สุรินทร์ ปาลาเร่ ชี้ประเด็นปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สืบเนื่องจากความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ การใช้ความรุนแรงของรัฐ และการขาดความเป็นธรรมในนโยบายรัฐ โดยเฉพาะการย้ายการดูแลกิจการฮัจย์มาอยู่ใต้กระทรวงมหาดไทยโดยขาดการสนับสนุนที่เพียงพอ ทำให้เกิดความเสื่อมถอยในระบบบริหารกิจการศาสนาอิสลาม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็อยู่ในภาคใต้มาโดยตลอดและปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ในบั้นปลายชีวิต ปัญหาภาคใต้มีมานานแล้ว สาเหตุสำคัญหลักจริง ๆ ก็มาจากผู้นำ เริ่มต้น ก็สมัย จอมพล ป. พิบูลสงครามใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เอาอารยธรรมตะวันตกมาใช้ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ต้องอย่าลืมว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องศาสนา ศิลปวัฒนธรรมอะไรต่าง ๆ ใช้ภาษามลายูส่วนใหญ่พูดกันเหมือนกับภาษามาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย จอมพล ป. ได้เข้ามาใช้อารยธรรมตะวันตกออกมาบังคับผู้ที่นับถือศาสนา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกลายมาเป็นเรื่องการต่อต้านรัฐบาลขึ้นมา หะยีสุหลง ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จริงมันเรื่องการเมืองต้องการให้ ลูกหะยีสุหลงมาเป็นผู้แทนราษฎรตอนนั้นคือหะยีอามีน โต๊ะมีนา แต่หะยีสุหลงไม่ยินยอม ก็เรียกเชิญมาที่จังหวัดสงขลา โดยผู้เชิญตอนนั้น พลตำรวจโท บุญเลิศ เลิศปรีชา หะยีสุหลง มาด้วยกัน ๔ ท่าน พร้อมด้วยลูกชายคนโตแล้วก็หายไป เขาก็รู้กันทั้งหลายว่าในวันที่ ๑๓ ปี ๒๔๙๗ หะยีสุหลงก็มีการพูดว่าจับไปถ่วงน้ำ ตอนนี้หาศพไม่เจอ นั่นคือความรุนแรง ที่เกิดขึ้น ทั้งที่จริงมันเกิดขึ้นมาสมัยรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์มาแล้ว เมื่อหะยีสุหลง ประชุมหาแนวทางในการแก้ปัญหา ๗ ข้อของหะยีสุหลงก็มีเรื่องที่ดี ๆ อยู่หลายเรื่อง ยกตัวอย่างภาษาที่ใช้ในราชการให้ใช้ภาษาไทยและภาษามลายู แล้วก็ให้คนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ การรับราชการใช้คนทั้งพุทธแล้วก็มุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในการรับราชการทั้งหมด เราอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งพุทธและมุสลิมอยู่ด้วยกัน แบบพี่น้อง มุสลิมหลายคนก็มีภรรยาเป็นพุทธ พุทธมีภรรยาเป็นมุสลิมและกลับมาเข้า รัฐอิสลามตอนนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เกิดจาก จอมพล ป. จากเหตุการณ์ตรงนั้น เกิดขบวนการ BRN ขึ้นมา เกิดขบวนการ BNPP ขึ้นมาโดย พันตรี มูฮัมหมัด ไมดิน ซึ่งเป็นลูกของสุลต่านองค์สุดท้ายของปัตตานี ก็ตั้งขบวนการแบ่งแยกดินแดนมาตั้งแต่นั้น นี่คือข้อผิดพลาด แล้วกระผมจะชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงอีกครั้งหนึ่งที่เราเสียหายมาก ก็คือการฆ่าทูตในประเทศไทยโดยเราไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากนอกประเทศหรือในประเทศ เราก็ ไปอุ้มอัลรูไวลีนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย อุ้มแล้วก็ปรากฏหายไป จนกระทั่งความสัมพันธ์ ของเรา ๓๐ กว่าปีขาดไป เราขาดรายได้ไปเท่าไรท่านรู้ไหมครับ เราขาดรายได้เป็น แสนแสนล้านบาท เพราะคนไทยไปทำงานซาอุดีอาระเบียไปไม่ได้ เพิ่งมามีสัญญาณที่ดีขึ้น ในปีที่แล้ว ส่วนปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะคิดมา ๑๙ ปี ๔.๘ แสนล้านบาท คนตายที่พวกเราอภิปรายไปแล้วว่าจำนวนมาก และบาดเจ็บจำนวนมาก ที่ร้ายที่สุด ต้องทิ้งถิ่นฐานคนไทยพุทธไม่กล้าอยู่ ทิ้งถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในหาดใหญ่ เข้าไปอยู่ใน กรุงเทพมหานคร ไปอยู่ที่ต่าง ๆ มากมายไม่กล้าอยู่ ความแตกแยกเกิดขึ้นจากรัฐ การแก้ปัญหาของเราในช่วงปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ เราก็ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา กระทั่งว่าเราต้องไปเยียวยาเหตุที่เกิดขึ้น ในกรือเซะก็ดี ในตากใบก็ดี เกิดขึ้นจากการที่ ไม่เข้าใจ เราต้องยอมรับคนบางส่วนถูกหลอกมาบ้าง อะไรบ้าง เราเหมารวมหมด กระบวนการสันติสุขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งขึ้นมาเหมือนกับหลอกชาวบ้าน ไม่ได้ จริงใจ ซื้อเวลาเสียมากกว่า ในตรงนี้ซื้อเวลามากกว่า วันนี้เป็นเรื่องที่ดีที่ท่านรอง นายกรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน เชิญ สส. ที่อยู่ในภาคใต้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ ๔ อำเภอไปคุยกันว่าเราจะเอากันอย่างไร ถามความเห็น สส. ว่า พ.