ทรงยศ รามสูต หารือปัญหาการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่เขาและภูเขาที่ได้รับผลกระทบจากกฎกระทรวงฉบับที่ 43 ซึ่งจำกัดการออกโฉนดในแนวราบ 40 เมตรจากตีนเขา ทำให้ประชาชนไม่สามารถทำประโยชน์หรือได้รับเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินอย่างชอบธรรม จึงเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทบทวนและปรับปรุงกฎกระทรวงดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ส่งเสริมความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน และป้องกันการแสวงประโยชน์โดยมิชอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมและสมาชิก สส. ของพรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ (๒) ในส่วนข้อห้ามการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่เขา และที่ภูเขา ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านตัวญัตตินะครับ
ด้วยปัจจุบันที่เขา ที่ภูเขา ปริมณฑลที่เขาหรือภูเขา ๔๐ เมตรเป็นที่ดิน ที่ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความ ในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ ที่กำหนดว่าที่ดิน ที่จะออกโฉนดที่ดินต้องเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว และเป็นที่ดินที่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎหมาย แต่ห้ามไม่ให้ออกโฉนดที่ดินสลับที่ดิน (๒) ที่เขา ที่ภูเขา และพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามตามมาตรา ๙ (๒) แห่งประมวล กฎหมายที่ดิน แต่ไม่รวมถึงที่ดินซึ่งผู้ครอบครองมีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงทำให้ในปัจจุบันที่ดินที่เป็นที่เขา ที่ภูเขาระยะห่าง ๔๐ เมตร โดยรอบเขาหรือภูเขาไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ แม้จะไม่ได้เป็นพื้นที่ป่าสงวนหวงห้าม ก็ตาม ซึ่งแต่เดิมไม่มีการหวงห้ามที่เขา ที่ภูเขา เนื่องจากไม่ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินโดยสภาพ ซึ่งอาจเป็นที่ดินสำหรับเพาะปลูกก็ได้ และเป็นพื้นที่ป่าไม้ก็มี จึงเป็นที่ดินที่ประชาชนสามารถเข้าไปจับจองและครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน แต่ต่อมา หลังจากได้มีการกำหนดห้ามครั้งแรกตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตาม พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๘ จนกระทั่งถึงกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ (๒) ทำให้ในปัจจุบันไม่สามารถออกโฉนดที่ดินในที่เขาและที่ภูเขาได้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ทำกินในรอบ ๆ ที่เขาและภูเขาในภาคเหนือ และในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถออกโฉนดในที่ดินทำกิน อีกทั้ง ยังมีปัญหาในเรื่องของการตรวจสอบที่ดิน การพิสูจน์สิทธิ การรังวัดจัดทำแผน ซึ่งล้วน มีความยุ่งยากล่าช้าและมีความซับซ้อน ดังนั้นหากมีการศึกษาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ (๒) ในส่วนของข้อห้ามการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่เขา และที่ภูเขา เพื่อให้ประชาชนที่ถือครองที่ดินทำกินในที่เขา ที่ภูเขา ได้ทำประโยชน์ที่ดิน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อก่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และเป็นหลักประกันในการดำรงชีพของประชาชน
