ภูริวรรธก์ ใจสำราญ หารือปัญหารถบรรทุกขนาดใหญ่จากไซต์งานก่อสร้างและโรงงานปูนในเขตบางเขนที่วิ่งผ่านชุมชนด้วยความเร็ว สร้างความเสียหายต่อถนน บ้านเรือน และความปลอดภัย จึงเรียกร้องให้ผู้ประกอบการ ผู้ว่าจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับผิดชอบผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การควบคุมความเร็วด้วย GPS การล้างล้อ คลุมผ้าใบ การชั่งน้ำหนักก่อนออกไซต์ และการกำหนดเส้นทางเดินรถอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังกล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนบริการขนส่งสาธารณะในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ แม้มีการประกาศเส้นทางแล้ว แต่เกิดปัญหาจากการผูกขาดของทุนใหญ่ ความล้มเหลวในการดำเนินการตามประกาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชน จึงเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จรเข้บัว พรรคก้าวไกล ผมจะใช้เวลาไม่นาน เพราะว่าน่าจะมีเพื่อน สส. ของผมมีประเด็นอภิปรายที่หลากหลาย หลายคน แล้วก็เจาะลึก ลงไปในประเด็นนะครับ แต่ว่าผมอดใจไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะว่าในฐานะ สส. คนหนึ่ง ที่ได้รับเรื่องร้องเรียน แล้วก็ลงพื้นที่ดูปัญหาเรื่องนี้บ่อยมาก ๆ นะครับ ปัญหารถบรรทุก ขนาดใหญ่ที่วิ่งจาก Plant ปูนในพื้นที่ผม หรือไม่ก็คือไปจาก Site งานที่ขนดินเยอะจริง ๆ ครับ วิ่งเข้าซอยเล็กซอยน้อย ทิ้งทั้งดิน ทั้งฝุ่น พร้อมรอยแตกของถนน ผนังกำแพงบ้านเรือน สะเทือน บางทีก็มีรอยร้าวเป็นของขวัญให้ประชาชนดูต่างหน้า นอกจากนี้ก็ยังวิ่งด้วยความเร็ว ทะลุนรกเลย บรรทุกของสูงด้วย เมื่อวิ่งตอนกลางคืนบวกความเร็ว บวกกับการจัดระเบียบ สายสัญญาณต่าง ๆ พาดระหว่างเสาไฟ ผสมกันเข้าไปก็พารูดทั้งสายเสาไฟ สายสัญญาณล้ม เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ผมเคยเข้าไปคุยกับผู้ประกอบการ แล้วก็ถามถึงเรื่องของการติดตั้ง GPS มันมีการติดตั้งจริง ๆ ครับในรถบรรทุกเหล่านั้น แต่ว่ามันเหมือนจะถูกใช้แค่เพื่อดู ตำแหน่งว่าตอนนี้ถึง Site งานหรือยัง ไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพให้เกิดการควบคุมความเร็วรถ ทั้งที่จริงสามารถทำได้นะครับ คุณภาพในการขับรถของคนขับก็สามารถควบคุมโดยใช้ ระบบ GPS ได้ แต่ตรงนี้ยังไม่มีการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เรามีพระราชบัญญัติ สาธารณสุข มีกฎระเบียบจราจรที่กำหนดโทษ ตำรวจบ้างก็เปรียบเทียบปรับ ปรับบ่อย จนกระทั่งกลายเป็นความไม่เกรงกลัวกันเกิดขึ้น เมื่อมีการลงโทษที่เบา ไม่มีการถอน ใบอนุญาตก็จะทำให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ ๆ แล้วสุดท้ายก็จะมีเรื่องส่วย ถึงจะยอมเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เป็นแบบนี้นะครับ นอกจากนี้ไม่ได้มีเรื่องของการบัญญัติให้ผู้ประกอบการ หรือผู้ว่าจ้างต้องมารับผิดชอบ แต่มันควรจะเป็นความสำคัญที่ผู้ประกอบการแล้วก็ผู้ว่าจ้าง ต้องพร้อมในการให้การดูแลในการปล่อย ก่อนที่จะปล่อยรถบรรทุกออกจาก Site Plant และจะต้องดูแลในเรื่องของความสะอาด การล้างล้อรถ ผ้าใบที่คลุมอย่างแน่นหนา แล้วก็ รวมถึงเรื่องของน้ำหนัก ในขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ ควรจะมีการขยายรูปแบบการตรวจชั่งน้ำหนัก การใช้ Weight in Motion เข้าไปสู่หน้า Plant Site งานทั้งหลาย แล้วก็รวมไปถึงเรื่องของ การกำหนดเส้นทางวิ่งด้วย ควรจะวิ่งในเส้นทางที่เป็นเส้นทางหลัก ไม่ใช่เส้นทางที่เป็นตามซอย หรือว่าหมู่บ้านต่าง ๆ เพราะว่าตรงนั้นถนนไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้อยู่แล้ว
ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องรถบรรทุก ผมมีเรื่องขนส่งอีกเรื่องหนึ่งครับ กว่า ๓ เดือนที่ผมเคยปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา เรื่องขนส่งสาธารณะไม่เพียงพอ ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ เหนือ กินตั้งแต่สายไหม วัชรพล บางเขน ลงมาลาดพร้าวแล้วก็อีก ในหลาย ๆ เขตก็เจอเหมือนกันครับ ทั้ง ๆ ที่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เส้นทางเดินรถ ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่อเนื่องถึง ๒๕๖ เส้นทาง ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปัจจุบันปี ๒๕๖๖ บางเส้นทางก็ยังไม่มีการเปิดประมูล ไม่แน่ใจครับว่าติดปัญหาใด แต่ชาวบ้านได้รับปัญหาครับ ตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววในการดำเนินการ ของเก่ายังไม่จบครับ เมื่อปีที่แล้วกรมการขนส่งทางบก ก็ประกาศเส้นทางหมวด ๑ ตามแนวทางการปฏิรูปรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วก็จังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่องอีก ๗๗ เส้นทาง ในเส้นทางนี้ก็ไร้วี่แวว เส้นทางในพื้นที่ สายไหม วัชรพล บางเขน รามอินทรา ลาดพร้าว เหตุผลคืออะไรไม่แน่ใจ คือไม่สามารถทำกำไร เลยปล่อยเส้นทางเหล่านั้นไปไม่ต้องมาอยู่ในแผนใช่หรือไม่ อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากนั้น ก็คือมีเรื่องของนโยบาย ๑ สัมปทานกับ ๑ ผู้ประกอบการ แต่จากการทำประกาศทะเบียนกลาง กำหนดคุณสมบัติของผู้ประสงค์ขออนุญาตประกอบการขนส่ง แล้วก็รวมถึงการทำ TOR หลักเกณฑ์การพิจารณาในหลาย ๆ ข้อ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำอาชีพนี้มานาน ไม่มีศักยภาพ ก็ไม่สามารถจะทำธุรกิจนี้ต่อไปได้ เอื้อต่อทุนใหญ่ แล้วสุดท้ายก็จะมีการทำเป็น เงินทอนกลับมาในการจัดจ้างครั้งนั้น ๆ สุดท้ายแล้วครับ หลาย ๆ สายทุนใหญ่ก็มักจะละทิ้งในเส้นทางนั้นเพราะว่ามันไม่ทำกำไร อีกต่อไปสุดท้าย ขสมก. ก็จะต้องสลับรถมาวิ่งเอง ผู้ประกอบการขนาดเล็กก็ต้องมาเป็น Feeder แทน แต่ว่าก็ไม่สามารถรักษาความถี่ในการบริการได้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจครับว่า การประกาศในครั้งนั้นกลุ่มทุนใหญ่ถึงจะได้เส้นทางไป ๗๑ เส้นทาง จากทั้งหมด ๗๗ เส้นทาง นี่ก็คือสัมปทานผู้ประกอบการเป็นการผูกขาดโดยเฉพาะ เพราะที่ผ่านมา เราเห็นหลายเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงว่าผู้ประกอบการที่เป็นผู้สัมปทานใหญ่ ๆ นั้น ไม่ได้คำนึงถึงประชาชนแล้วก็ผู้ที่ใช้บริการ ทั้งเรื่องจำนวนรถ จำนวนเที่ยวที่วิ่งต่อวัน ประชาชนเดือดร้อน หลาย ๆ ด้านเราก็ได้แต่เรียกร้องเหล่านั้นไป เพราะว่าสุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ เกิดปัญหาแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าครับ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าการตั้งครั้งนี้เอาปัญหามาถกแก้จริง ๆ แล้วก็ผลักดันให้สมกับชื่อของญัตติ เพื่อความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ และป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ ก็จะเป็นสิ่งที่ดี แล้วก็เป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำงานในครั้งนี้ ขอบคุณมากครับ