี่ยวกับ เรื่องส่วย ไม่ได้เอ่ยอ้างถึงใคร คนดีก็มี คนชั่วก็มีครับในระบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการไหน ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ พอมีเรื่องส่วยก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้ามาอีกละครับ พอเพิ่มเข้ามาผู้ประกอบการขนส่งที่เขาคิดคำนวณว่าจะเหลือเท่าไร อะไรอย่างไร เข้าเนื้อ เมื่อปริมาณน้ำหนักสินค้าไม่อย่างนั้นก็จะมีปัญหาอีก ผู้ประกอบการบางรายต้องใช้ช่องทางนี้ ในการที่จะอำนวยความสะดวก ปัญหานี้มันเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศเราเลยนะครับ มันวนเวียนซ้ำซาก เป็นวงจรบังคับกดดันให้ผู้ประกอบการต้องใช้วิธีนี้และช่องทางนี้ เป็นการกระทำผิดกฎหมายครับท่านประธาน เพราะอะไร บางทีถ้ามี Sticker ไม่สามารถ ตรวจได้ บางทีผู้ประกอบการหรือบางคนขนยาเสพติด ขนไปในรถบรรทุกนั่นละ ถ้าไม่ขนยา เสพติดมากขนาดนั้น ท่าน ผบ.ตร. เพิ่งได้เป็น ท่านต่อศักดิ์ สุขวิมล ไปจับได้ จับได้ ๓๐๐ ล้าน ยาเสพติดมันมาเป็นรถบรรทุกนะครับ อันนี้ก็เป็นข่าวอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว นี่ก็เป็น ช่องทางหนึ่งเวลาเรามี Sticker เวลาเรา Easy Pass ไป เวลาเราจ่ายส่วยไปมันก็จะมีปัญหา ตามมา ท่านครับมันก็มีกฎหมายนะครับถ้ามองไปแล้ว ก็คือเรื่องรถบรรทุกมันมีกฎหมาย กำหนดน้ำหนักว่ารถสี่ล้อน้ำหนักรถเฉย ๆ ๙.๕ ตัน รถหกล้อบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน ๑๕ ตัน น้ำหนักรถเฉย ๆ รถบรรทุกสิบล้อต้องบรรทุกไม่เกิน ๒๕ ตัน รถบรรทุกขนาด สิบสองล้อต้องบรรทุกไม่เกิน ๓๐ ตัน กึ่งพ่วงสิบสี่ล้อต้องบรรทุกไม่เกิน ๓๕ ตัน กึ่งพ่วงสิบแปดล้อ ต้องบรรทุกไม่เกิน ๔๕ ตัน รถพ่วงยี่สิบสองล้อต้องบรรทุกไม่เกิน ๕๐ ตัน ปัญหาก็คือว่า หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก ๖ เดือน ผู้ขับนะครับ บางครั้งก็ถูกยึด ถ้าถูกทางหลวงจับ ข้อหาน้ำหนักเกินก็จับไปให้โรงพัก โรงพักก็ทำคดี ต้องไปวิ่งเสียอัยการครับ ก็พูดตรง ๆ ไม่ได้กล่าวหา ก็ไปเสียเงินเสียทองตรงจุดนั้น บางทีก็ริบทรัพย์ นี่คือกำหนดกฎหมายครับ ท่านประธาน เป็นกฎหมายที่ผู้ประกอบการแม้กระทั่งผู้รักษากฎหมายหรือเจ้าหน้าที่ ก็จับรถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกินก็เสียทั้งจำทั้งปรับครับท่านประธาน นี่คือปัญหาที่ผมอยากจะขอ กราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่า ตอนนี้นวัตกรรมที่เกี่ยวกับเหล็กมันก็ทำให้น้ำหนักรถบรรทุก ไปแล้ว มันก็เลยบรรทุกสินค้าเนื้อ ๆ สินค้ามันได้น้อย เพราะว่ามันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ระบบอะไรต่าง ๆ อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน เพราะว่าเรื่องนี้มันสำคัญเหลือเกิน ผมเป็น เจ้าของไร่อ้อย แล้วทีนี้เวลารถบรรทุก ๓ เดือนเดี๋ยวก็จะมีปัญหา พอมีปัญหาเราก็พยายาม ในการที่จะมาคุยกันสำหรับทางด้านการเกษตรก็มียกเว้นระบบนะครับ แต่น้ำหนักมันเกินอยู่แล้ว เพราะไร่อ้อยมันจะมีน้ำหนักต้นทางหรือครับ ไร่อ้อยมันไม่มีตราชั่งน้ำหนักหรอกครับ พอผ่านมาเราก็ต้องรู้ ลักษณะอย่างนี้นี่คือประสบการณ์ที่มีมา เพราะฉะนั้นในขณะที่ พี่น้องประชาชนต้องมีปัญหาลักษณะอย่างนี้ ต้นทุนเขาสูงนะครับ แล้วก็มีปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องรถบรรทุกอย่างนี้อีก มุมมองอีก ขออนุญาตเพื่อความชัดเจนนิดหนึ่งนะครับว่า อย่างกรณีพี่น้องชาวไร่อ้อยต้องตัดอ้อยให้ถูกต้องตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นน้ำหนักรถบรรทุก มันต้องเกินนิดหน่อย แค่ ๒ เดือนครึ่ง ถึง ๓ เดือน พอ ๒ เดือนครึ่ง ถึง ๓ เดือน ตัดอ้อยวันนี้ ต้องไปเรียงคิวในการส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาลภายใน ๔๕-๗๒ ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นน้ำหนัก ก็จะลด หลังจากขนเข้ารอโรงงานแล้วน้ำหนักจะลด พี่น้องเกษตรกรก็จะมีมูลค่าต่ำลงมาอีก ความหวานก็ลด นี่คือปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ได้เจอมา นี่ก็คือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนอีกนิดหนึ่งว่าเคยมีมติคณะรัฐมนตรีที่มีการผ่อนผันโดยมีข้อตกลง อะไรต่าง ๆ ลักษณะอย่างนี้ให้กับเกษตรกรผู้ที่ส่งพืชผลทางการเกษตรเข้าสู่โรงงานตามวาระ หรือตามอายุงานของเขา ไม่ว่าจะเป็นข้าว อ้อย มัน ยาง ก็แล้วแต่ ตามฤดูกาลผลิตของเขา อันนี้ต้องอะลุ่มอล่วยให้เขา แล้วก็มีการแนะนำกติกาอะไรต่าง ๆ ให้นิด ๆ หน่อย ๆ เพื่อที่จะให้เขา สะดวกในการจัดกันไป และผมคิดว่าทุกภาคส่วนต้องหันหน้าเข้ามาคุยกันปรึกษาหารือ ทั้งกรมการขนส่งทางบก ทั้งกรมทางหลวง ทั้งอะไรต่าง ๆ ว่าน้ำหนักมันจะเท่าไร มีความเหมาะสม ทั้งตำรวจตำรามาคุยกัน ในแต่ละปีให้คุยกันว่าเราจะต้องหาจุดร่วมกันอย่างไร เพื่อที่จะให้สมดุลน่าจะเป็นการแก้ไขปัญหานี้ วันนี้ผมใคร่ขออภิปรายเพื่อที่จะให้ คำแนะนำบางตัว เพื่อที่จะให้สภานี้เสนอไปยังคณะกรรมาธิการการคมนาคมเพื่อที่จะบริหาร หรือจะแก้ไขปัญหาอะไรเพื่อส่งคณะผู้บริหารของกระทรวงคมนาคมต่อไป หรือรัฐบาลต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