เอกราช ยื่นข้อเสนอขยายเวลาเปิดศาลวันเสาร์-อาทิตย์ ลดค่าธรรมเนียมหมายศาล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๖

เอกราช อุดมอำนวย เสนอแนวทางลดต้นทุนการเข้าถึงความยุติธรรม โดยขอให้ขยายเวลาเปิดทำการศาลในวันเสาร์-อาทิตย์ และปรับอัตราค่าธรรมเนียมหมายศาลเพื่อเพิ่มความโปร่งใส พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทบทวนค่าประกันตัวและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้ให้โอกาสสมาชิกได้อภิปราย และขอบคุณ สำนักงานศาลยุติธรรม ท่านผู้ชี้แจงที่ให้เกียรติสภาแห่งนี้มารับฟังความเห็นของตัวแทน พี่น้องประชาชนราษฎรกว่า ๖๐ ล้านคนทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มต้นด้วย การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณประจำปี ๒๕๖๕ ของสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัด ๒๘๗ หน่วยงาน หมายถึงว่าศาลต่าง ๆ ศาลแขวง ศาลจังหวัด ศาลแรงงาน เมื่อเฉลี่ยแล้วจะได้รับงบประมาณอยู่ที่ ๗๐ ล้านบาทต่อศาลโดยเฉลี่ย ซึ่งเดือนหนึ่งก็จะใช้ สักประมาณ ๖ ล้านบาทต่อศาล ทีนี้ในภาพท่านจะเห็นว่าการจัดสรรถูกออกแบบ เป็น ๓ หมวดใหญ่ ๆ คือ เรื่องของบุคลากร เรื่องของการดำเนินงาน บุคลากรประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในการดำเนินงานประมาณ ๔,๒๐๐ ล้านบาท แล้วก็เป็น ค่าครุภัณฑ์ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่างบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้กว่าร้อยละ ๖๔ ของงบประมาณทั้งหมด ท่านจะเห็นว่าหากดูรายละเอียดของส่วนนี้มันจะมี เรื่องของการจัดหารถประจำตำแหน่งสูงกว่าร้อยละ ๑๐ หรือประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนดังกล่าวมีรายละเอียดปลีกย่อยคือค่าตอบแทนในการจ่ายรถประจำ ตำแหน่ง น่าจะถูกจัดสรรตามลำดับของตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการของศาล ยกตัวอย่างเช่น ประธานศาลอุทธรณ์ ท่านอธิบดี ผู้พิพากษาภาค เลขาธิการ และอธิบดี ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษาศาลฎีกา จะได้รับสูง อยู่ที่ประมาณ ๔๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ต่อคน ชวนตั้งคำถามว่างบประมาณส่วนนี้เหมาะสมหรือยัง

ข้อต่อมา ผมชวนดูรายรับของสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งมีเงินเกี่ยวข้องอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดสรรซึ่งมาจากงบประมาณแผ่นดิน และอีกส่วนหนึ่งมาจาก ค่าธรรมเนียมศาล ค่าปรับผู้ประกัน ๓.๒ พันล้านบาท รวมกันสำนักงานศาลยุติธรรม มีรายได้สูงทีเดียวนะครับ ผมอยากให้ท่านเก็บค่าธรรมเนียมศาลแล้วจากคดีแพ่งต่าง ๆ อบรมเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมให้มี Service Mind กับพี่น้องประชาชนหน่อย คำแนะนำคือ เวลาพี่น้องประชาชนเดินเข้าศาลต้องเคารพยำเกรงศาลถูกต้อง แต่ว่าเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ถ้าบางทีเขาไม่มีทนายหรือเดินไปโต้ง ๆ นี่ครับ อย่าตวาด อย่าตะคอกเลย เขาคือคนที่ จ่ายค่าธรรมเนียมให้พวกท่านมาทำงาน อยากจะให้ท่านบริการประชาชนให้ดีกว่านี้ เข้าใจว่าท่านมีแรงกดดัน เจ้าหน้าที่บุคลากรอาจจะไม่พอ ทั้งหน้าบัลลังก์ก็ยุ่ง ไหนต้อง Scan CIOS ไหนต้อง Scan e-Filing อีก ท่านเพิ่มคนได้ ไม่ติดใจ ท่านเพิ่มคนได้ ถ้าอัตรามันขาด แล้วในส่วนของคนที่มีหน้าที่จะต้องเจอประชาชนนี่เผลอ ๆ ถ้ามี การ Service ที่ดีจากเจ้าหน้าที่ศาลนี่แทบจะไม่ต้องใช้บริการทนายเลยบางคดี เช่น เป็นจำเลยในคดีแพ่งธรรมดา ท่านผู้พิพากษาก็น่ารักทุกคนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอยากจะ ให้ท่านปรับในส่วนนี้นะครับ ถ้าท่านจะอบรมเรื่อง Service Mind หรืออะไรไม่ติดใจ สภาแห่งนี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมีข้อจำกัด แล้วก็ มีค่าใช้จ่ายที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ ส่วนหนึ่งที่เป็นเครื่องมือของศาลยุติธรรม ในขณะนี้ที่ผมอภิปรายสนับสนุนเลย คือการใช้ระบบ CIOS และ e-Filing มีประสิทธิภาพ มากทีเดียว อย่าให้อะไรมาเป็นข้อจำกัด แต่ฝากนิดหนึ่งครับว่าการดำเนินการชั้นอุทธรณ์ ยังไม่สามารถยื่นผ่าน e-Filing ได้ อย่างไรศาลยุติธรรมถ้าสมมุติว่ามีเวลาข้อความเห็น ของเพื่อนสมาชิกก็จะได้เอาไปเสนอในการแก้ปรับระเบียบกันต่อไป หรือถ้าจะต้องแก้ไข ประมวลกฎหมายแพ่งอะไรก็อาจจะต้องมีการปรับแก้กันต่อไปนะครับ

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้รับเรื่องร้องเรียนนะครับว่า มีประชาชน อยากจะต้องใช้บริการศาลยุติธรรม บางทีเขาก็ไม่มีแรงที่จะต้องไปจ้างทนายในคดีแพ่งก็ดี หรืออะไรอย่างนี้ครับ ผมฝากสิ่งที่ท่านลดได้ก็คือ ค่านำหมาย ค่าหมายศาลนี่ละที่เป็นต้นทุน อย่างหนึ่งเลย หรือแม้กระทั่งการใช้ต้นทุนทางด้านเวลาของผู้ที่เป็นจำเลยในคดีแพ่ง วันเวลา ของวันเสาร์ วันอาทิตย์ ปกติคดีแพ่งจะอยู่วันจันทร์ วันอังคารที่ศาลนัดใช่ไหมครับ เป็นไปได้ไหมครับว่าถ้าจะเปิดโอกาสให้จำเลยมีโอกาสได้มาศาลมากขึ้นและได้รับรู้คดี ของตนมากขึ้น ท่านย้ายคดีพวกนี้ในเมื่อท่านเก็บค่าธรรมเนียมมาแล้วไปใช้เวลาในวันเสาร์ วันอาทิตย์ได้ไหมครับ เพื่อให้พี่น้องที่เป็นจำเลยในคดีแพ่งได้มีโอกาสเข้าถึง เพราะถ้าเขา จะต้องหยุดงาน ๑ วันเพื่อจะไป ยากจนอยู่แล้ว เป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่แล้วก็ต้องเสียเวลา อีก ๑ วัน โดนหักอีก บางทีวันหยุดหมดเวลา ก็ฝากในส่วนนี้เอาไปด้วยนะครับ

