ธิษะณา สนับสนุนญัตติชายแดนใต้ ชี้กฎหมายมั่นคงกระทบสิทธิ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๖

ธิษะณา ชุณหะวัณ อภิปรายสนับสนุนญัตติเกี่ยวกับความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายใต้กฎหมายความมั่นคงที่เปิดช่องให้รัฐใช้อำนาจควบคุมประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการจับกุมโดยไม่มีหมายศาล การคุมขังในสถานที่ไม่เป็นทางการ และการซ้อมทรมาน ซึ่งกระทบต่อสิทธิของประชาชนรวมถึงเด็กและเยาวชน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำกลไกความยุติธรรมเปลี่ยนผ่านมาใช้เพื่อจัดการกับความรุนแรงอย่างร้ายแรงและส่งเสริมการปรองดอง โดยเรียกร้องให้พิจารณาญัตติเร่งด่วนเพื่อยุติปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน เขตสาธร และเขตราชเทวี ดิฉันขออนุญาตนำ Slide ขึ้นค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

วันนี้ดิฉันมาพูดอภิปราย เพื่อที่จะสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกคุณรอมฎอน ปันจอร์ เรื่องความขัดแย้ง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

๑. คือดิฉันคิดว่าปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคำว่า ความมั่นคง เข้ามาเป็นหลัก ประเด็นนี้มีมิติในความมั่นคงที่มีมิติที่ไม่ได้สร้างความปลอดภัยหรือว่า ภยันตราย แต่ว่ารัฐมิได้คำนึงถึงประเด็นการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนภายในรัฐ ที่มีการสร้างความหวาดกลัวหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับประชาชนในรัฐ ในหลายประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งประเด็นการปัญหาละเมิด สิทธิมนุษยชน การคุกคามที่มีทั้งเด็กหรือเยาวชนในพื้นที่อีกด้วย ประเด็นนี้เกิดขึ้นจากรัฐ เปิดช่องในการเอื้อให้เกิดความรุนแรงโดยรัฐ ซึ่งเป็นกฎหมาย ๓ ฉบับที่เปิดทางให้รัฐ และส่วนกลางมีอำนาจควบคุมประชาชน นั่นคือ ๑. พ.ร.บ. กฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๕๔๗ ๒. พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่เรารู้จักกัน และ ๓. พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยเป็นกฎหมายที่จัดตั้ง เรารู้จักกันในชื่อ กอ.รมน. หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักรที่มีอำนาจบังคับตามกฎหมาย ๓ ฉบับ ได้เพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ และอำนาจอธิปไตยให้กับกองทัพในการควบคุมพื้นที่

๑. พ.ร.บ. กฎอัยการศึกและ พ.ร.ก. ฉุกเฉินให้อำนาจนี้ในการควบคุม หรือจับกุมผู้ต้องสงสัย ตรวจค้นอาคารหรือสถานที่ต่าง ๆ ดังปรากฏในข่าวที่ผ่านมา ในหลายกรณี ตรวจสอบสิ่งพิมพ์ หนังสือหรือเครื่องมือสื่อสาร หรือเรียกบุคคลใดก็ได้เพื่อให้ ข้อมูล มอบเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบได้

๒. พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แม้ว่าในตัวกฎหมายนั้น มิได้กำหนดในเรื่องของอำนาจเหมือนกฎหมายพิเศษใน ๒ ฉบับแรก แต่ก็มีปรากฏในมาตรา ๑๕ ซึ่งถ้ามีเหตุการณ์ที่เป็นความไม่สงบแต่เป็นสถานการณ์ที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศ เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินตามกฎหมายพิเศษ

๓. พ.ร.ก. ฉุกเฉิน กอ.รมน. ก็มีอำนาจเพื่อที่จะยับยั้งระงับป้องกัน ปราบปรามและบรรเทาได้