ดังนั้นผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องแนวทางการปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตาม พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ (๒) ในส่วนข้อห้ามการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่เขาและที่ภูเขา ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๙ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีรายละเอียดเหตุผลดังต่อไปนี้
ขอกล่าวถึงที่มา วัตถุประสงค์ ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิเป็นปัญหาใหญ่ ระดับชาติ ผมไม่ได้เข้ามาสู่สภา ๓๑ ปีแล้ว ปัญหาเรื่องนี้รัฐบาลก็พยายามแก้ไขหลายยุค หลายสมัยก็ยังทำไม่ได้นะครับ ซึ่งปัจจัยหลักมันก็เกิดมาจากว่าประชาชนครอบครองที่ดิน อยู่ทั่วประเทศ แต่ว่าประมวลกฎหมายที่ดินออกมาปี ๒๔๙๗ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ออกมาปี ๒๕๐๔ ดาวเทียมก็เพิ่งมาใช้เมื่อ ๓๐-๔๐ ปีนี้ พ.ร.บ. ป่าสงวนออกมาปี ๒๕๐๗ ก็เลยทำให้พี่น้องประชาชนที่ครอบครองอยู่ตามที่ต่าง ๆ จากที่เขาอยู่กันโดยชอบ เลยกลายเป็นไม่ถูกต้องขึ้นมา ก็เลยทำให้มีปัญหาคาราคาซังในหลายพื้นที่ รัฐบาลแต่ละยุค แต่ละสมัยก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหา คงจะเห็นว่าหลายครั้งรัฐบาลแต่ละยุคก็พยายาม จะนำเสนอแก้ปัญหา แต่รัฐบาลก็ต้องระมัดระวังเพราะว่าเวลาออกเอกสารสิทธิบางทีมักอ้าง ชาวบ้าน แต่เวลาคนที่ได้มักจะเป็นนายทุน เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เลยต้องรอบคอบนะครับ โดยเฉพาะรัฐบาลปัจจุบันผมก็ได้ข่าวว่าจะมีการออกเอกสารสิทธิเช่นกัน และเพื่อนสมาชิก ก็คงจะอภิปราย ก็ฝากไว้ในเรื่องประเด็นของที่ป่าสงวน ที่อุทยาน ฝากไว้ในส่วนของชุมชน ที่เป็นหมู่บ้านซึ่งเขาพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว อันนี้ต้องให้ความดูแลเขา ในส่วนของเขตพื้นที่ทำกิน ก็อาจจะต้องไปพิสูจน์สิทธิว่ากัน อันนี้กรรมาธิการคงจะไม่ว่านะครับ หรือเพื่อนสมาชิก คงจะได้อภิปรายซึ่งคงใช้ระยะเวลา ผมคงจะไม่ก้าวล่วงในตรงนี้
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของ ส.ป.ก. อย่างที่ผมกล่าวไว้ตอนแรกว่าการออก เอกสารสิทธิรัฐบาลก็พยายามที่จะจำกัดไม่ให้นายทุนได้ ต่อมาก็ได้มีการออกเป็น ส.ป.ก. เพื่อกำหนดเฉพาะเกษตรกรโดยจำกัดพื้นที่ถือครอง แล้วก็ห้ามจำหน่ายจ่ายโอน ให้เฉพาะ ทายาท ซึ่งเรื่องนี้ก็โชคดีท่าน สส. เทอดชาติจากพรรคเพื่อไทย เชียงราย แล้วก็ สส. ชนก จากหนองคายก็เสนอเรื่องขึ้นมา เดี๋ยวคงจะได้มีการพิจารณา ซึ่งเรื่องนี้ก็คงใช้เวลา เช่นเดียวกับปัญหาในเรื่องของความลาดชัน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดิน การจะแก้ไขตรงนี้ก็ต้องอาศัยมติ ครม. ก็คงต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นผมก็เลยเสนอญัตติ เรื่องที่น่าจะแก้ง่ายที่สุดก็คือการแก้ไขกฎกระทรวง เพราะว่าการแก้ไขกฎกระทรวง เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยกฎกระทรวงออกมาปี ๒๕๓๗ ออกตาม พ.