ซาการียา หารือปัญหาชายแดนใต้ ทั้งความไม่สงบ ยากจน การศึกษา และยาเสพติด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๖

ซาการียา สะอิ หารือปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จากเหตุการณ์ปล้นปืนปี 2547 พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษากระบวนการสร้างสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาความยากจน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน การยกระดับคุณภาพการศึกษาที่มีปัญหาจากคุณภาพครูและเงินเดือนที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการแก้ปัญหายาเสพติดที่นำไปสู่ความรุนแรงและอาชญากรรม พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องและบูรณาการ เพื่อนำไปสู่ความสงบมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สันติสุข จงมีแด่ทุกท่านะครับ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอ เสนอ ญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา กระบวนการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนอื่นผมต้องขอย้อนไปเมื่อเช้ามืดของ วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ เมื่อ ๑๙ ปี ๙ เดือนกับอีก ๖ วัน ซึ่งผู้ก่อการ ผู้ก่อเหตุ มีประมาณ ๑๔๐-๑๕๐ คนบุกปล้นปืนไปจากกองพันพัฒนาที่ ๔ ค่ายกรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์หรือค่ายปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาสหายไปกว่า ๔๑๓ กระบอก มีทหารเวรเสียชีวิต ๔ นาย จุดนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากวันนั้นจนถึงวันนี้เหตุการณ์ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในวันนั้นผมจำได้แม่น เพราะผมกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่ได้คิด อะไรมาก จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๗ ผมตกใจมากเมื่อทราบข่าวว่านายรอฮิม เจ๊ะแว ขออนุญาตเอ่ยนามท่านและคณะถูกศาลอนุมัติหมายจับในข้อหาเป็นกบฏ แบ่งแยกดินแดนและปล้นปืนค่ายกองพันพัฒนาที่ ๔ เพราะอะไรทราบไหมครับท่านประธาน ว่าทำไมผมถึงตกใจขนาดนั้น เพราะว่าคนที่ผมเอ่ยนามเมื่อสักครู่นี้เป็นน้าของผมเอง ซึ่งเป็นครู ท่านไม่เคยมีปืนเป็นของตัวเอง ท่านไม่เคยแม้กระทั่งยิงปืน ถูกคนใส่ร้ายป้ายสี จนต้องสูญเสียอิสรภาพ วันที่น้าของผมถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน เป็น ๑ วันหลังจากวันที่ยาย ผมเสียชีวิต ซึ่งท่านไม่สามารถที่จะดูแลแม่ที่เจ็บป่วยได้ ดังนั้นผมจึงรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับ หลาย ๆ ท่านที่มีความรู้สึกที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในแต่ละครั้งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความสะเทือนใจและความวิตกกังวลต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระบวนการ การพูดคุยสันติภาพซึ่งได้ถูกนำมาใช้แก้ไขปัญหาในรัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลเรื่อยมา เพื่อลด ความสูญเสีย การละเมิดสิทธิมนุษยชน การลดความรุนแรง ความขัดแย้งนั้นสามารถทำได้บ้าง ในบางเวลา แม้ว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวจะไม่บรรลุผล ยกตัวอย่างเช่น กระบวนการพูดคุย สันติภาพในช่วงของเดือนรอมฎอน คือเดือนที่พี่น้องมุสลิมทั่วโลกได้ถือศีลอด หลายปีที่ผ่านมาเห็นผลได้อย่างชัดเจนว่า ลดความรุนแรงเป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่สั้น ๆ เท่านั้นเอง ผมได้อ่านนโยบาย การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เป็นผู้จัดทำ บอกได้เลยถ้าสามารถทำตามนโยบายที่วางไว้ทั้งหมดได้ เหตุการณ์ ความไม่สงบคงจะสามารถยุติลงได้ แต่สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดเป็นแค่นามธรรมยังไม่สามารถ ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้ ผมขอยกตัวอย่าง ๓ ประเด็นในนโยบายนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญต่อ คนในพื้นที่

ประเด็นแรก คือเรื่องปัญหาปากท้องของคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ควรจะเป็นจังหวัดชายแดนที่มีศักยภาพสูงทางเศรษฐกิจ คำนี้ไม่ได้เกินเลยแต่อย่างใด เพราะว่า ๓ จังหวัดมีด่านชายแดน ๔ ด่าน มีพื้นที่ติดทะเลสามารถทำประมงได้ มีพื้นที่ภูเขา มีผลหมากรากไม้เยอะแยะเลย อย่างเช่น ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะที่ขึ้นชื่อระดับประเทศ เลยก็ว่าได้ มีสนามบินพาณิชย์ มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย เมื่อพิจารณาตามข้อมูลนี้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้น่าจะเป็นพื้นที่ที่ต้องมีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ แน่นอน แต่จากรายงาน GDP ต่อหัวรายจังหวัดพบว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีรายได้ เฉลี่ยต่อหัวเพียง ๖๑,๗๘๗ บาทต่อปี เป็นอันดับสุดท้ายของประเทศ ฟังไม่ผิดครับ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ยากจนที่สุดในประเทศ มีนักวิชาการ มีผู้รู้มากมายให้เหตุผลไปต่าง ๆ นานา ว่าเกิดจากความผันผวนของราคาพืชผลบ้าง เกิดจากภาพลักษณ์ของเหตุการณ์ความไม่สงบบ้าง ส่งผลต่อภาวะการค้าและการลงทุนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ดังนั้นการสนับสนุนเขตเศรษฐกิจ พิเศษชายแดนใต้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน เราจะมุ่งเน้นแต่เรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ อย่างเดียวไม่ได้ แต่เราต้องมุ่งเน้นการลงทุนในพื้นที่ทางด้านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และบริการ โดยมีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์ ที่จะดึงดูดการลงทุน เพื่อให้เกิดการกระจายการลงทุนสู่ภูมิภาค เกิดการจ้างงาน ก่อให้เกิด การกระจายรายได้ ลดปัญหาการว่างงานและการอพยพแรงงาน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ของรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงสร้างโอกาสให้ประชาชน ได้มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการพัฒนา ซึ่งสามารถแก้ปัญหาด้านความไม่สงบ ในพื้นที่ อันจะนำไปสู่ความร่มเย็นในพื้นที่ ๓ จังหวัดได้