เรื่องปัญหากฎหมายพิเศษดังกล่าวที่ได้อภิปรายไปข้างต้นคือการมอง เรื่องความมั่นคงของรัฐเป็นสำคัญ แต่อย่าลืมว่าการที่รัฐนั้นควบคุมขอบเขตที่มากเกินไป เป็นดาบสองคม หรืออาจเป็นช่องโหว่ต่อการสร้างปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่โดยใช้ ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง โดยหลาย ๆ กรณีเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นปัญหาของกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจที่มากเกินไปในการบังคับโดยรัฐต่อประชาชน ที่กระทบต่อเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างร้ายแรง อย่างเช่นรายงานจาก Amnesty หรือว่าองค์กรนานาชาติที่ทำเรื่องสิทธิมนุษยชนลักษณะเป็นระบบของการซ้อมทรมาน และปฏิบัติต่อผู้ต้องสงสัยอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตภายใต้รัฐไทย เป็นผลมาจากกฎหมายบัญญัติ เช่นกฎอัยการศึกนำพลเรือนไปขึ้นศาลทหาร มีการจับกุมนอกศาลหรือจับกุมโดยที่ไม่มีหมายศาล หรือจับกุมโดยพลการ หรือที่เรียกว่า Extrajudicial Arrest การวิสามัญฆาตกรรม หรือว่า Extrajudicial Killing การปฏิบัติต่อผู้ต้องสงสัยอย่างโหดเหี้ยมเป็นปกติ ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ที่ประกาศกฎอัยการศึก หรือพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยผลกระทบในพื้นที่บทบัญญัติเหล่านี้ก่อให้เกิดประเด็นปัญหา อาทิเช่น ๑. การเอื้ออำนวย ความสะดวกให้เกิดการซ้อมทรมาน โดยมีกฎหมายป้องกันเจ้าหน้าที่ต่อการดำเนินคดี ที่เจ้าหน้าที่กระทำสิ่งเหล่านี้ ๒. การจับกุมโดยไม่มีหมายศาลอย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้น และขยายเวลาการคุมขังได้อีก ๓. การปฏิเสธร้องขอไม่ให้ไปเยี่ยมผู้ต้องขังเป็นการส่วนตัว การใช้ศูนย์กักกันอย่างไม่เป็นทางการ และขาดความสม่ำเสมอ เป็นอิสระ และการติดตาม ศูนย์กักกันหรือการตรวจสอบโดยภาครัฐ ปัญหาสำคัญคือเพราะผู้ต้องขังในหลาย ๆ ศูนย์กักกัน กรณีนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน และเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นปัญหาของการควบคุมตัวที่เสี่ยงต่อ การถูกละเมิดอย่างมาก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยอมรับอย่างเป็นทางการว่า สถานกักกันเพียง ๒ แห่งที่ไว้สำหรับผู้ต้องสงสัยในการก่อความไม่สงบ คือค่ายอิงคยุทธบริหาร อยู่ที่จังหวัดปัตตานี และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติแนวหน้าจังหวัดยะลา ๗ รายงาน ได้รายงานชี้ว่าสถานคุมขังอย่างไม่เป็นทางการมีอย่างน้อย ๒๑ แห่งที่ถูกใช้งาน โดย ๑๑ แห่ง เคยควบคุมผู้ต้องขังหรือพยานของญาติผู้ถูกคุมขัง ซึ่งสัมภาษณ์โดย Amnesty ได้รับรายงาน เกี่ยวกับการทรมานที่ค่ายอิงคยุทธบริหารจำนวนมากในจังหวัดปัตตานี ระบุว่าทางการไทย ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อการยุติการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่สถานกักกัน ซึ่ง Amnesty ได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือในจังหวัดนราธิวาสค่ายปิเหล็ง ค่ายเฉพาะกิจ วัดสวนธรรมที่ ๓๙ ถึงกลางปี ๒๕๕๑ ฐานทัพจุฬาภรณ์ ค่ายบางอ้อ ตำรวจภูธรรือเสาะ สถานีในจังหวัดปัตตานีวัดช้างให้ กองพันที่ ๒๔ ค่ายทหารพลากูรของค่ายทหารบก ค่ายบางลาน ศูนย์ประสานงานตำรวจกองทัพบก วัดหลักเมือง ค่าย สภ.อ. หนองจิก ในจังหวัดยะลา โรงเรียนฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค ๙ ค่ายทหารพรานบางส่วนกลาง ค่าย ฉก. ๓๙ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ และค่ายกรมทหารราบที่ ๔๑ ค่ายรัตนรังสรรค์ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วก็ค่ายวิภาวดีรังสิต จากประเด็นดังกล่าวดิฉันขอชี้แจง ดังต่อไปนี้ คือประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนถูกลดทอนเมื่อกล่าวอ้างถึงภัย ความมั่นคง ในประเด็นปัญหาตรงนี้ดิฉันจึงอยากจะตั้งคำถามในลักษณะที่ว่าความมั่นคงนั้น มีขอบเขตเป็นอย่างไร เนื่องจากในสภาวะปัจจุบันการกล่าวอ้างความมั่นคงดูมีความกว้าง จนเกินไป มีขอบเขตที่กว้างจนเกินไปจนไปรุกล้ำในประเด็นของสิทธิมนุษยชนของประชาชน ในพื้นที่ และในอีกแง่มุมหนึ่งคือสร้างความหวาดกลัวและความไม่ไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างรุนแรง การคุมขังโดยไม่ทราบสถานะความเป็นอยู่ของผู้ที่ถูกคุมขัง การขยายระยะเวลา คุมขังอย่างไม่มีกำหนด หรือการจับกุมโดยไม่มีหมายศาล จับกุมโดยไม่มีหมายจับ หรือประเด็น เรื่องเกี่ยวกับการซ้อมทรมานในค่ายคุมขังเหล่านี้ที่เป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่เป็นธรรม

