สุไลมาน บือแนปีแน หารือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบและฟื้นฟูพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมแสดงความหวังว่ารัฐบาลและคณะกรรมาธิการจะศึกษาปัญหาอย่างรอบด้านเพื่อนำพาพื้นที่บ้านเกิดของเขาไปสู่สันติสุขอย่างถาวร
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ขอความสันติสุขจงเกิดขึ้นแด่มวลมนุษย์ชาติ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่เข้าชื่อเพื่อที่จะสนับสนุนญัตติ ของเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งของท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางกระบวนการการสร้างสันติภาพ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนสมาชิกก็ได้ นำเสนอแล้วก็ได้สะท้อนถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น วันนี้หลาย ๆ ตัวเลข เราเกิดความสูญเสีย อย่างมากไม่ว่าจะเป็นชีวิตและทรัพย์สิน เรามีแม่หม้ายหลายคนที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ เรามีเด็กกำพร้ามากมาย เรามีภาคธุรกิจที่ทำธุรกิจแล้วเกิดการเจ๊งเนื่องจากสถานการณ์ ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เกิดในพื้นที่แห่งนี้จังหวัดยะลา และกว่าครึ่งชีวิตของผม ผมใช้ชีวิต อยู่กับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตั้งแต่ผมเรียนชั้นมัธยมศึกษาด้วยซ้ำไป ในวันนี้ ผมเองถึงแม้ว่าจะเข้ามาร่ำเรียนในกรุงเทพมหานครจะไปต่อที่ต่างประเทศ แต่สุดท้ายท้ายสุด ที่นี่ก็คือบ้านของผม ผมก็หวังแล้วก็มีความหวังว่าวันหนึ่งพื้นที่แห่งนี้จะต้องสงบสุข ในวันนี้ เราได้รัฐบาลใหม่ ประชาชนในพื้นที่ ผมเองก็มีความคาดหวังจากรัฐบาลพลเรือนว่า จะนำวิธีการแก้ปัญหาในพื้นที่โดยการนำการเมืองมาช่วยแก้ปัญหาให้กับพื้นที่ของเรา ฉะนั้นแล้ววันนี้เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีความหวัง รัฐบาลเองก็ต้องทำให้ความหวัง ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนให้เกิดเห็นภาพ ให้มีความมั่นใจว่าพื้นที่แห่งนี้ จะต้องสงบให้ได้ กระบวนการสร้างสันติภาพหรือ Peace Process จำเป็นอย่างยิ่งเหมือนที่ เพื่อนสมาชิกได้พูดหลาย ๆ คนว่าจะต้องมีส่วนร่วม Participate ของทุก ๆ ภาคส่วน ไม่ว่า จะเป็นภาคเอกชนก็ดี ภาคการเมืองก็ดี ภาคประชาสังคมก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่แห่งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องให้ความช่วยเหลือกับภาคเอกชน ฉะนั้นแล้วภาคเอกชนก็มีส่วน สำคัญที่จะต้องมาเป็นหนึ่งในกระบวนการพูดคุยหรือว่าหนึ่งในกระบวนการ Peace Process ที่ผมเชื่อว่าควรจะต้องเกิดขึ้น วันนี้บ้านผมเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดยะลา เรามีต้นทุนทางด้านศักยภาพมากมาย ท่านประธานเชื่อไหมว่าเรามีผังเมืองที่ดีที่สุด ในประเทศอยู่ที่ยะลา ติดอันดับโลก อันดับที่ ๒๓ ของโลก แต่ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบ ทำให้สิ่งเหล่านี้มันไม่ชัด ถึงแม้ว่าเราจะมีต้นทุนไม่ว่าจะเป็นทางด้านเกษตรกรรมก็ดี เรามีทุเรียนยะลาที่อร่อยที่สุด ผมกล้าพูดได้เลยว่าเป็นทุเรียนที่อร่อยที่สุดในประเทศ ด้วยซ้ำไปเพราะเราเป็นทุเรียนสะเด็ดน้ำ แล้วเรามีความหลากหลาย Multi Culture ทางด้านวัฒนธรรม แต่สิ่งเหล่านี้อย่างที่ผมบอก บางทีเราอาจจะยังขาดในเรื่องของ การ Management เรื่องการบริหารจัดการเรื่องงบประมาณ ทำให้ความรุนแรงมันถูกสื่อ ออกมา ทำให้คนภายนอกไม่กล้าที่จะเข้าไปในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในพื้นที่ของผมเอง เรียนจบมาไม่มีงานทำในพื้นที่ ฉะนั้นแล้วกระบวนการการสร้างสันติภาพเป็นสิ่งที่จำเป็น มันไม่ใช่จำเป็นแค่เฉพาะสำหรับคน ๓ จังหวัดภาคใต้ แต่มันคือเรื่องเดียวกัน มันคือเรื่องของ คนไทยด้วยกัน ประเทศไทยเราเปรียบเสมือนเรือนร่างเดียวกัน คนเชียงใหม่เจ็บเราก็เจ็บด้วย คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เจ็บ แน่นอนวันนี้เราจะต้องมีความตระหนักร่วมกันว่า สิ่งเหล่านี้มันคือเรื่องของคนทุกคนในประเทศ ผมเองอยู่ในเขตจังหวัดยะลาในเขตเมือง วันนี้ ภาคเอกชนก็บ่นมาหลายเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะเป็น Soft loan เอง เมื่อมันมีมาแล้ว แต่วันนี้ทางรัฐบาลก็ยังไม่ได้ให้ความมั่นใจว่ามันจะมีต่อไป เพื่อที่จะดึงดูด เพื่อที่จะยังคงไว้ซึ่งนักธุรกิจยังคงให้อยู่ในพื้นที่ ฉะนั้นแล้วการที่เรามี Soft loan หรือแหล่งเงินทุนที่ทำให้นักธุรกิจในพื้นที่นี้สามารถนำเงินเหล่านี้มาลงทุนในพื้นที่ ควบคู่กับ รัฐบาลเองจะต้องทำ แล้วผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้รัฐบาลยุคนี้เป็นรัฐบาลที่เห็นภาพของนักธุรกิจ หรือภาพของการที่จะทำให้เศรษฐกิจบ้านเราดี ฉะนั้นแล้วเศรษฐกิจดีมันต้องดีกันทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่บ้านผมเอง วันนี้ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเสริมหลาย ๆ เรื่อง ในคณะกรรมาธิการก็อาจจะต้องคุยกันเรื่องนี้ว่าจะส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในบ้านผมอย่างไร เพราะว่าวันนี้เรามีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ผมใช้ว่ายัง Virgin ที่สุดในประเทศไทยแล้วกัน เพราะเนื่องจากว่าคนทั่วประเทศได้ชมได้ดูรูปอยากจะไปดู แต่ด้วยความไม่สงบก็ไม่กล้าไป แต่พอไปแล้วเรามีทั้งอาหารที่ดี วันนี้คนมาเลเซียที่ติดอยู่กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เข้ามาเที่ยวในเมืองไทย เข้าใจว่ายอดตัวเลขหลายแสนเป็นล้านคนด้วยซ้ำไป เพื่อมาชม ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและมารับประทานอาหาร Halal ที่พื้นที่แห่งนี้ ฉะนั้นแล้ว รัฐบาลเองจะต้องอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวครับ ผมก็เคยหารือในเรื่องของรถไฟ รถไฟรางคู่วันนี้มันไม่ใช่แค่เราจะต้องมองว่าจากกรุงเทพฯ ลงไป วันนี้จะต้องดึงนักท่องเที่ยว จากมาเลเซียขึ้นมา แล้วพื้นที่บ้านผมเป็นพื้นที่จังหวัดยะลาก็ต้องการนักท่องเที่ยวเหมือนกัน ฉะนั้นแล้วรถไฟรางคู่ไม่ใช่ไปสุดที่หาดใหญ่ ไปที่ปาดังเบซาร์ ไม่ใช่ครับ มันจะต้องเริ่มมาจาก ด่านชายแดนที่อยู่ในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาเพื่อให้คนมาเลเซียเข้ามาจับจ่าย ใช้สอย เข้ามาท่องเที่ยว และอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้เพื่อที่จะสร้าง GDP ให้กับคนในพื้นที่ ด้วยเวลาที่จำกัดอาจจะมีอีกหลาย ๆ เวทีที่ได้พูดได้คุยในเรื่องนี้
สุดท้ายผมหวังเป็นอย่างยิ่งกับรัฐบาลชุดนี้และกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่จะไปศึกษาเพื่อให้ครอบคลุมในมิติต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอเพื่อหาทางออก เพื่อให้ บ้านของผม บ้านเกิดของผมมีความสงบสุขเหมือนที่อื่นบ้าง ขอบคุณมากท่านประธานครับ