ท่านประธานครับ หากจะพิจารณาแล้วก็จะพบว่าที่มาของเงินในส่วนนี้ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลมีระเบียบการเก็บค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งศาลจะหักไว้ร้อยละ ๕๐ ก่อนนำส่งคลัง ผมอยากจะสอบถามนะครับว่า นอกจากมีรายได้ในการเสริมงบประมาณเป็นไปได้ไหมครับ ผมเข้าใจว่าหน่วยงานศาล ก็ต้องใช้งบประมาณในส่วนนี้ในการดำเนินการเหมือนกัน แต่เป็นไปได้หรือไม่ว่า อัตรามากกว่านี้ส่งคืนคลังแล้วจัดสรรลงมาตามลำดับ เพื่อจะได้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น แต่ว่าถ้าท่านจะมีโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนร้อยละ ๕๐ หรือท่านไม่ส่งเลย เราก็ยินดี แต่การที่ท่านส่งมาเพื่อให้สภาแห่งนี้ผ่านขั้นตอนได้พิจารณาก็จะมีความโปร่งใส และมีความชอบธรรมมากขึ้นในการใช้งบประมาณ ท่านประธานครับ จากการตรวจสอบ ในสัดส่วนของค่าธรรมเนียมศาลที่เรียกเก็บจากพี่น้องประชาชน และสัดส่วนที่ถูกไปใช้จ่าย ในการจัดสรรลดตำแหน่งจะเห็นว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์เอามาจากค่าธรรมเนียมศาลเลย อันนี้ผมก็เลยทำตัวเลขมาให้ท่านดูว่าจะปรับได้หรือไม่ และเมื่อพิจารณาข้อจำกัด ในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของพี่น้องประชาชนในการเรียกเก็บค่าประกันตัวสูง ๆ บางทีเขาจ่ายไม่ไหว ก็ต้องไปพึ่งการใช้ประกันอิสรภาพ ผมชวนตั้งคำถามว่าการใช้สิทธิ และเสรีภาพมันควรจะเป็นเรื่องของธุรกิจหรือเปล่า เวลาบุคคลที่ไปประกันท่านยังจะต้อง พิจารณาว่ามีความเกี่ยวข้องเป็นสามี ภรรยา เป็นญาติหรือไม่ แต่ว่าบางคดีที่เรียกค่าประกันสูง เป็นหลักหมื่นขึ้นไป ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท บางทีก็ต้องเสียค่าประกันที่จ่ายเปล่าไปเลย เพื่อประกันอิสรภาพตัวเอง ก็อยากให้สำนักงานศาลยุติธรรมทบทวนอัตราที่ใช้ และควรจะ แบ่งเป็นภูมิภาค เพราะอัตรารายได้ของพี่น้องแต่ละศาลไม่เหมือนกัน เช่น ศาลที่ จังหวัดอุบลราชธานี ศาลต่างจังหวัด ศาลจังหวัดขอนแก่นกับศาลในเมือง ศาลในกรุงเทพมหานครแบบนี้ก็อยากให้ท่านลองพิจารณา และยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องแบกรับ อย่างเช่น ค่าส่งหมายศาล ๕๐๐-๑,๕๐๐ บาท แพงกว่าไปรษณีย์นะครับ เป็นไปได้ไหมที่จะปรับให้เหมาะสมลง กระบวนการการยุติธรรมและสิทธิเสรีภาพ ในการประกันตัวนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายนะครับท่านประธาน ผมอยากจะสอบถามเป็นเรื่องที่ สำคัญมาก คือเวลาที่คนไทยได้รับอิสรภาพในการประกันตัวจะสาบานตัวก็ดี หรือใช้หลักประกันก็ดีท่านไม่ได้มีการสั่งใช่ไหมครับว่าห้ามเดินทางไปต่างประเทศ หรือเป็นเฉพาะบางคดี แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดมาเผลอกระทำความผิด อย่างเช่น ล่าสุดเป็นชาวฝรั่งเศสที่เผลอไปวิวาทกับราษฎรชาวไทยแล้วเป็นคดีขึ้นมา สุดท้ายเมื่อคดี ถึงศาลต้องถูกยึด Passport ผมถามว่านี่คือการดำเนินการที่เลือกปฏิบัติทางด้านเชื้อชาติ หรือไม่ นี่ก็คือสิ่งที่ผมรวบรวมมาเพื่อฝากท่านประธานไปถึงสำนักงานศาลยุติธรรม ไม่รบกวนเวลาสภาแห่งนี้มากจนเกินไป ฝากด้วยนะครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