จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการหารือในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสนอข้อเสนอในการประชุม 3 วัน โดยมีการหารือ 30 คนในแต่ละวัน และเพิ่มเวลาในการหารือ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยครับ ต่อเรื่องของการประชุมของพวกเรานี้เราก็ถกเถียงกันมาทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มี ข้อเสนอมากมาย จริง ๆ แล้วมีแค่ ๒ กลุ่ม หลัก ๆ ก็คือจำนวนวันประชุมจะเป็น ๓ วัน หรือเป็น ๒ วัน ซึ่งผู้เสนอจากฟากฝั่งของพรรคเพื่อไทยแล้วก็พรรคก้าวไกลซึ่งก็เป็น ๘ พรรค ซึ่งมีการเจรจาในเรื่องของการร่วมรัฐบาลกันอยู่นี้ได้เสนอ ๓ วัน แต่แน่นอน มีความเห็นต่างซึ่งพวกเรายอมรับฟังครับ ท่านประธานครับ ประเด็นสำคัญกว่าในเรื่องของวัน
ประเด็นแรกที่อยากจะเรียนต่อท่านประธานคือเรื่องของเนื้อหาในแต่ละ การประชุม ซึ่งท่านรองประธาน คนที่สอง ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ต้องขอบคุณท่านนะครับ ท่านเป็นผู้ที่เสนอในเรื่องความสำคัญของการหารือในแต่ละวัน ซึ่งเพื่อนสมาชิก จากการพูดคุยกันในวงกว้างเห็นด้วยในเรื่องของการเพิ่มเวลาแล้วก็เพิ่มจำนวนของการหารือ เพราะว่านี่เป็นกลไกเดียวของสภาที่เราจะสามารถยิงตรงไปยังหน่วยงานของภาครัฐ แล้วก็ได้รับการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ พวกเราถูกมัดมือมัดเท้าไม่สามารถที่จะไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านได้ ต้องขอบพระคุณในดำรินี้ แล้วก็ขอท่านประธานครับ พวกเราขอเสนอรับฟังข้อเสนอ ของท่านและขอเสนอในกรอบเรื่องของการหารือก่อนว่า ในแต่ละวันที่เราประชุมอยากจะให้ มีการหารือ ๓๐ คนเป็นอย่างน้อย และเพิ่มเวลาเป็นท่านละ ๒ นาที ๓๐ วินาที จะตกราว ๑ ชั่วโมง ๑๕ นาทีในแต่ละวัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากขึ้นอย่างมหาศาล ในประเด็นแรกก่อน
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการถกเถียงในเรื่องของกรอบวันการประชุม เรียนต่อ ท่านประธานครับ เราคงไม่อยากจะมาลงมติในวันแรกที่เราประชุมสภาผู้แทนราษฎรกัน ในเรื่องนี้ มันหารือกันได้ ท่านได้เสนอในเรื่องของกรอบวันมาที่ ๒ วัน พวกผม ๓ วัน พวกเรามีใจอยากทำงานให้ประชาชนทุกคนครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของข้อเสนอนี้ จากการพูดคุย ต้องกราบขอบพระคุณท่านสุธรรม แสงประทุม ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ได้เสนอเรื่องของกรอบเวลาที่ ๓ วัน และยอมที่จะเข้าใจว่าเราต้องพยายามบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ซึ่งในเรื่องของ กรอบเวลานั้นผมต้องเรียนต่อท่านประธานครับ อยากจะให้ท่านประธานได้รับทราบในมุมมอง ของพวกเราว่า ๑. คือเราอยากจะให้งานสภามันเดินหน้าแล้วก็บรรลุผลตามที่พวกเรา ได้รับปากกับพี่น้องประชาชนก่อนที่เราจะเข้ามานั่งกันอยู่ในที่นี้ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะมีการประชุมแทนที่จะเป็น ๓ วัน เหลือเพียง ๒ วัน เหมือนที่เราได้เคยทำมาในอดีต ก็อยากจะให้ยึดแนวทางที่เราได้เคยทำมาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรใน ๔ ปีที่ผ่านมา นั่นก็คือเมื่อมีกฎหมายที่สำคัญ เมื่อมีวาระหมุดหมายที่เรามีความจำเป็นจะต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จ ในแต่ละสัปดาห์เราอาจจะเพิ่มวันประชุมเป็น ๓ วันได้โดยขึ้นกับดำริของ ท่านประธานและการหารือร่วมกันระหว่างท่านประธานและ Whip ทั้ง ๒ ฝ่าย ข้อสรุปนี้ ก็คือหมายความว่าการประชุมเรากำหนดที่ ๒ วันไว้ก่อน และบวก ๑ เมื่อมีความจำเป็น อันนี้เป็นข้อเสนอที่น่าจะยอมรับและไปด้วยกันได้ทุกฝ่ายนะครับ
ในส่วนของการหารือนั้น ผมขอย้อนกลับไปประเด็นเรื่องของการหารือสักครู่ครับ มีเพื่อนสมาชิกได้มีข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ การหารือในช่วงเช้าในแต่ละวันที่พวกเราได้ทำกัน มานั้นมันเกิดประโยชน์ มีการถามตอบ มีการติดตามจากหน่วยงานของรัฐสภา ซึ่งเป็นประโยชน์ กับประชาชน เป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกเป็นอย่างมาก แต่ความล่าช้าของมันเกิดขึ้นมา ทุกครั้ง เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานจะสามารถดำริแล้วก็ประสานงานฝ่ายบริหารเพื่อให้ส่ง ตัวแทนของกระทรวง ผมไม่ได้หมายความว่าเป็นคณะรัฐมนตรีนะครับ ตัวแทนของกระทรวง เจ้าหน้าที่กระทรวงที่มีความเกี่ยวข้องหลาย ๆ กระทรวงมากระทรวงละคนสองคนก็พอ เพื่อมารับในช่วงเช้า เพราะเพื่อนสมาชิกมีการหารือกว้างขวาง หลากหลาย แล้วก็เข้าถึง หน่วยงานมากมาย ถ้าเขามารับฟังเราที่นี่ในช่วงเช้าก็เป็นการรับปัญหาโดยตรงเพื่อที่จะเร่งรัด กระบวนการในการแก้ไขปัญหา อันนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมได้เรียนท่านประธาน ๒ ประเด็นนะครับ ๑. คือการหารือ ๒. คือเรื่องของ วันประชุมที่กำหนดให้เป็น ๒ และบวก ๑ ในกรณีจำเป็น ก็ขอท่านประธานได้โปรดพิจารณาครับ