พริษฐ์ วัชรสินธุ อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อส่งเสริมสันติภาพชายแดนใต้ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเปลี่ยนแนวทางแก้ปัญหาจากความสงบชั่วคราวไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน พร้อมเสนอปรับโครงสร้างผู้นำกระบวนการจากทหารเป็นพลเรือน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และทบทวนมาตรการความมั่นคงเพื่อคืนความปลอดภัยและสิทธิเสรีภาพ พร้อมผลักดันการกระจายอำนาจภายใต้กรอบรัฐเดี่ยวและการปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับข้อตกลงสันติภาพ
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิก คุณรอมฎอน ปันจอร์ ที่ได้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรนั้นพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาติดตามและส่งเสริมการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ ท่านประธานครับ หากนับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี ๒๕๔๗ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ก็ได้ใช้เวลารวมกันเกือบ ๒๐ ปี และงบประมาณไปกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อพยายาม จะแก้ไขปัญหา แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือประชาชนกลับเสียชีวิตไปแล้ว ๗,๐๐๐ คน บาดเจ็บไปแล้ว ๑๓,๐๐๐ กว่าคนจากความขัดแย้งในพื้นที่ ในขณะที่ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ ในพื้นที่ก็มีทั้งรายได้ครัวเรือน อัตราการจ้างงาน และโอกาสทางการศึกษาที่ต่ำที่สุด เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทั้งหมดที่ผมพูดนี้ครับท่านประธาน เป็นสัญญาณเตือนภัย ที่ชัดเจนว่าถึงเวลาจริง ๆ ที่เราจำเป็นต้องใช้เวทีคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาเพื่อเร่งระดม ความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้จริง ดังนั้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ผมหวังว่าจะตั้งขึ้น ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในการนำเสนอข้อเสนอที่ผมเรียกว่า ๒ ปรับ ๓ ขยัก ๒ ปรับ ในที่นี้ก็หมายถึงการปรับกรอบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้ใน ๒ ด้านสำคัญ
ปรับที่ ๑ คือการปรับเรื่องของเป้าหมาย ผมเห็นด้วยครับที่เพื่อนสมาชิก คุณรอมฎอนนั้นเลือกใช้คำว่าสันติภาพ ในญัตติที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ณ เวลานี้ เพราะเรา ต้องตั้งหลักให้ชัดว่าเป้าหมายที่เรามุ่งสู่นั่นคือสันติภาพที่ไม่ใช่แค่ความสงบ ที่ผมพูดแบบนี้ เพราะหากเรามองว่าเป้าหมายคือเพียงความสงบชั่วคราว เราอาจจะหลงคิดว่าการใช้กำลังอาวุธ เพื่อสร้างความหวาดกลัวคือทางออก และมองปัญหานี้เป็นเพียงปัญหาเรื่องความมั่นคง ทางการทหาร แต่หากเราเข้าใจว่าเป้าหมายคือสันติภาพที่ยั่งยืน เราจะเห็นถึงความจำเป็น ในการสร้างความสงบที่มาควบคู่กับความชอบธรรม เป็นความสงบที่ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เกิดจากการยอมรับของทุกฝ่ายซึ่งต้องอาศัยการแสวงหาทางออกทางการเมือง
ปรับที่ ๒ คือการปรับทัพ แม้รัฐบาลแต่ละยุคสมัยนั้นก็อาจจะมีแนวทาง ที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ครับ เพราะที่ผ่านมาผู้รับผิดชอบหลักที่ได้ถูก มอบหมายให้ถือธงนำในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้นั้นคือกองทัพ หรือว่าหน่วยงาน ความมั่นคงอย่าง กอ.รมน.
ในเมื่อเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงความสงบแต่คือสันติภาพ และในเมื่อ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ปัญหาความมั่นคง แต่คือปัญหาทางการเมืองผมก็เห็นสมควรที่ผู้นำ ในกระบวนการสันติภาพนั้นก็ควรจะปรับจากกองทัพมาเป็นหน่วยงานพลเรือน เมื่อเราปรับ ทั้งเป้าหมายและปรับทัพเช่นนี้ เราจะเห็นได้ชัดว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้นั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยวาระทางนโยบายที่ผมขออนุญาตแบ่งออกเป็น ๓ ขยัก
ขยักที่ ๑ สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า วาระหลักในขยักนี้คือ Demilitarization หรือการปฏิรูปหน่วยงานและกฎหมายความมั่นคงในพื้นที่ การรักษา ความปลอดภัยกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนในพื้นที่นั้นเป็น ๒ เป้าหมายที่ต้องทำ ควบคู่กันครับท่านประธาน แต่การที่ชายแดนใต้นั้นมีการประกาศกฎอัยการศึกมาแล้ว ๑๙ ปี มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว ๑๘ ปีก็สะท้อนให้เห็นชัดว่ามาตรการความมั่นคง พิเศษต่าง ๆ นั้นไม่สามารถบรรลุทั้งสองเป้าหมายได้ เพราะในขณะที่ความรุนแรงในพื้นที่ ชายแดนใต้ก็ยังคงมีอยู่ แต่การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในนามของกฎหมาย ความมั่นคงก็ยังกลายเป็นชนวนที่เพิ่มความไม่พอใจของประชาชนในพื้นที่ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นครับท่านประธาน การแสวงหาสันติภาพในชายแดนใต้นั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำให้พื้นที่ ชายแดนใต้เป็นพื้นที่แห่งสภาวะยกเว้นที่ถูกใช้นำร่องสำหรับมาตรการความมั่นคงพิเศษ แต่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการทบทวนมาตรการความมั่นคงพิเศษทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น การทบทวนการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ การทบทวนเรื่องของกฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หรือแม้กระทั่งข้อเสนอเรื่องการยุบ กอ.รมน. ซึ่งปัจจุบันนั้นก็ได้ขยายมาเป็นโครงสร้าง รัฐซ้อนรัฐที่เปิดช่องให้กองทัพนั้นขึ้นมานำพลเรือน
ขยักที่ ๒ เพื่อแก้ปัญหาช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน วาระหลักในขยักนี้คือ Deliberation หรือการสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ ท่านประธานครับ หากข้อตกลงสันติภาพในอนาคตจะสะท้อนถึงฉันทามติของทุกภาคส่วนในสังคม กระบวนการทั้งหมดนั้นก็ควรจะเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยที่สุด ก็ผ่านกลไกของรัฐสภา ที่ประกอบไปด้วยตัวแทนของประชาชนในทุกภาคส่วน แม้การตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ผมก็หวังว่าเราจะพิจารณาเพิ่มบทบาท ให้กับรัฐสภาแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสะพานที่จะทำให้กระบวนการสันติภาพนั้นมีความยึดโยง กับประชาชนมากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาหรือการรับรองข้อตกลงสันติภาพ ก่อนมีการตอบตกลง หรือไม่ว่าจะเป็นการใช้พื้นที่ของรัฐสภาเพื่อดำเนินการแก้กฎหมาย ให้สอดคล้องกับข้อตกลงสันติภาพหลังจากมีการตกลงโดยทุกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขยักที่ ๓ เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน วาระหลักนั้นหลีกหนีไม่พ้น Decentralization หรือการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ต้นตอของปัญหาชายแดนใต้นั้นไม่ใช่ความขัดแย้งทางการทหาร แต่คือความชอบธรรม ของรัฐไทยในการปกครองในพื้นที่ภายใต้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย ดังนั้นการแสวงหาสันติภาพคงจะเกิดขึ้นได้ยากหากเราไม่มีการกระจายอำนาจจากส่วนกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนนั้นได้มีส่วนร่วมมากขึ้นในการกำหนดอนาคตของพื้นที่ นอกจาก ข้อเสนอมาตรฐานของพรรคก้าวไกลครับไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอให้ทุกจังหวัดนั้นมีผู้บริหาร สูงสุดที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอให้มีการกระจายอำนาจในการจัดทำบริการ สาธารณะไปสู่ท้องถิ่น หรือไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอในการเพิ่มสัดส่วนงบประมาณที่ถูกแบ่งให้กับ ท้องถิ่นอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้นแต่ด้วยบริบทเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ การศึกษา ทางเลือกต่าง ๆ ที่หลากหลายของการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่เรา ต้องมาร่วมกันคิดเพิ่มเติมกันอย่างจริงจัง ที่ผมพูดแบบนี้ ผมก็พูดด้วยความตระหนักดีว่า หลายฝ่ายนั้นอาจจะกังวลเรื่องการแบ่งแยกดินแดน หรือการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็น สหพันธรัฐ แต่ผมต้องขอยืนยันว่าทางเลือกทั้งหมดที่เรากำลังพูดคุยอยู่ ณ วันนี้ล้วนอยู่ใน กรอบของการคงไว้ซึ่งรูปแบบของรัฐเดี่ยวตามนิยามในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นในเมื่อ ๓ วาระ สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปกฎหมายและหน่วยงานความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม บทบาทของรัฐสภาในกระบวนการสันติภาพ หรือว่าไม่ว่าจะเป็นการกระจายอำนาจ สู่ประชาชนในพื้นที่นั้นเป็นวาระที่ล้วนต้องอาศัยการร่วมกันคิดและร่วมกันออกแบบ โดยตัวแทนของหลายกระทรวงและตัวแทนของทุกฝ่ายทางการเมือง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อน ๆ สมาชิกในที่นี้จะสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิก คุณรอมฎอน ปันจอร์ ให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ที่สะท้อน ฉันทามติของทุกคนอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน