ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ หารือปัญหาน้ำท่วมในจันทบุรีที่เกิดจากฝนตกหนักร่วมกับการจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ เรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งให้คำตอบและดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเสนอให้มีการปรับปรุงระบบระบายน้ำ เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ จัดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า และผลักดันการกระจายอำนาจพร้อมงบประมาณให้ท้องถิ่นเพื่อรับมือภัยพิบัติในอนาคตได้อย่างทันท่วงที
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ จากพรรคก้าวไกล เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราได้ร่วมกันอภิปรายในเรื่องของการจัดการภัยแล้ง แต่วันนี้ เรากับต้องอธิบายปัญหาน้ำท่วม นี่มันคืออะไรคะท่านประธาน นี่สะท้อนการบริหารจัดการ น้ำที่ขาดประสิทธิภาพหรือไม่คะ สัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรีเกิดฝนตกหนักโดยเฉพาะ พื้นที่บริเวณเทือกเขาตอนบนของจังหวัด ทำให้เกิดน้ำไหลหลากอย่างรวดเร็ว คลองและแม่น้ำสายหลักในจันทบุรีมีสภาพตื้นเขินกว่าเดิมขึ้นมาก น้ำเอ่อล้นคลองเข้าท่วม บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของพี่น้องประชาชน จากการสรุปข้อมูลของ ปภ. ในช่วงวันที่ ๒๗-๓๐ กันยายนที่ผ่านมา พื้นที่ที่เกิดอุทกภัยมีจำนวน ๗ อำเภอ จาก ๑๐ อำเภอ ของจังหวัดจันทบุรี รวม ๓๓ ตำบล ๑๕๙ หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า ๓,๙๐๐ ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบมากกว่า ๑๒,๐๐๐ ไร่ และที่น่าเสียใจ มีผู้เสียชีวิตจำนวน ๑ ราย ซึ่งดิฉันขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียด้วยนะคะ โดยสถานการณ์น้ำปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางของจันทบุรีตอนนี้ปัจจุบัน ณ วันนี้มีเกินกว่าศักยภาพของอ่างจะเก็บแล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๑๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว ค่ะท่านประธาน หมายความว่าถ้าฝนตกลงมาอีกหรือมีพายุลูกใหม่จะไม่สามารถกักเก็บน้ำ เพิ่มเติมได้แล้ว จำเป็นที่จะต้องปล่อยน้ำลงคลองอย่างเดียว ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำล้น ตลิ่งซ้ำอีกค่ะ อย่างที่ดิฉันได้เคยอภิปรายไปและตั้งคำถามไปว่าจันทบุรีขาดการบริหาร จัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะว่าในช่วงฤดูฝนพี่น้องชาวจันทบุรีต้องอยู่กับ ความหวาดระแวง คืนไหนพื้นที่ฝนตกหนักก็จะนอนไม่หลับ ต้องคอยระวังว่าน้ำจะเข้าท่วม บ้านตอนไหน จะเข้าท่วมสวนตอนไหน ต้องระวังว่าจะต้องออกไปยกมอเตอร์สูบน้ำหนีน้ำ เมื่อไร สิ่งเหล่านี้เป็นเพราะว่าประชาชนไม่มีระบบเตือนภัยให้กับพวกเขาค่ะ ประชาชนจะรู้ ว่าน้ำท่วมก็ต่อเมื่อเขาเปิดดูใน Facebook เปิดดู Timeline ว่ามีใคร Post หรือเปล่าว่า น้ำท่วม เปิดดูในกลุ่ม LINE ว่ามี LINE กลุ่มไหนบอกข่าวบ้างหรือเปล่าว่าน้ำท่วม ดีขึ้นมา หน่อยได้รับการแจ้งเตือน ได้รับข่าวสารจากผู้นำชุมชน นี่หรือคือวิธีการที่รัฐบาลดูแล ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน แค่นี้มันพอจริง ๆ หรือคะ ท่านประธาน และยิ่งไปกว่านั้นข้อกังวลของดิฉันก็คือปัจจุบันลุ่มน้ำวังโตนดในช่วง ๒-๓ ปี หลังมาจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่ฝนตก พื้นที่บริเวณรอบ ๆ คลองวังโตนดจะเกิดน้ำท่วมอยู่เสมอ เพราะว่าทั้งน้ำฝนที่ตกลงมารวมกับปริมาณน้ำที่ถูกปล่อยลงมาจากอ่างเก็บน้ำมีมากจนทำให้ ระบายลงสู่ทะเลไม่ทัน แล้วถ้าในอนาคตคลองวังโตนดจะต้องรองรับน้ำเพิ่มอีก ๒ อ่าง ที่กำลังจะเสร็จเร็ว ๆ นี้นะคะ คำถามก็คือว่าศักยภาพของคลองวังโตนดจะสามารถรองรับน้ำ ได้อย่างเพียงพอหรือไม่ คำถามเหล่านี้กรมชลประทานต้องมีคำตอบให้กับพี่น้องประชาชน จากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วม น้ำหลาก และได้พูดคุยกับท้องถิ่น หลาย ๆ คน หลาย ๆ ท่านมีข้อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา แต่ก็น่าเสียดายในพื้นที่ มีงบประมาณไม่เพียงพอ ดิฉันเคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่าอยากเห็นการกระจายอำนาจ อยากเห็นท้องถิ่นมีอำนาจและงบประมาณในการแก้ไขจัดการปัญหาของพวกเขาเองนะคะ สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนี้ดิฉันจึงอยากขอเสนอแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังนี้
๑. ดิฉันอยากเห็นการเตรียมลำคลองให้มีความพร้อมในการระบายน้ำ ลงสู่ทะเล ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคลองให้มีความลึกขึ้นหรือกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ
๒. อยากเห็นการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำให้มากขึ้น คำนึงถึงความเป็นอยู่ของคน ในชุมชนเดิม เช่นการมีสระน้ำในแต่ละตำบลเพื่อช่วยผันน้ำจากคลองสายหลักในช่วงฤดูฝน และใช้กักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง หรือว่าจะเป็นพื้นที่รองรับน้ำแบบอื่น เช่นการมองหาพื้นที่ ลุ่มต่ำที่สามารถรองรับน้ำได้ แล้วทำเป็นสนามฟุตบอลหรือสวนสาธารณะเพื่อใช้ประโยชน์ ในตอนที่ไม่ต้องรองรับน้ำหลากนะคะ ถ้ามีพื้นที่ลักษณะแบบนี้ในการรองรับน้ำก็จะทำให้ลด ความเสียหายจากน้ำท่วมบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรมได้ค่ะ
๓. จัดทำให้มีระบบเตือนภัยประชาชน โดยระบบเตือนภัยที่ลุ่มน้ำจันทบุรี ลุ่มน้ำวังโตนด และลุ่มน้ำเวฬุยังขาดอยู่ ตอนนี้ก็คือระบบโทรมาตร ระบบโทรมาตร ของชลประทานที่จะสามารถช่วย Monitor และทำให้หน่วยงานมีข้อมูลที่แม่นยำเกี่ยวกับ สถานการณ์น้ำ และนำไปแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงทีค่ะ ดิฉันเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องของงบประมาณ เป็นเรื่องของการใช้เวลา รวมไปถึงการใช้ เทคโนโลยี เราอาจไม่จำเป็นต้องยกนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีทั้งหมดมาใช้ เพียงแต่ต้องศึกษา จากลักษณะภูมิประเทศหรือประเทศต้นแบบที่เขาประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา แค่นี้เราก็จะมีแนวทางในการจัดการน้ำที่ดีและเหมาะสมกับประเทศไทยอย่างแน่นอนค่ะ ท่านอาจจะบอกว่าไม่มีใครควบคุมธรรมชาติได้ จริงค่ะเราไม่สามารถควบคุมให้ฝนตกน้อย หรือทำให้ฝนตกมากได้ แต่สิ่งที่เราทำได้อย่างแน่นอนก็คือการคาดการณ์สถานการณ์ที่จะ เกิดขึ้น และเตรียมแผนสำหรับรับมือกับเหตุการณ์นั้น ๆ ค่ะ ถ้าหากรัฐบาลตระหนักว่านี่คือ ปัญหาสำคัญและเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ เพราะว่าเหตุการณ์น้ำท่วม น้ำหลาก แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกค่ะ มันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกปี ขอบคุณค่ะท่านประธาน