ร.บ. ฉุกเฉินควรจะ เลิกไหม แล้วเราจะต้องทำอะไรต่อไป จริง ๆ หลักที่จะต้องทำคือความเป็นธรรม ท่านทราบไหมว่าคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาคิดว่าเขาไม่ได้ความเป็นธรรม ผมจะยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่งเรื่องฮัจย์นะครับ เรื่องฮัจย์มีการย้าย พ.ร.บ. ฮัจย์จาก กระทรวงวัฒนธรรมมาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย คนที่คิดย้ายเขาก็มีส่วนในการผลักดันตรงนี้ หลงคิดว่าย้ายมาอยู่ในกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่ใหญ่มีงบประมาณมากมาย มีนายอำเภออยู่ในพื้นที่ มีผู้ว่าราชการจังหวัด มีอธิบดีกรมการปกครอง ปลัดกระทรวง ท่านเชื่อไหมว่าตั้งแต่ย้ายมา อธิบดีกรมการปกครอง ปลัดกระทรวง เดี๋ยวนี้คนปัจจุบันไม่เคย เข้าประชุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตลอดระยะเวลาอันมีสมัยท่านปลัดฉิ่งเข้าประชุมอยู่ ๑-๒ ครั้งที่โอนมาใหม่ ๆ แล้วก็ไม่ได้ยกฐานะอะไรขึ้นมาเลย คนที่จะมาต้องยืม ไม่มีข้าราชการ ที่นั่นต้องยืมข้าราชการจากต่างจังหวัดมาอยู่ แล้วระดับที่ไปดูแลคน ๑๓,๐๐๐ กว่าคนเอามา จากไหนครับ เรียกมาช่วยราชการ คนที่อยู่ในหน่วยงานนั้นย้ายออกหมดเพราะไม่ก้าวหน้า ระดับต่ำกว่านายอำเภอเสียอีกที่ไปดูแลในเรื่องกิจการศาสนาของอิสลามทั้ง ๒ พ.ร.บ. พ.ร.บ. การบริหารกิจการศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ และ พ.ร.บ. ฮัจย์ นี่คือความไม่ได้ สนใจของราชการ ความเป็นธรรมต่าง ๆ คนที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซียเราได้ไปดูแลไหม ไม่ได้ไปดูแล ขณะนี้ติดคุกอยู่ในประเทศมาเลเซีย ๒๘๐ กว่าคน รวมทั้งเด็กและสตรีโดนขัง อยู่ในคุกในมาเลเซีย ถามว่ากระทรวงการต่างประเทศไปดูแลไหม ไม่ได้ไปดูแลเลย นี่อยู่ในที่ ต่าง ๆ ผมมีรายละเอียดทั้งหมดที่จะส่งให้ท่านประธานว่าใครอยู่ที่ไหน อยู่ในรัฐไหน กี่คน เด็กกี่คน อายุเท่าไรอะไรต่าง ๆ ผมมีรายละเอียดหมด แต่ทางรัฐบาลเราไม่ได้ไปดูแล เรื่องของอิสลามอย่าไปยุ่งดีกว่าเป็นลักษณะอย่างนั้น ฉะนั้นกระบวนการสันติสุขต้องจริงใจ มันไม่จริงใจหรอกครับ ปัญหาเกิดขึ้น ยกตัวอย่างให้ครับ ผมขอเวลาอีกสัก ๑ นาที ทหาร จากภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๓ ภาค ๔ ไป ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คนในภาคต่าง ๆ เมื่อไป ปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บางทีก็ถูกระเบิดบ้าง เสียชีวิตบ้าง ต้องเอาศพ ข้ามไปไว้ที่ไหน ถ้าเป็นคนอุบลราชธานีกลับไปอุบลราชธานี ทำให้คนอุบลราชธานีเกลียด ญาติ ๆ พี่น้องเกลียดคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านเชื่อไหมเหตุเกิดขึ้นใหม่ ๆ คนที่ อยู่ในขบวนการจริง ๆ มันน้อยมาก ถ้าคิดแล้วผมคิดว่ามันยังไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ คนส่วนใหญ่ถ้าคลุมผ้าหน่อยไม่ได้ โรงพยาบาลบางแห่งไม่รับคนที่คลุมฮิญาบ โรงเรียน บางโรงเรียนไม่รับ คนที่มาอยู่ที่นี่เป็นครู เป็น ผอ. คุณอย่าคลุม ขอร้องอย่าคลุม เป็นอย่างนั้น จนกระทั่งมาร้องเรียนฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองเขาก็ไปพูด พูดอย่างไรถ้าเขา ไม่ชอบ ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย ตอนนี้คนไทยพุทธก็หนีออกมาเยอะ ทำอย่างไรให้เขาอยู่ ในพื้นที่ได้ องค์กรศาสนาไปแก้ปัญหาไม่ให้ใช้ความรุนแรงหลังจากมีการฆ่าพระที่สุไหงปาดี ก็ไปขอร้องผู้นำศาสนาทั้งหมด รวมทั้งอิหม่ามทั้งหมดว่าขอร้องว่าอย่าใช้ความรุนแรงเลย พระไม่รู้เรื่องหรอก นี่ครับมันถึงเบาบางมา พยายามทุกทางแล้วก็ขอขอบคุณครับ ที่จริง อยากจะอภิปรายเรื่องนี้ให้ยาวกว่านี้ แต่เมื่อเวลาจำกัดต้องขอขอบคุณ ฝากไว้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