พิพิธ รัตนรักษ์ หารือปัญหาการไม่ได้รับเอกสารสิทธิที่ดินของประชาชนในพื้นที่เกาะ โดยเฉพาะจากข้อจำกัดของกฎกระทรวงที่ดินฉบับที่ 43 ที่ห้ามออกโฉนดในพื้นที่ไม่มีหลักฐานการแจ้งครอบครอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต การสืบทอดมรดก และการพัฒนาเศรษฐกิจ จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมผลักดันและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ พรรครวมไทยสร้างชาติ กระผมขอเสนอท่านประธานเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาการปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) (๒) และ (๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ (๓) ซึ่งได้กำหนดเงื่อนไขมิให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับพื้นที่เกาะที่ไม่มีเอกสารการครอบครอง ส.ค. ๑ ใบจอง ใบเหยียบย่ำ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดตราจอง ได้ทำประโยชน์แล้วครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ กระผมรับผิดชอบจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน ตำบลเกาะเต่า และอำเภอกาญจนดิษฐ์ ตลอดจนอำเภอ ดอนสัก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน เป็นพื้นที่เกาะมีประมาณ ๒ อำเภอ คืออำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน และตำบลเกาะเต่า และเกาะในอำเภอ ดอนสัก และอำเภอกาญจนดิษฐ์ ที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องเอกสารสิทธิ ที่ดินทำกินเหมือนกัน ท่านประธานครับ การออกหนังสือสำคัญในการแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือที่เรียกว่าโฉนดที่ดินสามารถออกได้ ๒ วิธี
๑. การเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินโดยรัฐเป็นผู้ดำเนินการในการออกโฉนด ที่ดินให้แก่ประชาชน ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
๒. การออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยเจ้าหน้าที่ที่ดินยื่นคำขอรังวัดออกโฉนด ที่ดินด้วยตนเองได้ ๒ กรณี กรณีที่มีหลักฐานสำหรับที่ดินตามมาตรา ๕๙ และกรณีไม่มี หลักฐานสำหรับที่ดินตามมาตรา ๕๙ ทวิ
จากข้อ ๒ จะเห็นได้ว่าการออกหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ในโฉนดที่ดินกรณีที่ไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดินตามประมวลกฎหมาย มาตรา ๕๙ ทวิ ตามประมวลกฎหมายที่ดินนั้นคือผู้ที่ครอบครองที่ดินมาก่อนใช้บังคับประมวลกฎหมายที่ดิน โดยไม่มีเอกสารสิทธิสำหรับที่ดิน คือการไม่ได้แจ้งการครอบครอง ส.ค. ๑ ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ที่สำคัญกว่านั้นเมื่อมีการออกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) มากำหนดหลักเกณฑ์ในการออกโฉนดที่ดินโดยข้อ ๑๔ (๒) และ (๓) ของกฎกระทรวงมิให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่เกาะซึ่งไม่มีหลักฐานการแจ้งครอบครองที่ดิน ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ. ๑๑๒ เป็นต้นมา จนกระทั่งปัจจุบันได้มี การประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน เมื่อปี ๒๔๙๗ ได้ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน มีหลายแบบด้วยกัน เช่น ใบจอง หนังสือรับรองการทำประโยชน์ และโฉนดที่ดิน แต่อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งมาจากรัฐเองไม่สามารถออกหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้ทันต่อความต้องการ ของประชาชนได้ แต่ประชาชนมีปัญหาในการเดินทาง ไม่มีเครื่องมือในการสื่อสาร ไม่เข้าใจ ในการครอบครองที่ดินและการทำประโยชน์ในที่ดินของตนเอง หรือแม้กระทั่งการอ่านออก เขียนได้ ซึ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในที่เกาะนั้นไม่สามารถมีเอกสารสิทธิได้แต่เดิม ผนวกกับ การเดินทางในอดีตนั้นไม่สะดวกรวดเร็วเหมือนปัจจุบัน ชีวิตก็แตกต่างจากปัจจุบันด้วย ท่านประธานครับ หากย้อนหลังไปปี ๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงเสด็จประพาสพื้นที่เกาะพะงันครั้งแรก และพระองค์ทรงเสด็จ ต่อเนื่องถึง ๑๔ ครั้ง รวมไปถึงพระราชทานนามน้ำตกไว้ ๓ แห่งด้วยกัน เช่น น้ำตกธารประพาส น้ำตกธารประเวศ และน้ำตกธารเสด็จ มีหลักฐานจารึกพระปรมาภิไธยทุกครั้ง สิ่งที่ได้กล่าวนั้นแสดงว่า พื้นที่เกาะมีประวัติศาสตร์และความเชื่อมโยงเกี่ยวกับวิถีชีวิตของอาณาประชาราษฎร์ ชาวบ้านไม่ได้เข้ามาอยู่หลังปี ๒๔๙๗ แต่พื้นที่ดังกล่าวมีชุมชน มีหมู่บ้านตั้งรกราก ทำมาหากินมานาน เกาะสมุยก็เช่นกันเดิมก็เป็นแหล่งที่ทำมาหากินเป็นเมืองท่ามีวิถีชีวิต ของชุมชน มีการสัญจรไปมา รากฐานและเชื่อมสัมพันธ์ระหว่าง ๓ เกาะ ไม่ว่าจะเป็น เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติพี่น้องครอบครัว อย่างที่ กระผมได้กล่าวไปครับท่านประธาน เพื่อแสดงให้เห็นว่าพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่านั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาเป็นร้อย ๆ ปี ตามที่ปรากฏหลักฐานหรืออาจ มากกว่านั้น