ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองฉบับ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างในการแก้ไขข้อบังคับระหว่างการระบุข้อที่แก้ไขอย่างชัดเจนกับการเปิดช่องกว้างโดยไม่ชี้เฉพาะ พร้อมตั้งคำถามถึงความชัดเจนและความจำเป็นในการชี้แจงต่อสมาชิกและประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการ รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้สิน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำ และการบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวม ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม การเดินเรือ และน้ำท่วม พร้อมเสนอให้แก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมผลกระทบด้านน้ำอย่างรอบด้าน และเรียกร้องให้มีการชี้แจงเหตุผลและหลักฐานประกอบการตัดสินใจอย่างโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับภารกิจและไม่ละเลยปัญหาสำคัญของประชาชน รวมถึงเสนอให้พิจารณาการตั้งกรรมาธิการเฉพาะด้านความเสมอภาคระหว่างเพศในอนาคต ทั้งนี้รับหลักการแก้ไขข้อบังคับทั้งสองฉบับ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายขั้นรับหลักการ ของร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ทั้งฉบับของคุณอรรถกร ศิริลัทธยากร แล้วก็คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในการอภิปรายในขั้น รับหลักการนั้นจำเป็นที่จะต้องมีทั้งประเด็นที่เป็นข้อซักถามต่อสิ่งที่เสนอเป็นหลักการ ข้อสังเกต หรือข้อเสนอแนะ ตลอดจนความเข้าใจต่าง ๆ ว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะแก้ไขนั้น ท่านสามารถตอบคำถามเหล่านี้ที่จะเป็นคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกและพี่น้อง ประชาชนได้หรือไม่ ฉะนั้นการรับหลักการก็คงจะไม่สมบูรณ์แต่ประการใดครับ
ประการที่ ๑ ผมคิดว่าจำเป็นต้องอธิบายให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นว่าในหลักการ ของการแก้ไขร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีหลักการที่ทั้งเหมือนกัน และมีข้อที่แตกต่างกันครับ ร่างของท่านอรรถกรนั้นเน้นประเด็นเรื่องการแก้ไขอยู่แต่เพียง ๒ เรื่อง เป็นการแก้ไขอย่างจำเพาะเจาะจง หลักการเขียนชัดเจนว่าเป็นการแก้ไขข้อบังคับ ในข้อ ๙๐ (๖) และข้อ ๙๐ (๒๙) แต่กรณีของคุณพริษฐ์นั้นเป็นการเปิดกว้างครับ บอกว่า เป็นการแก้ไขข้อบังคับซึ่งอาจจะมีข้อที่ตกหล่น บกพร่อง หรือจำเป็นต้องทำให้สมบูรณ์ขึ้น โดยไม่ได้ระบุแต่เพียงว่าจะเป็นการแก้ไขในข้อใดข้อหนึ่ง ถึงแม้ในเนื้อหานั้นจะเป็นการแก้ไข ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเพียง ๑ คณะก็แล้วแต่ นั่นเป็น ประเด็นที่ ๑ ที่จำเป็นต้องชี้ให้เห็นครับ
ประการที่ ๒ เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าด้วยเหตุที่มีหลักการแตกต่างนั้นก็จำเป็น ต้องถามรายละเอียดว่าที่มาที่ไปของการเสนอแก้ไขนั้นเป็นอย่างไร กรณีร่างของท่านพริษฐ์ ผมคิดว่าชัดเจนตรงไปตรงมาว่าการแก้ไขครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับ ราชการของกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งในขณะที่เรามีการพิจารณายกร่างข้อบังคับนั้น ชื่อของกระทรวงอาจจะไม่สอดคล้องกับคณะกรรมาธิการ ตลอดจนอำนาจหน้าที่ในปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นอันนี้ไม่มีปัญหาแต่ประการใด แต่สิ่งที่เป็นกรณีการแก้ไข ของท่านอรรถกร เช่น กรณีของคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ และกรณี ของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำที่ท่านเสนอนั้น ผมก็ต้องถามว่า ประเด็นในเชิงการศึกษาวิจัย ประเด็นในเชิงหลักที่เรียกว่าพยานหลักฐานหรือ Evidence Based ที่จะนำมาสู่การแก้ไขนั้นท่านใช้เกณฑ์แบบใด อย่างไร เรามีคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๓๕ คณะ แน่นอนมันต้องมีคำถามคำตอบในตัวว่าเพราะเหตุใดหรือทำไมเราถึงเลือกที่จะ แก้ไขแต่เพียง ๒ ฉบับนี้ ต้องมีคำถามในตัวว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินนั้น เพราะมันมี พยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าสิ่งที่เขียนอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหา ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ แต่ผมไม่ได้เห็นในการแถลงของท่านอรรถกร ก็มีคำตอบ ที่บอกว่าการเปลี่ยนชื่อคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคณะที่ ๒๙ ซึ่งแต่เดิมพูดถึง ปัญหาราคาพืชผลเกษตรกรรมมาเป็นคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำนั้น Evidence Based มันคืออะไร มีหลักประกันใช่หรือไม่ว่าต่อไปนี้ประเด็นเรื่องของราคาพืชผลเกษตรกรรมนั้น จะอยู่ในคณะกรรมาธิการสามัญคณะใด และมีหลักประกันต่อพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ ใช่ไหมว่าปัญหาราคาพืชผลเกษตรกรรมที่ตกต่ำลงนั้นพวกเขาจะไม่ถูกละเลยแบบอดีต ที่ผ่านมา นั่นเป็นประการที่ ๒ ที่ผมต้องถามในเชิงหลักการครับ
ประการที่ ๓ ที่ท่านพยายามจะชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีของคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาตินั้น เพราะมีความทับซ้อนกับกรรมาธิการ สามัญที่มีอยู่ เช่นกรณีของคณะกรรมาธิการสามัญที่พูดถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งในสมัยที่แล้ว เพื่อนสมาชิกของผมก็เป็นประธานคณะกรรมาธิการคณะนั้น ฉะนั้นความทับซ้อนตรงนี้มันอยู่ ตรงไหนครับ และในเมื่อวันนี้บอกว่าทับซ้อน ชี้มาชัด ๆ ได้ไหมว่าสิ่งที่ถูกถอดออกจาก การแก้ไขปัญหาหนี้สินที่บอกว่าทับซ้อนนั้น กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจท่านรับลูก แน่นอนจะเอาเรื่องนี้ไป เพราะตอนที่แก้ปัญหาหนี้สินระบุชัดเจนมีระดับครัวเรือน มีระดับ ชุมชน มีระดับพื้นที่ มีระดับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ และระดับระหว่างประเทศ วันนี้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจท่านรับเรื่องนี้ใช่ไหม เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล เป็นประธานคนใหม่ ท่านรับแน่ ๆ ใช่ไหม ปัญหาหนี้สินของพี่น้องครู ปัญหาหนี้สินของพี่น้อง เกษตรกร ปัญหาหนี้สินของข้าราชการต่าง ๆ หนี้สินของประชาชน ไม่ตกหล่นแล้ว อะไร คือความทับซ้อนที่ท่านพยายามจะชี้ให้เห็นแล้วไม่หลุดหายไปในการแก้ไขข้อบังคับครั้งนี้ นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ
ประการที่ ๔ ในเชิงรายละเอียดของทั้ง ๒ ร่าง ร่างแก้ไขของท่านอรรถกร โดยเฉพาะกรณีของหนี้สินมันมีคำหลายคำที่ผมอ่านแล้วยังขาดความเข้าใจ เช่นเพื่อลด ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมันอยู่ตรงไหน ตกลง ความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้เป็นเพราะถูกกำหนดโดยการจัดการของรัฐ ถูกกำหนดโดย เอกชน เป็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมแล้วนำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจ หรือเป็นความเหลื่อมล้ำ ทั้งหมดทั้งมวล เศรษฐกิจก็ต้องรวมอยู่ด้วยครับ ถ้าข้อความไม่ครบถ้วนผมจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่าเมื่อมีการแก้ไขแล้วความเหลื่อมล้ำที่พูดถึงนั้นจะกินความไปถึงประเด็น ทางเศรษฐกิจด้วย ตอนท้ายยิ่งแล้วใหญ่เลยนะครับ ตอนท้ายในร่างการแก้ไขข้อบังคับ ในข้อ ๓ (๖) ท่านบอกว่าเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ผมไม่แน่ใจว่า ท่านหมายความว่าคำนี้ขยายคำไหน เป็นการขยายคำว่าแหล่งรายได้ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือการศึกษาติดตามต่าง ๆ ท่านอ่านดูในร่างนะครับ แต่ผมไม่เห็นเรื่องความเป็นธรรม ผมไม่เห็นเรื่องหลักประกันว่าพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาที่แท้จริงในเรื่องหนี้สิน ความยากจน ความเหลื่อมล้ำจะอยู่ตรงไหนในสมการ ไม่ใช่แต่เพียงว่าความมั่นคงทาง เศรษฐกิจของประเทศ วันนี้ยังไม่ต้องพูดก็ได้ครับ เอารับหลักการไปก่อนก็ได้ แต่ผมคิดว่า ถ้ารับหลักการไป มีการตั้งคณะกรรมาธิการ คำเหล่านี้ต้องถูกพิจารณาหรือต้องบันทึก เจตนารมณ์ไว้ว่าการแก้ไขครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์และความเป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศตามมาครับ นั่นเป็นผลพลอยได้จากความมั่นคง ของมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่า
ประการที่ ๕ ในขณะเดียวกัน (๒๙) ของข้อ ๙๐ ที่พูดถึงเรื่องการบริหาร จัดการน้ำ ผมก็พยายามอ่านว่าเราพูดถึงการแก้ไขผลกระทบทางน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ขอเวลาท่านประธานนิดหนึ่งอภิปรายท่านเดียวเอง เพื่อการอุปโภคบริโภคครับ แต่ประเด็น ที่เราพูดกันทั้งวันเมื่อวานเช่นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยอยู่ตรงไหนครับ ถ้าจะบอกว่า อยู่ในการแก้ไขในคณะกรรมาธิการสามัญที่เรียกว่า ปภ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ท่านก็อาจจะพูดได้ แต่ผมคิดว่าในเมื่อเราพูดถึงการบริหารจัดการน้ำท่านใช้คำเองว่า แบบทั้งระบบครบวงจร แต่ท่านเขียนตอนท้ายแต่เพียงการแก้ไขผลกระทบทางน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค แล้วน้ำเค็มเอาไหมครับ เดินเรือเอาไหมครับ พี่น้องชาวอ่างทอง ที่วันนี้น้ำท่วมอยู่ที่ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัด สิงห์บุรี ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล เอาไหมครับ ในร่างแก้ไขผมคิดว่าถ้าจำเป็นต้องบันทึกแล้วเขียนให้ถึง นั่นเป็นประการที่ ๕
ประการที่ ๖ สิ่งที่ควรจะทบทวนมากที่สุดไม่ใช่การทบทวนแต่เพียง คณะกรรมาธิการ ๓ คณะ ร่างของคุณพริษฐ์พูดถึงการทบทวนแก้ไขข้อบังคับทั้งหมด ผมคิดว่าหากมีการรับหลักการและคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งจะกรุณา ท่านช่วย ตั้งข้อสังเกตหรือพิจารณาทบทวนเผื่อในอนาคตได้ไหมครับ ผมยกตัวอย่างแค่คณะเดียวก็คือ กรณีของคณะกรรมาธิการที่ว่าด้วยกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซ้อมท่องชื่อไว้ก่อนองค์ประกอบมันเยอะ พอดีไปนั่งอยู่ใน คณะนั้น ๗ องค์ประกอบด้วยกันครับ ผมไม่แยกหรอกความหลากหลายทางเพศ แต่ผม เคยศึกษาแล้วเสนองานวิจัยต่อสถาบันพระปกเกล้า แล้วผมก็บอกว่าในหลายประเทศนั้น เขาเน้นว่าประเด็นเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศหรือ Gender Equality เป็นเรื่องสำคัญ ระหว่างเพศไม่ได้แค่ชายและหญิง ระหว่างเพศไม่ใช่แค่คู่ใดคู่หนึ่ง ระหว่างเพศไม่ใช่แค่คน สองเพศเท่านั้น แต่กำลังจะพูดถึงทุกคน และมันมีตัวชี้วัดระหว่างประเทศเยอะแยะไปหมดเลยครับ ผมคิดว่าต้องถึงเวลาสักที ที่ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องพูดถึงการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญที่ติดตามประเด็นเรื่องของ ความเสมอภาคระหว่างเพศ วันนี้อาจจะยังไม่สามารถที่พูดถึงได้ แต่ผมคิดว่าในการรับหลักการ และการเขียนรายงานท่านอาจสามารถตั้งข้อสังเกตได้ หรือมีการทบทวนกันในอนาคตว่า จะมีการแก้ไขอย่างไร ฉะนั้นในภาพรวมผมคิดว่าแน่นอนการแก้ครั้งนี้เป็นการแก้เล็กน้อย เพื่อตอบโจทย์ต่อการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ผมไม่ติดใจ เพียงแต่ตั้งคำถามบางประการ และตั้งข้อสังเกตบางประการ ซึ่งหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการต่อก็อยากให้คณะกรรมาธิการ ได้รับประเด็นเหล่านี้ไปพิจารณาต่อครับ ผมรับหลักการการแก้ไขข้อบังคับทั้ง ๒ ฉบับ ขอบคุณท่านประธานครับ