ร่มธรรม หารือวิกฤตศรัทธาตำรวจ เสนอปฏิรูปจริยธรรม-กู้เชื่อมั่นประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือปัญหาจริยธรรมและวิกฤตศรัทธาในองค์กรตำรวจ เน้นย้ำถึงปัญหาโครงสร้าง เช่น การแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม ค่าตอบแทนไม่เหมาะสม การขาดกลไกตรวจสอบ และอิทธิพลจากบุคคลภายนอก พร้อมเรียกร้องการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนเพื่อสร้างความโปร่งใส เป็นธรรม และคืนความเชื่อมั่นให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออนุญาตอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอแนวทางแก้ไข ปัญหาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป ท่านประธานครับ ตำรวจถือเป็นอาชีพที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามโจรผู้ร้าย คอยรักษากฎหมายทำให้บ้านเมืองสงบสุข โดยเมื่อใดที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ก็จะนึกถึงตำรวจเป็นลำดับแรก ๆ ที่อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน ในความรู้สึกแล้ว ตำรวจถือเป็นอาชีพที่เสียสละและมีเกียรติ ถือเป็น Hero ของพี่น้องประชาชน และถ้า ท่านประธานได้ถามเด็ก ๆ ว่าอาชีพในฝันเมื่อโตขึ้นมาอยากเป็นอะไรหนึ่งในคำตอบนั้น ก็เป็นอาชีพตำรวจอย่างแน่นอนครับ ผมจึงขออนุญาตเริ่มต้นด้วยการชื่นชม และขอบคุณ ตำรวจหลาย ๆ ท่านที่ท่านได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตลอดที่ผ่านมา แต่ความเป็นจริง ในปัจจุบันครับท่านประธานก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจว่าตำรวจบางท่าน บางส่วนไม่เป็นอย่างนั้น ภาพความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามกับในอุดมคติอย่างสิ้นเชิง แค่เฉพาะในช่วงนี้ครับ ท่านประธานปัญหาของวงการตำรวจถูกนำเสนอผ่านสื่อแทบทุกสำนัก ทั้งบนช่องทาง Online และบนหน้าข่าวหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข่าวตำรวจถูกยิง ในงานเลี้ยงวันเกิดกำนันชื่อดังที่มีตำรวจหลายนายอยู่ในเหตุการณ์ ข่าวตำรวจ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Website พนัน Online ไปจนถึงความขัดแย้งระหว่างตำรวจใหญ่ และการแต่งตั้งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีข่าวปัญหาเรื่องส่วย เรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งเป็นที่รับรู้และที่เอือมระอาของสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ท่านประธานครับ ตำรวจน้ำดีมีมากมาย แต่ตำรวจส่วนใหญ่พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะได้เติบโต ในจังหวัดพัทลุงเองก็มีข่าวที่เกี่ยวกับตำรวจอยู่บ่อยครั้งในปีนี้ โดยเฉพาะข่าวคดีโกง สหกรณ์ตำรวจพัทลุง ทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ามากกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท ทำให้ เจ้าหน้าที่และครอบครัวของเขาลำบากเป็นจำนวนมาก หากพูดให้ชัด ๆ ครับท่านประธาน ที่ผ่านมาตำรวจมีข่าวในภาพลบเริ่มตั้งแต่การทุจริตการสอบคัดเลือกเข้ามาเป็นตำรวจ การปฏิบัติหน้าที่ไปจนถึงการเลื่อนขั้นและแต่งตั้งตำแหน่งที่สำคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพ แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาและปฏิรูปองค์กรตำรวจ แต่กลับไม่เคย ประสบความสำเร็จและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทำให้พี่น้องประชาชนต้องจำทนอยู่ใน สังคมที่องค์กร ซึ่งมีหน้าที่ผดุงความยุติธรรมอย่างองค์กรตำรวจไม่สามารถแม้แต่จะช่วยเหลือ องค์กรตัวเอง และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ ซึ่งต้องบอกว่าภาพลักษณ์ ของตำรวจในปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ตกต่ำสุด ๆ จากความเป็นจริงที่ผมพูดไปทั้งหมดนี้จึงทำให้ เกิดความไม่มั่นใจจากประชาชนว่าในปัจจุบันแล้วตำรวจยังเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือเป็น ผู้พิทักษ์ใคร ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามเดือดร้อนได้หรือไม่ หรือกลายเป็นคนที่ทำให้ ประชาชนเดือดร้อนแทน ยังเป็นผู้ที่คอยรักษากฎหมายหรือทำผิดกฎหมายเสียเอง และที่สำคัญตำรวจยังเป็น Hero ในสายตาประชาชนอยู่หรือไม่ หรือได้กลายเป็นผู้ร้าย ในสายตาของพวกเขาไปเสียแล้ว ผมขอพูดตามตรงว่าตำรวจบางส่วนได้ดับฝันในอาชีพ ของเด็ก ๆ ดับความหวังของประชาชนในประเทศนี้ไปเสียแล้วครับ ท่านประธานครับ สำหรับปัญหาดังกล่าวมีงานวิจัยเรื่องจริยธรรมในวิชาชีพตำรวจ โดยงานวิจัยนี้ระบุว่าสาเหตุ ที่ทำให้องค์กรตำรวจมีปัญหาด้านจริยธรรมมากที่สุดประกอบไปด้วยประเด็นดังนี้ครับ

๑. ปัญหาค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพ ส่งผลให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์อื่น ๆ จากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

๒. ปัญหาการแต่งตั้ง โยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมทำให้ความก้าวหน้าในอาชีพ ไม่ได้ถูกพิจารณาจากความสามารถ แต่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา และการซื้อขายตำแหน่งโดยใช้เงินที่ได้จากการพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา และการซื้อขาย ตำแหน่งโดยใช้เงินที่ได้จากการทุจริตมาอีกทีครับ

๓. ปัญหาการแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นและนักการเมือง หรือระบบอุปถัมภ์ ที่ทำให้เกิดการปกป้องผลประโยชน์ และรับใช้ผู้มีอำนาจมากกว่า ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

๔. ปัญหาค่านิยมและระบบผิด ๆ ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่นในวงการตำรวจ และถูกมองว่าพฤติกรรมละเมิดศีลธรรมเป็นเรื่องปกติที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

๕. ปัญหาการขาดมาตรการตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจัง รวมถึง ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงช่องทางการร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพได้

๖. ปัญหานี้สำคัญคือปัญหาการขาดจิตใจในการให้บริการประชาชน และสังคม ทำให้เกิดพฤติกรรมการข่มขู่ คุกคาม รีดไถ และเลือกปฏิบัติกับพี่น้องประชาชน

ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่กำลังกัดกิน และทำลายความน่าเชื่อถือ ความศรัทธา และชื่อเสียงขององค์กรตำรวจมาอย่างยาวนาน ดังนั้นเพื่อทำให้องค์กรตำรวจ กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริงผมขอเสนอแนวทางในการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นให้ดำเนินการดังนี้

๑. ขอให้มีการปรับปรุงกระบวนการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย และเลื่อนขั้น ตำแหน่งของตำรวจในทุกระดับชั้น โดยใช้ระบบคุณธรรมที่มีการกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ และคุณสมบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมวัดผลได้จริง ไปจนถึงอาจจะมีการสอบแข่งขัน อย่างเป็นธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมทั้งต้องกำหนดมาตรฐานและบทลงโทษ ทางจริยธรรมอย่างเข้มงวด รัดกุม และเด็ดขาด

๒. ขอให้มีการปรับปรุงระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการที่พี่น้องตำรวจ ควรได้รับให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี และต้องสร้างหลักประกันความก้าวหน้า และความมั่นคงในอาชีพ เพื่อเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และสร้างความเชื่อมั่นในอาชีพตำรวจ

๓. ขอให้มีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ทนต่อการทุจริต และการประพฤติ มิชอบในองค์กร โดยขอให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสที่รับประกันความปลอดภัย และรักษา ความลับของผู้แจ้ง เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการตรวจสอบโดยไม่สร้างบรรยากาศ แห่งความบาดหมาง

๔. ขอให้มีการปราบปรามอิทธิพล และระบบอุปถัมภ์ในวงการตำรวจ อย่างจริงจัง เพื่อลดการครอบงำจากผู้มีอำนาจท้องถิ่นหรือนักการเมือง และลด การแทรกแซงจากองค์กรภายนอก

ท่านประธานครับ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากรัฐบาล และองค์กรตำรวจเปิดใจ รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น และยอมรับการมีอยู่ของการทุจริตการประพฤติมิชอบภายในองค์กร แสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และพร้อมเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป ผมเชื่อว่า สามารถกู้คืนความเชื่อมั่น ความศรัทธา และความไว้เนื้อเชื่อใจจากพี่น้องประชาชนได้ อย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดครับ อาชีพตำรวจก็จะกลับมาเป็นอาชีพในฝันของเด็ก ๆ เป็น Hero และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อีกครั้ง ปัจจุบันมีคำเปรียบเทียบที่ว่าตำรวจเป็นเหมือนผ้าขี้ริ้ว ที่จะให้ใครรักใครชอบทุกคนก็เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านต้องมีไว้ ผมจึงขอให้เรา ช่วยกันซักผ้าขี้ริ้วผืนนี้จากที่สกปรก ขมุกขมัว ให้กลับมาเป็นผ้าที่ขาวสะอาดอีกครั้ง ขอบคุณครับท่านประธาน