กระผมเองเป็นคนในพื้นที่ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่เริ่มตั้งแต่ท้องถิ่น จังหวัด จนกระทั่งได้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้ามา ทำงานในรัฐสภาแห่งนี้ การออกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) มากำหนดหลักเกณฑ์ ในการออกโฉนดที่ดินโดยข้อ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง มิให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่เกาะ ซึ่งไม่มีหลักฐานการแจ้งครอบครองที่ดิน กระทบถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนที่อาศัย อยู่บนเกาะในเรื่องของวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพ เช่นการใช้ที่ดินทำมาหากินอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย การส่งต่อเป็นมรดกอย่างเป็นรูปธรรมให้กับทายาท การสร้างรายได้และธุรกิจ ในทางเศรษฐกิจเพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัว เกิดการพิพาทระหว่างประชาชนในเรื่องพื้นที่ กับหน่วยงานของรัฐครับ ผลกระทบของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ยังเป็น กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหารในการกำหนดรูปแบบ หลักเกณฑ์ และเอกสารสิทธิ โดยอาศัย อำนาจพระราชบทบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินเกือบ ๓๐ ปีเต็มแล้ว กฎหมายนั้น กำเนิดพร้อมควบคู่กับวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ต้องการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมกฎหมาย ที่บังคับใช้ ซึ่งกฎหมายควรเปลี่ยนแปลงตามขนาดสังคมของประชากรที่คู่ขนานกับ สภาพความเป็นจริงของปัญหาที่สลับซับซ้อนมากขึ้น กฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) เป็นการกำหนดสิทธิในที่ดินของประชาชน และขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน รัฐยังคงให้การรับรองสิทธิของผู้ครอบครองที่ดินมาก่อนประมวล กฎหมายที่ดิน โดยไม่ได้แจ้งการครอบครอง ส.ค. ๑ ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่เปิดโอกาสให้ได้รับเอกสารสิทธิที่ดินภายใต้หลักเกณฑ์ ตามที่กฎหมายกำหนด แต่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ข้อ ๑๔ (๓) ซึ่งออก โดยอาศัยตามมาตรา ๖ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และมาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไม่ได้รับรองสิทธิของประชาชน ซึ่งครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อนประมวลกฎหมาย ที่ดินโดยมิได้แจ้งการครอบครองที่ดิน กระผมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในเขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เกาะตั้งแต่อำเภอเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ในการเสนอญัตติเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติแต่งตั้งคณะกรรมมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ (๓) ให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน การประกอบอาชีพ การลงทุน การสร้างรายได้ เพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวพี่น้องประชาชน ทั้งนี้เพื่อแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ข้อ ๑๔ (๓) ให้สอดคล้องกับมาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และเจตนาของกฎหมายที่ดิน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้พิสูจน์สิทธิในกรรมสิทธิ์ของตน จากหลักฐาน การเข้าครอบครองและการทำมาหากิน เช่น ในพื้นที่เกาะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปลูก มะพร้าวในที่ดินทำกิน ประชาชนปลูกมาเกือบ ๑๐๐ ปีแล้วครับ ก่อนที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสหรือภาพถ่าย เพราะว่ากฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ข้อ ๑๔ (๓) ที่ดินที่จะออกโฉนด ลักษณะที่ดินที่ประชาชนครอบครอง และทำประโยชน์แล้ว และเป็นที่ดินที่สามารถออกโฉนดได้ตามกฎหมาย แต่มิได้ออกเอกสารสิทธิ สำหรับที่ดินในพื้นที่เกาะที่ไม่มีหลักฐานแจ้งการครอบครองที่ดิน ควรเพิ่มเติมข้อความ ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ข้อ ๑๔ (๓) ให้ยกเว้นที่มิได้แจ้งการครอบครอง แต่สามารถพิสูจน์สิทธิการครอบครองได้ครับ จากการที่ผม ได้เรียนท่านประธานให้ทราบถึงความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ที่กระผม รับผิดชอบ และประชาชนในเขตพื้นที่เกาะทั่วประเทศ กระผมขอเสนอท่านประธานเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการปรับปรุงแก้ไข กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ (๓) ด้วยครับท่านประธาน
สุดท้ายนี้กระผมต้องขอ ขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านไปยังผู้ที่ได้ทำการวิจัยเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องและเล็งเห็นถึงประเด็นความสำคัญ ทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ ของประชาชนด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานมากครับ