ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชี้แจงข้อเสนอการปรับรูปแบบการประชุมสภา โดยเสนอให้ลดจำนวนวันประชุมปกติเหลือสัปดาห์ละ 2 วัน แต่ให้มีการนัดประชุมเพิ่มเป็นพิเศษทันทีเมื่อมีร่างกฎหมายสำคัญค้างอยู่ ทั้งเพื่อไม่ให้กระทบการประชุมรัฐบาลและเพื่อให้สามารถพิจารณากฎหมายเร่งด่วน เช่น สมรสเท่าเทียม ได้อย่างทันท่วงทีและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต ที่จะเอ่ยคำว่าคนจังหวัดอ่างทองเป็นครั้งแรกในการประชุมสภาในชุดนี้ครับ ท่านประธานครับ ต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกหลายท่านครับ ผมคิดว่าเราได้ข้อสรุปที่ใกล้เคียงกัน ในเชิงหลักการว่าการประชุมนั้นจะเกิดขึ้นในกี่วันต่อสัปดาห์ แต่ผมอยากจะย้ำและขอใช้สิทธิ พาดพิงที่คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้รวมชื่อผมกับคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นชื่อเดียวกัน ในฐานะที่คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เองก็เป็นคนเสนอประเด็นว่าอยากจะให้มีการประชุม ๓ วัน ที่จำเป็นต้องพูดรวมแบบนั้นเพราะผมคิดว่าประเด็นสำคัญ เพื่อนสมาชิกเห็นตรงกันว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ ข้อเท็จจริงที่คุณณัฐพงษ์ได้นำเสนอว่าในช่วง ๔ ปี ของ สส. ในชุดที่ ๒๕ นั้นมีประเด็นใด ๆ ที่ค้างการพิจารณา ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือกฎหมาย หลายฉบับที่ยังไม่ได้ถือว่าตกไปนะครับ เพียงแต่ว่าค้างการพิจารณาบางประเด็นสำคัญ เช่นการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องสมรสเท่าเทียมก็ไม่ได้ตกไป ยังค้างการพิจารณา ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าไม่ว่าพรรคใดจะขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็น่าจะหยิบยก กฎหมายเหล่านี้เข้ามาพิจารณา นี่เป็นข้อมูลสำคัญที่สภาแห่งนี้ต้องบันทึกไว้ แล้วก็เป็น เรื่องจริงที่ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกก็จะหยิบยกข้อมูลตรงนี้ที่จะมาใช้ประกอบการพิจารณาว่า วันประชุมนั้นควรจะมีระยะเวลาเป็นกี่วันต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตามมีบางประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงและผมคิดว่าจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่า ข้อเสนอของพรรคก้าวไกล ที่บอกว่า ๓ วันในตอนแรกนั้นเราไม่ได้หมายถึงว่ากรณีที่จะประชุมในวันอังคารจะเริ่ม ตั้งแต่เวลาเช้า เพราะว่าเพื่อนสมาชิกบางท่านก็กังวลว่าในเช้าวันอังคารนั้นมักจะเป็นกรณี ของการประชุมคณะรัฐมนตรี บางพรรคอาจจะมีการประชุม สส. ในช่วงเวลาบ่าย ถ้าพวกผม เป็นรัฐบาลหรือท่านที่เคยเป็นรัฐบาลท่านก็ทราบดีว่าปกติจะมีการประชุม Whip วันจันทร์ ในส่วนของรัฐบาล ท่านก็เกรงว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ท่านอาจจะไม่มีเวลา ที่พิจารณา แต่ข้อเสนอแรกของเราในการประชุมที่เพิ่ม ๓ วัน เพิ่มเป็นวันอังคารนั้นยืนบน พื้นฐานที่วันอังคารเราจะไม่ไปแตะครับ ไม่ให้กระทบต่อการประชุมคณะรัฐมนตรี ก็คือ การเริ่มการประชุมในช่วงบ่ายเป็นต้นไป แน่นอนเราอาจจะเลิกกันค่ำนิดหนึ่ง แต่ผมเชื่อมั่น ว่าวิสัยทัศน์ของท่านประธานและท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่านก็พูดชัดเจนในการแสดง วิสัยทัศน์หรือข้อหารือที่มีปรากฏต่อสาธารณะว่าเราจะไม่ให้การประชุมนั้นเยิ่นเย้อ จนข้ามคืนต่าง ๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผลกระทบก็เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน นั่นคือสิ่งที่ อยากจะชี้แจงครับ
อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะชี้แจงและจำเป็นต้องอธิบายต่อเพื่อนสมาชิก ในอดีต ที่ผ่านมาเราเข้าใจว่ามีการเสนอรายงานจากหน่วยราชการต่าง ๆ เป็นจำนวนมากที่ต้อง เสนอตามกฎหมาย มีรายงานของคณะกรรมาธิการที่ค้างการพิจารณาเป็นจำนวนมาก ที่ไม่อาจดำเนินการได้แล้วเสร็จและทัน แน่นอนท่านไม่ได้เอ่ยโดยตรงว่าเป็นพรรคการเมืองใดที่ใช้ เวลาในการอภิปรายเป็นจำนวนมากขนาดนั้น แต่ความจริงท่านน่าจะเอ่ยอีกสักนิดหนึ่งว่า อาจจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งในวันนี้ที่ใช้เวลาอภิปรายจำนวนมากขนาดนั้นก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นั่นไม่ใช่ความเป็นจริงครับ ความเป็นจริงผมเชื่อมั่นว่าสภาชุดที่ผ่านมาสมาชิกทุกคน ได้แสดงให้เห็นว่ารายงานของคณะกรรมาธิการมีความสำคัญและนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ผมยกตัวอย่างแค่เรื่องเดียวนะครับ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไข ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศนำไปสู่การที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกเป็นแผนปฏิบัติการแล้วก็เป็นวาระแห่งชาติ สิ่งเหล่านี้จะบอกว่าไม่สำคัญ ไม่ได้ครับ แต่เพื่อการเดินหน้าการทำหน้าที่ของพวกเรา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการที่เรา แบ่งเวลาออกเป็น ๓ วันนั้นเพราะเราต้องการกำหนดให้ชัดเจนว่าวันใดควรจะต้องพิจารณา เป็นเรื่องได้ เช่นกรณีของวันพุธควรจะต้องเป็นการพิจารณาเรื่องกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล หรือไม่ และท่านจะเห็นได้ว่าในสมัยประชุมที่ผ่าน ๆ มาสมาชิกของทุกพรรคก็ช่วยกัน ในการรักษาองค์ประชุมเป็นอย่างดี อันนี้เป็นสิ่งที่พวกเราในฐานะ สส. พวกผมก็เพิ่งเข้ามา แค่สมัยที่ ๒ ชื่นชมต่อสมาชิกทุกท่าน วันพฤหัสบดีก็ชัดเจนว่าจะมีวาระใด แต่สิ่งที่ขาด หายไปและบางครั้งมันตอบกับพี่น้องประชาชน มันตอบจากพวกเราเองกันไม่ได้นะครับ เช่นกรณีการเสนอกฎหมายของเพื่อนสมาชิกที่เข้าชื่อกันอย่างน้อย ๒๐ คน เสนอเป็น กฎหมายหรือกรณีที่ภาคประชาชนซึ่งยากเย็นนะครับ ถึงแม้ว่าปัจจุบันการเข้าชื่อเสนอ กฎหมายจะใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น บางครั้งเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ใส่รหัสประชาชน เลขประจำตัวประชาชนก็สามารถเสนอกฎหมายได้ แต่การจะรวมสัก ๑๐,๐๐๐ ชื่อในการเสนอไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับท่านประธาน ฉะนั้นปรากฏว่าพอสภา ไม่สามารถพิจารณาได้ทันเป็นอันตกไป