วิรัช พิมพะนิตย์ อภิปรายประเด็นการแก้ไขกฎหมายขนส่งทางบกเพื่อสร้างความเป็นธรรม ทั้งการควบคุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินที่ทำลายถนนและการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการกับปัญหามอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพฯ ที่มีจำนวนมากกว่า 100,000 คัน ซึ่งเผชิญปัญหาการจอดรถผิดที่ การแข่งขันกับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน และความขัดแย้งภายในวิน โดยเสนอให้คณะกรรมาธิการการคมนาคมเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิก กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ วันนี้ผมขอร่วม อภิปรายพิจารณาแนวทางการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางบก เพื่อให้ความเป็นธรรม แก่ผู้ประกอบการและประชาชน และป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์
ประเด็นแรก ที่ทางท่านผู้เสนอญัตติพูดคือเรื่องรถบรรทุก ผมมองแล้วว่า จริง ๆ แล้วรถบรรทุกเกี่ยวกับกรมการขนส่งทางบกน้อยมาก แค่เป็นผู้จดทะเบียนแล้วก็เป็น ผู้ให้ทะเบียน จริง ๆ แล้วการบรรทุกน้ำหนักเกินมันเกี่ยวกับตาชั่ง เกี่ยวกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก ที่เป็นตาชั่งที่ประกอบอยู่ในทางหลวงต่าง ๆ ผู้ที่ควบคุมตาชั่งนี้คืออธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดีกรมทางหลวง คุมในเส้นทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบทคุมในเส้นทางหลวงชนบท ส่วนผู้ว่าราชการคุมใน อบจ. ถนนของ อบจ. และถนนของท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้รถแต่ละคันจำนวน CC จำนวนแรงม้ามากขึ้น จะทำให้การบรรทุกน้ำหนักรถบางคันอย่างรถบรรทุกให้ ๒๕ ตัน แต่ตัวรถปาเข้าไป ๑๐ กว่าตันแล้วนะครับ แต่ว่าต้องประกอบด้วยว่าทุกคนทุกหน่วยงานจะต้อง ประกอบกันอย่างดี ตาชั่งมีอยู่ไม่กี่แห่งบนถนนหลวง แต่พอพวกที่วิ่งแล้วบรรทุกน้ำหนักเกิน ก็ใช้วิธีซิกแซกครับ ถึงตาชั่งไม่เข้าครับ เลี้ยวออกซ้ายออกขวาไปมันก็ปรามกันลำบาก แต่ว่า เจ้าหน้าที่ของตาชั่งโอกาสทุจริตก็น้อยมาก เพราะทุกอย่างมันเป็นคอมพิวเตอร์ Run ขึ้นมา ส่วนกลาง Run ขึ้นมาส่วนภูมิภาค Run ขึ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใช่แก้แทนกรมทางหลวงนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่พวกเราทำกันอยู่นี่ คนที่จะต้องดูให้มากที่สุดคือตำรวจทางหลวง กับตำรวจพื้นที่ บุคคลเหล่านี้ เจ้าหน้าที่เหล่านี้คือผู้ดำเนินการจับกุมครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ ฝากหลาย ๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบ เอากันจริง ๆ จัง ๆ ครับ ผมก็เห็นด้วยที่ไม่อยากให้ ถนนพัง ไม่อยากให้ประชาชนที่ใช้ถนนกว่าจะได้งบประมาณมาสร้างถนน พอมันลัดจาก ทางหลวงใหญ่ก็ไปวิ่งทางหลวงเล็ก ถนนของชาวบ้านพังหมด แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ท่านประธานที่เคารพสื่อความหมายนี้ คือวันนี้การจับกุมต้องเจ้าหน้าที่ ตำรวจ จับกุมเสร็จแล้วก็ทำสำนวนส่งฟ้องศาล ส่งอัยการก่อน โดยมากพวกที่ทำผิดกฎหมายหนัก ๆ ไม่ค่อยเป็นไร ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายอาญาที่น่ากลัวคือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ที่บอกว่าทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อกระทำความผิด หรือเป็นทรัพย์สิน ที่สามารถยึดได้ อย่างรถบรรทุกถ้าบรรทุกน้ำหนักเกินมีสิทธิยึดได้ครับ ตรงนี้ผู้ประกอบการ กลัวที่สุดคือการยึดรถครับ แต่ทว่าวันนี้กลับเป็นว่าเขาใช้วิธีทำสัญญาเช่าซื้อผูกไว้ เพราะฉะนั้น ผู้ขับรถไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน ผู้ประกอบการไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินจะยึดรถยึดไม่ได้ครับ แต่ชาวบ้าน Case หนึ่งที่จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นคนบ้านนอกที่ขายนาไปซื้อรถหกล้อ ซื้อรถหกล้อ ไปรับจ้างขนมันสำปะหลัง น้ำหนักเกินแค่ไม่กี่ร้อย แต่ผลปรากฏว่าเจ้าของรถเป็นคนขับ บรรทุกน้ำหนักเกินแล้วก็เป็นเจ้าของรถเอง ผลสุดท้ายศาลสั่งริบ สั่งยึดรถครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ชีวิตของคนจนโดนอย่างนี้ตลอด แต่คนรวยสัญญาเช่าซื้อ บริษัทเช่าซื้อก็มาร้อง ขัดทรัพย์ไว้ก็ทำให้ไม่มีอะไร
อีกประเด็นหนึ่งที่จะฝากท่านประธาน คือเรื่องมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ปัจจุบันนี้ คนทุกคน คนกรุงเทพฯ ได้ใช้มากที่สุดคือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มอเตอร์ไซค์รับจ้างมี ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคัน จาก ๕ เขตของขนส่งที่ควบคุมอยู่
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
นี่ครับ มอเตอร์ไซค์รับจ้างได้เข้าไปคุย กับผมบอกว่าวันนี้เขามีความเดือดร้อนมาก เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่ามันมีเจ้าที่ จอดบน Footpath ก็เสียสตางค์ จอดอยู่ตรงนี้ก็เสียสตางค์ เสื้อวินตัวหนึ่ง ท่านประธานดูนะครับ เสื้อวินที่ใส่สีส้ม ๆ นี่ละ ในเขตที่เจริญแถวนานา แถวสุขุมวิท ตัวหนึ่งมีราคาถึง ๑ ล้านบาท ถ้าเป็นซอยเล็ก ๆ ๖๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท ผมถามบอกว่าแล้วทำไมพวกเรามาขับล่ะ เขาบอกว่าก็ยังดีกว่าอย่างอื่นครับ ขับวันหนึ่งได้ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ผ่อนเสื้อ ๑,๐๐๐ บาท เหลือไว้ให้ครอบครัว ๕๐๐-๖๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกว่าเขาร้องทุกข์ มาตลอด ผมบอกกับทุกคนว่าวันนี้ทำให้ค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งคนลงจากรถไฟฟ้า จะต้องขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก่อนเลยครับ เพราะว่าจะเข้าซอย แล้วปัจจุบันนี้ก็มี การทะเลาะกันเหมือน Slide ที่ผ่านมาที่บริษัท Grab มาร้องเรียนนี่ครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามอเตอร์ไซค์มันมีวินปากซอยกับวินกลางซอย แต่ถ้าท่านขึ้นกลางซอยไม่มีใครรับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ชาวบ้านที่อยู่กลางซอยไม่ได้มีโอกาส เพราะว่า วินก้นซอยก็ไม่กล้ารับกลัวจะผิดคิว วินปากซอยก็ไม่กล้ารับกลัวจะผิดคิว ถ้าเรียก Grab มา ก็ถูกอัดนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานแก้ไขปัญหาให้หน่อยครับ กรมการขนส่งทางบกก็พยายามแก้อยู่ แต่เจ้าหน้าที่มีน้อยก็เห็นใจทุกคนครับ แต่วันนี้ ในความคิดส่วนตัวผมว่าเอาเข้าคณะกรรมาธิการการคมนาคม แก้ปัญหาไม่ยากครับ เราแก้ปัญหาไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญหรอกครับ เราสามารถแก้ปัญหาส่งมาที่ คณะกรรมาธิการการคมนาคม ผมคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มนพร เจริญศรี สุรพงษ์ ปิยะโชติ เอาอยู่ครับ กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ แก้ปัญหาให้หน่อยครับ คนเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนครับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพราะฉะนั้น วันนี้คนกรุงเทพฯ ต้องใช้มากที่สุด ใช้มากกว่าแท็กซี่ครับ เพราะฉะนั้นขอบคุณท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งด้วยความเคารพครับ