ร.บ. กฎหมายที่ดิน ปี ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ เขาเขียนไว้ว่า ที่ดินที่จะออกโฉนดที่ดิน ต้องเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว และเป็นที่ดินที่สามารถ ออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎหมาย องค์ประกอบของข้อ ๑๔ นี้ อันดับแรกภาคประชาชน เขาจะต้องเป็นคนที่ได้ครอบครองที่ดินแล้วก็ได้ทำประโยชน์เป็นเรื่องปกติ และส่วนที่ ๒ ก็คือ รัฐมีโครงการที่จะออกโฉนดให้ แสดงว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่หวงห้าม ไม่ใช่ที่ป่า ที่อุทยาน ซึ่งก็สอดรับกับโครงการที่ผ่านมาของรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัย แต่การที่จะออกโฉนด ให้พี่น้องประชาชน เขาจะมีแผนว่าปีนี้อำเภอนี้จะออกตำบลนี้ ๆ เจ้าหน้าที่ที่ดินมีไม่มากก็ทยอยทำตามแผน ซึ่งกฎหมายในตอนท้ายของ ข้อ ๑๔ ตอนท้ายเขียนไว้ว่า แต่ห้ามไม่ให้ออกโฉนดที่ดิน สำหรับที่ดินดังต่อไปนี้นะครับ ก็คือ (๒) ที่ผมเสนอขอให้ปรับปรุงแก้ไข เขาเขียนว่าที่เขา ที่ภูเขา และพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามตาม มาตรา ๙ (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ไม่รวมถึง ที่ดินซึ่งครอบครองสิทธิ ครอบครองโดยชอบ โดยกฎหมายตามประมวลกฎหมายที่ดิน ถ้าอ่าน โดยผิวเผินจากตรงนี้ เพื่อนสมาชิกและผมตอนแรกที่อ่านก็น่าจะเข้าใจตรงกันว่าถ้าเป็นที่เขา ที่ภูเขาน่าจะเข้าใจว่าเป็นแนวดิ่งไม่สามารถออกได้ แต่จริง ๆ ความนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ ที่ที่เป็นแนวดิ่งมันไปใช้กฎหมายในเรื่องของ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ (๒) ที่เขา ที่ภูเขา เป็นที่ ในแนวราบที่ติดกับตีนเขา ซึ่งออกมาเพื่อทำระเบียบทางปฏิบัติของกรมที่ดิน ๔๐ เมตร จนถึงตีนเขาไม่สามารถที่จะออกโฉนดได้ตามกฎกระทรวงข้อนี้ โดยคำว่า ที่เขา คือที่ที่มี ความสูงไม่เกิน ๖๐๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถ้าเกิน ๖๐๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เขาเรียกว่าที่ภูเขา โดยแนวกำหนดตีนเขาให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. จะร่วมกับกรมที่ดิน แล้วก็ทางสํานักงานพัฒนาที่ดินพิจารณาโดยศึกษาจากประวัติศาสตร์ ว่าเขาลูกไหนอยู่ตรงไหน แล้วก็ศึกษาจากลักษณะภูมิศาสตร์ว่าเนินอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ สาเหตุที่ผมทราบเรื่องที่ผมจำได้ ตอนนั้นก่อนเลือกตั้งผมไปงานศพ แถวตำบลตาลชุมชาวบ้านเข้ามาปรึกษาผมว่า เขามาออกโฉนดทำไมตำบลของเขา บ้านเขา คนนี้ได้ เขานี้ไม่ได้ ผมก็ถามว่ามันที่เขาหรือเปล่า เขตอุทยานหรือเปล่า ไม่ใช่ ผมบอกว่า ติดเขาขนาดไหน เขาบอกติดอยู่ราบ ๆ นี่เพื่อนได้หมด แต่เขาอยู่ติดกันไม่ได้ ผมก็บอก หลังเลือกตั้งจะไปพิจารณาให้ โชคดีหลังเลือกตั้งก่อน กกต. รับรอง มีงานศพบ้านน้ำเจิ่นกาว