ณัฐพงษ์ แจงกฏหมายค้างท่อ 180 ฉบับ ชี้ปมถ่วงงานสภา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๖

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำเสนอผลงานของรัฐสภาในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งข้อสังเกตถึงปัญหากฎหมายจำนวนมากที่ถูกยับยั้งหรือล้มเหลว โดยเฉพาะที่เสนอจากฝ่ายค้านและภาคประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ปรับรูปแบบการประชุมเป็นสัปดาห์ละ 3 วันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณากฎหมาย และเสนอให้เร่งพิจารณากฎหมายค้างท่อ 180 ฉบับ โดยเฉพาะ 54 ฉบับจากภาคประชาชน แทนการผลักดันกฎหมายใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยย้ำความพร้อมในการสนับสนุนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เสนอ และตั้งคำถามต่อการใช้ พ.ร.ก. อย่างถี่ของรัฐบาลว่าส่งผลต่อการพิจารณากฎหมายในสภาหรือไม่

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

รบกวนฝ่ายโสตได้เตรียม Slide ประกอบการนำเสนอ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ซึ่งผมจะรบกวนเวลา ประชุมไม่นานนะครับ นำเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับท่านสุธรรมที่เสนอให้มีการกำหนดวันประชุม ๓ วันต่อสัปดาห์ ประกอบไปด้วยวันอังคาร วันพุธ และวันพฤหัสบดี ด้วยเหตุผลที่ว่าในสภาชุดที่แล้ว เราได้มีวาระค้างพิจารณารวมถึงกฎหมายที่เสนอมาจากภาคประชาชนและ สส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราทั้งพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเป็นจำนวนมาก ก็คิดว่า สมัยประชุมนี้ แล้วก็สภาชุดนี้เราจะได้ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ครับ ทั้งนี้ผมจะขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาสภาสั้น ๆ นำเสนอ Slide ที่ฝ่ายโสตนำขึ้นได้เลยประกอบการตัดสินใจ ของเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ซึ่งผมคิดว่าวันนี้เป็นญัตติที่พวกเราต้องการทำหน้าที่ในฐานะ ตัวแทนปวงชนชาวไทยกันอย่างเต็มที่ คิดว่าเราน่าจะได้ข้อสรุปกันโดยไม่ต้องใช้การลงมติ ก็อาจจะใช้วิธีการที่ใช้ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ไปได้เลย ท่านประธานครับ Slide ๕ หน้าวันนี้ ที่ผมเตรียมมาอยากจะนำเสนอผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านก็คือผลงาน ของรัฐสภาเราในชุดที่ผ่านมา ซึ่งผมอยากจะเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องของกระบวนการในฝ่ายนิติบัญญัติ พยายามจะ Point ไปที่เรื่องของกระบวนการ

Slide หน้าแรก ๔ ปีที่ผ่านมามีกฎหมายที่ถูกแท้งถึง ๓๔๙ ฉบับครับ ท่านประธาน มีกฎหมายถูกเสนอเข้าสู่สภาทั้งหมด ๔๒๗ ฉบับ ผ่านสภาเราไปแค่ ๗๘ ฉบับ เท่านั้น หักลบในส่วนที่นายกรัฐมนตรีปัดตกเนื่องจากเป็นร่างการเงินไป ๕๙ ฉบับ หักลบส่วนที่ตกในสภา หักลบส่วนอื่น ๆ ออกไปนี่กฎหมายแท้งถึง ๓๔๙ ฉบับนะครับ ผมมีเชิงอรรถเล็กน้อยส่วนที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีปัดตกในฐานะ เป็นร่างการเงิน ๕๙ ฉบับเลย และมากสุดในประวัติการณ์ในช่วงตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา แต่อันนั้นไม่เป็นอะไรครับ วันนี้ผมต้องการอภิปรายในเรื่องของกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ

ขอ Slide หน้า ๒ ครับ Slide หน้า ๒ เราจะเห็นได้ว่าก้อนสีเขียว ๆ ครับ ท่านประธาน ก้อนสีเขียว ๆ นั่นคือก้อนที่กฎหมายผ่านสภาออกไป จะเห็นว่าสูงสุดในแท่งแรก ก็คือเป็นกฎหมายที่เสนอมาจากคณะรัฐมนตรีเท่านั้น มีบางส่วน ๔ ฉบับเป็นกฎหมายที่เสนอ มาจาก สส. ฝ่ายรัฐบาลที่สามารถผ่านสภาไปได้ แต่กฎหมายที่เสนอมาจาก สส. พรรคฝ่ายค้าน ก็คือพวกผมในปัจจุบันที่นั่งอยู่ฝั่งนี้ แต่เราสลับฝั่งกันในสมัยประชุมนี้นะครับ กับกฎหมาย ที่เสนอโดยภาคประชาชนไม่มีผ่านสภาไปเลย ย้ำอีกครั้งนะครับ ๔ ปีที่ผ่านมากฎหมายที่เสนอ มาจากประชาชนและตัวแทนประชาชน ไม่ว่าจะเป็นค้านหรือรัฐบาล แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามาจากพรรคฝ่ายค้านไม่เคยผ่านสภาเราไปเลย

ขอ Slide ที่ ๓ ไม่เพียงเท่านั้นครับ กระบวนการที่ล่าช้าในการพิจารณา พระราชบัญญัติของฝ่ายนิติบัญญัติเราทำให้รัฐบาลชุดที่แล้วใช้อำนาจผิด ๆ ถูก ๆ ในการตรา เป็นพระราชกำหนด เห็นชัดที่สุดกฎหมาย พ.ร.ก. อุ้มหายที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปแล้วว่า ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพราะว่าไม่ได้เป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนนะครับ เราจะเห็นว่า จากตัวเลขสถิติซึ่งเป็นข้อเท็จจริง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจฝ่ายบริหาร ในการตรา พ.ร.ก. มากสุดในรอบ ๒๐ ปี ถึง ๑๓ ฉบับ

ขอ Slide ถัดไปครับ นอกจากนี้ผมอยากจะบอกเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่วันนี้เรานั่งสลับฝั่งกันในสภานะครับ พวกผมเองพร้อมยินดีเป็นอย่างยิ่งและผมก็เชื่อว่า เพื่อนสมาชิกทุกคนในสภาพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะโหวตกฎหมายทุกอย่างไม่ว่าจะเสนอมา จากฝ่ายใด ถ้าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเราพร้อมที่จะลงมติให้ครับ ยกตัวอย่างเช่น พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย พ.ร.บ. ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และอีกหลาย ๆ ฉบับที่อยู่ใน Slide หน้านี้ ผมไม่ขออ่านทั้งหมด เดี๋ยวจะเสียเวลา ทุกท่านจะเห็นได้ว่าโดยหลักสถิติที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้าน สส. ที่นั่งอยู่ใน สภาชุดนี้ในสภาชุดที่แล้วเราก็ลงมติโหวตผ่านให้ถ้าเป็นกฎหมายที่เป็นเพื่อผลประโยชน์ ประชาชน

ขอ Slide หน้าสุดท้ายครับ สุดท้ายเรายังมีกฎหมายค้างท่อที่ผมได้นำเรียน ท่านประธานครับอยู่ในสภาชุดที่แล้วอีก ๑๘๐ ฉบับ ซึ่งแท่งที่สูงที่สุดคือกฎหมายที่เสนอมา จากภาคประชาชน ๕๔ ฉบับ ทุกท่านลองคิดว่าถ้าวันนี้บอกว่าเราจะนำกฎหมายที่ค้างท่อ จากสภาชุดที่แล้วใช้อำนาจคณะรัฐมนตรีหยิบมาพิจารณาใหม่ แปลว่าเรามีอีก ๑๘๐ ฉบับ ที่ยังไม่ต้องเสนอเพิ่มอยู่ในวาระการพิจารณาอยู่แล้วนะครับ แล้วทุกท่านคิดว่าถ้าเรายังใช้ จำนวนวันประชุมแบบเดิมสภาผู้แทนราษฎรเราจะสามารถผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนได้ทันหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นข้อมูลการประกอบการตัดสินใจของ เพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ฝ่ายโสตนำ Slide ลงได้แล้วนะครับ ซึ่งผมเห็นว่า โดยหลักเหตุและผลบนข้อเท็จจริงต่าง ๆ เหล่านี้พวกเราพร้อมทำหน้าที่เต็มที่ แล้วก็คิดว่า ไม่ว่าจะมาจาก สส. ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเราพร้อมที่จะผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน แล้ววันนี้คิดว่าไม่น่าจะต้องมีการลงมติครับ ด้วยความเคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ขอบคุณครับ