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องปัญหาการศึกษา ๓ จังหวัด เป็นที่ทราบกันดีว่าคุณภาพ การศึกษา ๓ จังหวัดต่ำที่สุดในประเทศ หลายคนบอกว่าเกิดจากการศึกษาที่มีการเรียน ศาสนาและสามัญร่วมกันถึงทำให้คุณภาพการศึกษาลดลง แต่การที่ผมได้มีโอกาสได้เรียนต่อ ต่างประเทศ ทำให้ผมทราบว่าหลาย ๆ ประเทศก็มีการศึกษาลักษณะนี้ มีทั้งสามัญแล้วก็ ศาสนาแต่ทำไมเขาถึงมีคุณภาพการศึกษาที่ดีได้ ดังนั้นปัญหาคุณภาพการศึกษาต่ำนั้น ส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับคุณภาพของแม่พิมพ์เป็นสำคัญ ดินดีขนาดไหนถ้าแม่พิมพ์ไม่ดี ก็ไม่สามารถที่จะผลิตแจกันที่สวยงามได้ แต่ในทางกลับกันถ้าแม่พิมพ์ดีแต่ดินที่ทำแจกัน ไม่ค่อยดีมากนักก็สามารถที่จะผลิตแจกันที่สวยงามได้ เพราะฉะนั้นจะให้นักเรียนในพื้นที่ พูดภาษาไทยได้ดีได้อย่างไรในเมื่อครูก็ยังพูดภาษาไทยไม่คล่อง หรือจะให้เด็กเก่ง ภาษาอังกฤษได้อย่างไรในเมื่อครูสอบภาษาอังกฤษยังไม่ผ่านเลย อันนี้ผมว่าไม่ใช่เป็นเฉพาะ เรื่อง ๓ จังหวัด แต่เป็นประเด็นปัญหาของประเทศ ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพครูเป็นส่วน สำคัญอย่างยิ่งที่จะพัฒนาการศึกษาของคนในพื้นที่และประเทศได้ ทุกคนทราบกันดี เงินเดือนที่รัฐ Support ให้กับครูที่จบปริญญาตรีในพื้นที่อยู่ที่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ถามว่าครูได้เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทจริงไหม บางโรงเรียนบอกว่าจำเป็นต้องหักเพื่อไปแบ่งให้ครูสอนศาสนาอื่น ๆ เงินเดือนที่ได้จริง คือ ๔,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ถามว่าคนที่ได้เงินเดือนเท่านี้จะมีกำลังใจสอนนักเรียนได้อย่างไร ในเมื่อตัวเองยังต้องหางานอื่นเพื่อเพิ่มรายได้ของตัวเองและเด็กจะมีคุณภาพการศึกษาดี ได้อย่างไร

ประเด็นสุดท้ายคือประเด็นเรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น มีการทำร้ายตัวเองและผู้อื่น มีการลักขโมย ในทุกพื้นที่ ดังนั้นถ้าเราคิดว่าผู้เสพคือผู้ป่วยต้องนำส่งบำบัด เราจะต้องมีศูนย์บำบัดที่ตาม หลักศาสนบัญญัติมากกว่านี้ และตอนนี้ค่าใช้จ่ายสูงมากประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน คนในพื้นที่ไม่สามารถจ่ายได้ สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่สะท้อนกลับมา รวมถึงตัวผมเอง จึงจำเป็นจะต้องให้กระบวนการสันติภาพชายแดนใต้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการศึกษา ปัญหายาเสพติด และอื่น ๆ ที่เป็นรายงาน ที่เป็นนโยบาย ฉะนั้นจึงควรมีการศึกษากระบวนการสันติภาพ ชายแดนใต้ทั้งในส่วนของปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ปัญหาดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ และเพื่อนำการศึกษามาเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ให้เกิดผลสำเร็จ หยุดยั้งความขัดแย้งและความรุนแรงอันจะส่งผลให้ชายแดนภาคใต้ เป็นพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนญัตติดังกล่าว ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษากระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ และส่งผลการพิจารณาให้กับรัฐบาลไปดำเนินการ ซึ่งผมต้องขอขอบคุณคุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา อดีตผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เพราะเป็นคนแรก ๆ เลย ที่เสนอญัตติในปี ๒๕๖๓ และเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมได้มีโอกาสยื่นญัตติในปีนี้ด้วย

สุดท้ายสรุปสั้น ๆ ว่ากระบวนการสันติภาพไม่ได้มีแค่กระบวนการพูดคุย บนโต๊ะเจรจา แต่เป็นการมองภาพในหลากหลายมิติแล้วลงมือทำ ขอบคุณครับท่านประธาน