บทเรียนหรือการเปรียบเทียบความยุติธรรมที่เปลี่ยนผ่านหรือที่เรียกว่า Transitional Justice ในประเทศต่าง ๆ ได้มีการนำมาใช้เพื่อตอบสนองการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างเป็นระบบและแพร่หลาย เป็นการแสวงหาการยอมรับในเรื่องของความเจ็บแค้นของผู้ที่ ตกเป็นเหยื่อเพื่อที่จะนำมาซึ่งความยุติธรรม สันติภาพ และความปรองดองในระบอบประชาธิปไตย ที่พร้อมจะฟื้นฟูสถาบันกับความขัดแย้งและสนับสนุนหลักนิติธรรม ซึ่งคำถามคือระบอบประชาธิปไตยที่เพิ่งเริ่มต้นควรคำนึงถึงการละเมิดสิทธิของประชาชน อย่างร้ายแรงอย่างไร ๓ กลไกหลักตอนนี้จะมี ๑. การพิจารณาคดีหรือการดำเนินคดี ๒. การลืมอดีต ๓. การเลือกจุดกึ่งกลาง แม้ว่าจะไม่ค่อยปฏิบัติทั่วไปก็ตาม และความยุติธรรมในช่วงเปลี่ยน ผ่านของระบบการปกครองที่เป็นเผด็จการหรือสังคมในช่วงความขัดแย้งที่จะเปลี่ยนไปเป็น ประชาธิปไตยหรือสภาวะปกติ อาทิเช่น ในประเทศแอฟริกาใต้ ก่อนและหลังการแบ่งแยก ผิวสีหรือที่เรียกว่า Apartheid กลไกที่ใช้ในการปรองดองเรียกว่า Truth Commission and Reconciliation ที่ถูกใช้โดย Nelson Mandela ในปี ๒๕๓๘ พร้อมมีการฟื้นฟู รักษา และเยียวยากระบวนการในการจัดให้มีการพิจารณาคดีโดยมีพยานผู้เสียหายทั้ง ๒ ฝ่าย และผู้กระทำผิดของทั้ง ๒ ฝ่าย ในประเทศอาร์เจนตินาก่อนและหลังเผด็จการ Pinochet ในปี ๒๕๑๙-๒๕๒๖ กลไกที่ใช้คือกลไกนำสืบสวนการดำเนินคดีอาญาผ่านการใช้การสืบสวน และการรายงานซึ่งนำไปสู่การพิจารณาคดีของ Punta หรือว่าของผู้ดำรงตำแหน่งทหาร ระดับสูงและกลไกการชดใช้สินไหมทดแทน การตั้งคณะกรรมาธิการผู้สูญหายแห่งชาติ จัดให้มีการสอบสวนรายงานการจับเอกสาร ยกเลิกการนิรโทษกรรมทหาร และผ่านกฎหมาย ค่าชดเชย ในประเทศชิลีกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและทำให้มีการสูญหายภายใต้ การปกครองของ Augusto Pinochet ในระหว่างปี ๒๕๑๖-๒๕๓๓ กลไกที่ใช้ก็คือกลไก การนำสอบสวนและการดำเนินคดีอาญามาใช้ผ่านการสอบสวนและรายงาน หรือที่เรียกว่า Rethink Report แล้วก็กลไกการชดใช้หรือกระบวนการการ Reparation กระบวนการ การก่อตั้งคณะกรรมการเพื่อความจริงและการปรองดอง ตัวอย่างความขัดแย้งที่ติดอาวุธ ในสงครามอิสราเอลและปาเลสไตน์ ถ้าท่านได้ติดตามข่าวในปัจจุบันนี้ ถ้าท่านไม่ใช้กลไก ในการที่จะตามหาความจริงและกระบวนการปรองดอง และการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำมาซึ่งความสมานฉันท์และสันติภาพ ท่านจะไม่สามารถยุติความขัดแย้งได้เลย จนปัจจุบัน ตัวอย่างเช่นปาเลสไตน์มีผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนมาแล้วถึง ๒๑,๕๐๐ ราย และสงคราม Kosovo ซึ่งมีตัวเลขผู้สูญเสียที่ใกล้เคียงกับของไทยซึ่งก็คือไปถึง ๘,๖๖๑ คน แต่เขาก็ได้รับการชดเชยสินไหมทดแทนและยุติความขัดแย้งได้ โดย Kosovo Albania ก็ได้ ประกาศอิสรภาพไปในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ แต่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ปัจจุบันมี ผู้เสียชีวิตถึง ๗,๕๒๐ ราย ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศ Kosovo แต่ปัญหายังไม่มีท่าทีที่จะยุติและสงครามก็ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ที่มีการโจมตีจากทั้ง ๒ ฝ่าย จากผู้ติดอาวุธที่เป็นฝั่ง Islamic Extremist แล้วก็ฝั่งรัฐที่มีความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าญัตติของคุณรอมฎอนควรจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษและเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง รวมถึงอาชญากรรมสงคราม และการยุติอาชญากรรมต่อพลเรือนไทย ขอบพระคุณค่ะ