ผมจำได้ ท่านที่ดินจังหวัดไปเป็นประธาน ผมเลยไปนั่งก็สอบถามท่าน ท่านก็เลยอธิบายผม ว่าเรื่องนี้มันมีกฎหมาย กฎกระทรวงทำไว้ ผู้ปฏิบัติไม่สามารถที่จะทำได้ โดยเฉพาะเรื่องนี้ เมื่อปี ๒๕๖๕ มีคนร้องเรียนไปที่คณะกรรมาธิการการปกครองของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว ของตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ไปตรวจสอบดูแล้ว เวลาเขาไปสำรวจ แล้วบางช่วงเป็นพื้นที่ป่าอันนี้เข้าใจได้ บางส่วนเป็นพื้นที่ลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ก็อธิบาย ยากหน่อย แต่ยากที่สุดคือพื้นที่ที่เป็นที่ราบที่ติด ๔๐ เมตร เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่าจะต้องแก้ ผมก็เลยพยายามไปศึกษา ถามผู้รู้ว่าทำไมมันต้อง ๔๐ เมตร ก็ไม่มีใครที่จะตอบได้ว่าทำไม ๔๐ เมตรแนวราบเขาถึงออกไม่ได้ ผมก็เลยคิดว่าอยากจะต้องตั้งเป็นกฎกระทรวงดีกว่า แล้วมาแก้ไขกฎกระทรวงดีกว่า ไปปรึกษาบางคนเขาบอกว่าให้ทำเป็นกระทู้หรือไม่ก็หารือ แต่ผมก็คิดว่าถ้าเป็นกระทู้ภาครัฐก็คงจะมาตอบว่าเดี๋ยวจะจัดการให้ จะดูแลให้ แต่คิดว่า การทำเป็นญัตติน่าจะดีกว่า เพราะถ้าการทำเป็นญัตติอย่างน้อยมาศึกษา เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มีปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นที่เขาหรือที่ภูเขา ตลอดภาคเหนือมีหลายพื้นที่ จังหวัดพะเยา ท่าน สส.วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ท่านบอกว่าของท่าน ก็มีปัญหาเยอะช่วยดูให้หน่อย ภาคอีสานก็มี ภาคใต้ก็มี ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก มีปัญหาเหมือนกันหมดเลยนะครับ ก็คิดว่าถ้าเราเสนอเข้ามาเป็นญัตติ เพื่อนที่มีปัญหา คล้าย ๆ กันก็จะมาอภิปรายสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนแรกผมคิดว่าจะเสนอ ให้ยกเลิกเลย แต่ผมไม่มั่นใจว่าทางกระทรวงมหาดไทยเขาอาจจะมีเหตุผลว่าทำไมถึงต้อง ๔๐ เมตร ที่ผมหาคำตอบไม่ได้ ผมก็เลยคิดว่าเพื่อความรอบคอบเสนอเป็นญัตติเพื่อตั้ง คณะกรรมาธิการมาศึกษา อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทยจะได้ มาชี้แจงว่าทำไมต้อง ๔๐ เมตร ถ้าหาเหตุผลไม่ได้ก็น่าจะยกเลิก หรือว่าปรับจาก ๔๐ เมตร เป็น ๑ เมตร หรือ ๒ เมตรได้หรือเปล่า ผมจึงนำเสนอเพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน หลังจากรับตำแหน่งท่านกล่าวไว้ว่าปัญหาของ พี่น้องประชาชน ถ้าตรงไหนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนติดขัดที่กฎระเบียบก็แก้ที่ กฎระเบียบ ติดขัดตรงไหนก็แก้ตรงนั้น อันนี้มาติดขัดที่กฎกระทรวง ผมคิดว่าถ้าเรา แก้กฎกระทรวงได้ก็จะดีอย่างยิ่ง แล้วก็จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนโยบายการแจกเอกสารสิทธิ ๕๐ ล้านไร่ ผมเชื่อว่าถ้ายกเลิกกฎกระทรวงข้อนี้ หรือว่าปรับจาก ๔๐ เมตร เหลือสัก ๑-๒ เมตร จาก ๕๐ ล้านไร่ ผมว่าเหลือแค่ ๔๐ กว่าล้านไร่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกและรัฐบาลให้หาทางแก้ไข แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อมาศึกษาเรื่องนี้นะครับ ขอขอบคุณครับ