สิ่งที่ภาคประชาชนรวมเข้ามา เสนอกันมา กว่าจะ เดินมาถึงสภาทางลาดเอียงยังไม่ค่อยมีเลย นี่ตัวแทนคนพิการสากลบอกกับผม ซึ่งต้องฝาก ท่านประธานในการปรับแก้ด้วยความเคารพ พี่น้องประชาชนมาร้องเรียนจากจังหวัดชัยภูมิ บอกกับผมว่าเจ้าหน้าที่ห้ามคนที่ใส่รองเท้าแตะเข้าสภา สิ่งเหล่านี้ต้องแก้ไขครับ แต่ไม่เป็นไร เรามีวาระที่จะพูดกันในอนาคต ผมคิดว่าเพื่อการเดินหน้าการทำหน้าที่ของพวกเราข้อสรุป ที่น่าจะตรงกันวันนี้ก็คืออย่างน้อยที่สุดรักษากติกาเดิม เพิ่มเติมคือการรักษาองค์ประชุมว่า ๒ วันต่อสัปดาห์น่าจะเป็นข้อเสนอที่เราเห็นตรงกันมากที่สุด และทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ใน ๒ วันดังกล่าว แบบนี้พรรคก้าวไกลก็เห็นด้วยครับ แล้วก็เป็นข้อเสนอร่วมกันกรณีของ ๘ พรรคร่วมที่เราเดินหน้ากำลังจะจัดตั้งรัฐบาลเห็นชอบกับข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย โดยคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และเพื่อนอีก ๖ พรรคที่เหลือเห็นตรงกันว่าอย่างน้อย ๒ วัน ต่อสัปดาห์น่าจะลงตัวที่สุด แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมได้เน้นย้ำว่าในกรณีที่จะเพิ่มเป็น วันพิเศษนั้นเป็นไปได้ไหมว่าขอเป็นพันธสัญญาร่วมกัน ซึ่งแน่นอนว่าพวกเราต้องช่วยกันครับ และท้ายที่สุดอยู่ที่ท่านประธานจะวินิจฉัยหรือตัดสินใจ ก็คือว่าขอพันธสัญญาร่วมกันว่า เมื่อใดก็แล้วแต่ที่มีกฎหมายที่เสนอโดยตัวแทนของพวกเรา สส. ซึ่งอาจจะข้ามพรรคก็ได้ รอบที่แล้วผมก็เสนอร่าง พ.ร.บ. ศาลจราจรกับคุณนิกร จำนง จากพรรคชาติไทยพัฒนา นี่ก็เสียดายที่ยังไม่ได้ถูกพิจารณา ขอเป็นพันธสัญญาร่วมกันและขอเป็นพันธสัญญาร่วมกันว่า เมื่อใดที่มีกฎหมายที่เสนอจากพี่น้องประชาชนค้างวาระเมื่อไร เราจะเพิ่มวันประชุมตรงนั้นทันที แน่นอนผมไม่กล้าจะไปบอกว่าท่านประธานวินิจฉัยแบบนั้นนะครับ แต่ผมเชื่อมั่นว่า เพื่อนสมาชิก เห็นตรงกัน และจะเป็นพันธสัญญาร่วมกันว่า ๒ วันนั้นคือ Fight บังคับ คือสิ่งที่เราจะเดินหน้า แต่ขอเป็นพันธสัญญาร่วมกันว่าเมื่อใดที่มีกฎหมายของพี่น้อง ประชาชน เมื่อใดที่มีกฎหมายของเพื่อนสมาชิกค้าง เราจะเพิ่มวันคล้าย ๆ กับว่าเป็นไป โดยอัตโนมัติหรือโดยทันทีในการประชุมต่อสัปดาห์ นี่ยังไม่พูดถึงการประชุมร่วมซึ่งอาจจะมี การนัดเป็นระยะ ผมคิดว่าแบบนี้ทางพวกเราพรรคก้าวไกลเองก็เห็นชอบ แล้วก็จะเดินหน้า ร่วมกันไปครับ ซึ่งในท้ายที่สุดนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง ประชาชนที่เลือกพวกเราเข้ามาเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ก็ขอนำเรียนขอถอนข้อเสนอ ในส่วนของการประชุม ๓ วันต่อสัปดาห์ เป็น ๒ วันต่อสัปดาห์ บวกกับเงื่อนไขว่าหากมี กฎหมายที่ค้างการพิจารณาเมื่อใดก็ขอให้มีการนัดประชุมเป็นพิเศษ ซึ่งแน่นอนอาจจะ หมายรวมถึงกรณีที่มีวาระจำเป็นอื่น ๆ ด้วย คิดว่าแบบนี้การทำหน้าที่ของพวกเราในสมัยนี้ ก็น่าจะเดินหน้าไปด้วยกันดีครับ และผมเชื่อมั่นว่าองค์ประชุมไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่องค์ประชุมเป็นเรื่องของตัวแทนประชาชนทุกคน ขอบคุณครับ