สรรเพชญ บุญญามณี สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้นำศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรมและจริงจัง เพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่สะสมมานานและลดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการคงความเป็นหนึ่งเดียวของชาติ การกระจายอำนาจ ความยุติธรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจการศึกษา โดยเรียกร้องให้รัฐอัดฉีดงบประมาณและคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนเพื่อสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนตามหลักรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติเพื่อศึกษาติดตามและส่งเสริมการสร้าง สันติภาพใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาเรื่องความขัดแย้งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่สะสมมานานกว่า ๒๐ ปี นับตั้งแต่เสียงปืนลั่นออกมา เมื่อปี ๒๕๔๗ จวบจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ทุเลาเบาบางลงแต่อย่างใด หนำซ้ำเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดที่อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ยังไม่นับรวมกับอดีตที่ผ่านมากว่า ๑๙ ปี มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๗,๕๒๐ คน มีผู้สูญหาย มีผู้บาดเจ็บ มีผู้ล้มตาย ท่ามกลางความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น แน่นอนที่สุดผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ๓ จังหวัดของเราเสียโอกาสในการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก กระผมคิดว่าโอกาสนี้เป็นโอกาส อันดีที่เราจะได้มีการศึกษาเรื่องนี้ แต่ผมขอท่านประธานว่าขอให้การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รอบนี้ผมขอให้เป็นครั้งสุดท้ายเสียที เพราะผมเชื่อว่าทุกสภาที่ผ่านมาก็มีการตั้งประเด็นศึกษาเรื่องเกี่ยวกับ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมขอให้ท่านตั้งใจศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วก็รอบด้านทุกมิติ ต้องให้ความเป็นธรรม กับทุกภาคส่วน กระผมขอหยิบตัวอย่างการศึกษาที่เขาเรียกว่า Peace Survey ซึ่งเป็นผลการศึกษา ความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเครือข่าย ๑๕ องค์กรที่ร่วมมือกันทำการศึกษานี้ ได้ศึกษาทั้งผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา นักกิจกรรมสังคม ประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องต่างให้ข้อมูลที่สะท้อนความคิด ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด การศึกษาที่ว่านี้เขาเสนออะไร ข้อสังเกตหนึ่ง ที่น่าสนใจก็คือผู้นำศาสนาและประชาชนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และสำคัญที่สุดต่อการสร้างสันติภาพในพื้นที่นั้นคือรัฐบาล และทั้ง ๒ กลุ่ม ความคิดเห็น ตรงกันอีกว่าหากต้องการให้กระบวนการพูดคุยประสบความสำเร็จจำเป็นต้องให้ผู้นำศาสนา และอุสตาซเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ผมก็ขอให้ข้อสังเกตไว้ว่าเป็น ข้อสังเกตที่น่าสนใจและท่านควรจะให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ด้วย
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือข้อเสนอด้านการปกครอง ซึ่งประชาชนทั่วไป และผู้นำทางความคิดส่วนใหญ่ต่างเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องพูดคุยกันถึงเรื่องรูปแบบ การปกครองในพื้นที่หากต้องการจะแก้ไขปัญหาระยะยาว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคืออะไรครับ สิ่งที่กำลังสะท้อนบอกว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการให้มีการแบ่งแยกดินแดน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังอยากเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย สิ่งนี้คือสิ่งที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญท่านต้องตั้งหลักให้ชัดและตั้งหลักให้มั่น และชัดเจนว่าจะไม่มี การเสนอเรื่องการแบ่งแยกดินแดนเพื่อขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญไม่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ คือประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียวจะแบ่งแยกมิได้
ท่านประธานที่เคารพครับ อีก ๑ ประการที่ผมไม่พูดเลยไม่ได้ก็คือเรื่องของ การกระจายอำนาจ เพราะการศึกษาพบว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากให้มีการกระจายอำนาจ มากขึ้นในรูปแบบพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนสะท้อนผ่าน ผลสำรวจการศึกษาของ ๑๕ องค์กร สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ ความยุติธรรมไม่ใช่เฉพาะในมิติของกฎหมายเท่านั้น เพราะความยุติธรรมในทางกฎหมาย เป็นบรรทัดฐานที่อารยประเทศพึงมี รัฐบาลต้องทำให้คนในพื้นที่ไม่รู้สึกว่าเขาโดนเลือกปฏิบัติ และกรณีการอุ้มฆ่าเหมือนในอดีตที่ผ่านมาตอนนี้ไม่มีแล้ว ถือได้ว่าที่ผ่านมาเราได้แก้ไข ปัญหาเรื่องกฎหมายไปส่วนหนึ่ง แต่นอกเหนือจากสิ่งที่เป็นเรื่องของกฎหมายคือการพัฒนา พื้นที่และการกระจายทรัพยากรต่าง ๆ ที่ควรให้คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เข้าถึง ความรู้สึกว่าเขาเป็นคนชายขอบในสังคม รวมถึงการเป็นคนชายแดนในประเทศไทย เราควร ให้ความสำคัญกับคนใน ๓ จังหวัดเหมือนกับที่เราให้ความสำคัญกับคนในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ เพราะในวันนี้รายได้ประชากรต่อหัวของประชากร ใน ๓ จังหวัดท่านประธานทราบไหมครับ เฉลี่ยอยู่ที่ ๖๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี รัฐบาลต้อง อัดฉีดงบประมาณลงไปเพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดสรรที่ดินทำกิน ส่งเสริมให้ใช้พื้นที่นาร้างว่างเปล่าให้สามารถ ปลูกพืชเศรษฐกิจได้ และส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางทางด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง เป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากร หรือต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่นั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ ความเป็นธรรมในเรื่องของการศึกษา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีมหาวิทยาลัย ครบทั้ง ๓ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ม.อ. ปัตตานี ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ แต่สิ่งที่เราต้องยกระดับคือเราต้องยกระดับ การศึกษาให้สอดคล้องกับสายงาน ให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ เพื่อที่จะให้น้อง ๆ ที่จบ ออกมาใหม่มีงานทำ พอเขามีงานทำ เขามีรายได้ในพื้นที่ ความเสี่ยงที่เขาจะไปยุ่งกับสิ่งต่าง ๆ มันก็อาจจะน้อยลง ผมเลยอยากเห็นสิ่งเหล่านี้นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด มีงานทำ มีเศรษฐกิจที่ดี หรือที่เขาเรียกว่าสันติภาพกินได้ สุดท้ายครับท่านประธาน ผมหวังว่าคณะกรรมาธิการที่กำลังจะแต่งตั้งขึ้นจะศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ครอบคลุมทุกมิติ และให้คำนึงถึง ความรู้สึก ผมเน้นว่าให้คำนึงถึงความรู้สึกของคนในพื้นที่ทุกภาคส่วน เพื่อที่จะนำไปสู่ การสร้างสันติภาพและสันติสุขต่อไปในอนาคต กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